สุรินทร์ พิกุลทอง หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความปรองดองและประชาธิปไตย และเรียกร้องการสนับสนุนจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติในการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสนับสนุนชุมชนในการจัดการขยะและนำขยะไปแปลงเป็นพลังงาน และเรียกร้องการแก้ไขกฎหมายบางมาตราเพื่อให้สามารถดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พลเอก สุรินทร์ พิกุลทอง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ ของสมาชิกวุฒิสภา ขออนุญาตอภิปรายคําแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่เปึนฝ์ายรัฐบาล และฝ์ายค้าน เพื่อจะชี้ให้เห็นนโยบายของรัฐบาลที่ให้ไว้ต่อสภาหรือต่อคนทั้งชาติ ตรงไหน ที่น่าจะเปึนอุปสรรค ตรงไหนน่าจะเปึนปัญหาแล้วมีข้อเสนอแนะอย่างไรในสายตาของกระผม หรือสายตาของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาตินะครับ รัฐบาลได้มีนโยบายทั้งหมด ๘ ข้อ ด้วยกัน ข้อแรกเปึนเรื่องของนโยบายสําหรับป้แรกที่จะดําเนินการ ผมจะอภิปรายเฉพาะในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ฯพณฯ ประธานได้เคยเปึนรัฐมนตรี ประจํากระทรวงนี้อยู่นะครับ ได้เห็นว่าได้ทําเรื่องนี้มานานพอสมควร ขออนุญาตเพื่อให้สะดวก ต่อฝ์ายรัฐบาลเองที่จะบันทึกก็ดี หรือจะดําเนินการไปปรับปรุงแก้ไขอย่างไรก็ตาม ผมจะเรียงตามที่รัฐบาลได้แถลงไว้ในข้อแรกเรื่องที่จะดําเนินการในป้แรก ป้นี้มีทั้งหมด ๑๙ เรื่องด้วยกัน มีอยู่ ๓ เรื่องที่ผมอยากจะเรียนเสนอนะครับ แต่ก่อนถึง ๓ เรื่องนั้น เรื่องหนึ่งผมขออนุญาตชมเชยรัฐบาลนิดหนึ่ง ซึ่งท่านประธานมีชัยว่าห้ามชมรัฐบาลนะครับ แต่อยากขออนุญาตชมนิดหนึ่งว่า ข้อ ๑.๑ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และฟุ๋นฟูประชาธิปไตย ขออนุญาตให้ปรองดองกันในสภานี้ด้วยครับเพื่อประชาชนทั้งชาติ ในสภานี้ขอให้มีความปรองดองกันเพื่อประโยชน์ของคนทั้งชาติครับ
เรื่องแรกในส่วนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องคือ ข้อ ๑.๑๓ นะครับ รัฐบาลบอกว่าสร้างโอกาสให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยอย่างทั่วถึง เช่น โครงการบ้านเอื้ออาทร บ้านพักสวัสดิการ ที่อยู่อาศัยของตนเองเปึนครั้งแรก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในพื้นที่ซึ่งสามารถเดินทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลด้วย ระบบขนส่งมวลชนได้อย่างสะดวก ท่านอาจจะฟังแล้วไม่เห็นเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมตรงไหนเลยครับ ท่านประธานครับชุมชนแออัดในประเทศไทยมีประมาณ ๓,๕๐๐ ชุมชม ครึ่งหนึ่งอยู่ในที่ดินของรัฐครับ ประมาณ ๑,๗๕๐ ชุมชนแออัดอยู่ในที่ดิน ของรัฐ รัฐบาลไม่ได้พูดถึง ไม่ได้นั่นไว้ หรือพูดเฉพาะส่วนที่ชุมชนที่เส้นทางการขนส่งจะ กล่าวถึงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านี้ หรือก่อนสมัย ท่านทักษิณก็ได้ครับ ถึงผมจะเอ่ยนามไม่ได้เสียหายแก่ท่านว่าได้มีการดําเนินการ ก่อสร้างบ้านมั่นคงขึ้น และช่วยแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐไปในตัวด้วย ทีนี้ทําไปแล้วถึง ๒๒๖ เมืองใน ๖๙ จังหวัด ๔๘๗ ชุมชน ยังไม่ถึงครึ่งครับ อยากให้รัฐบาลได้ต่อเนื่องใน โครงการนี้ โครงการนี้ดําเนินการโดยภาคประชาชนเปึนศูนย์กลาง ไม่ได้มีส่วนร่วมนะครับ เปึนศูนย์กลางจริง ๆ คือเริ่มแก้ปัญหาด้วยตัวเองขึ้นมามีกลุ่มออมทรัพย์รัฐบาลก็ไป ส่งเสริมช่วยด้วย แล้วก็ทําให้คนซึ่งเคยอยู่บนกองขยะก็ดี อยู่อะไรก็ดีกลับมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น ก็อยากจะเรียนทางรัฐบาลว่าไม่ใช่เฉพาะเมืองที่มีขนส่งมวลชนไปถึงเท่านั้นนะครับ ๓,๕๐๐ ชุมชน ประมาณครึ่งหนึ่งของที่ดินของรัฐขอความกรุณารัฐบาลได้พิจารณาเรื่องนี้ ต่อไปด้วยนะครับ อันนี้ขอฝากเปึนเรื่องแรก
เรื่องที่ ๒ คือ ข้อ ๑.๑๗ ครับ การวางระบบการถือครองที่ดินและกําหนด แนวทางเขตการใช้ที่ดินให้ทั่วถึงและเปึนธรรม โดยใช้ระบบข้อมูลระบบภูมิสารสนเทศ ภายใต้กระบวนการที่ชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อให้ประชาชนมีที่ดินทํากินและประกอบอาชีพ อย่างทั่วถึงและพอเพียง ที่ดินทํากินกับที่ประกอบอาชีพคงที่เดียวกัน ขออนุญาตเรียนว่า เรื่องนี้ก็เปึนนโยบายที่ดีนะครับ สิ่งที่จะต้องเปึนปัญหาคือ ๓ เรื่องด้วยกัน ในเรื่องนี้คือ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องที่มีอยู่ในขณะนี้ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องที่ดิน ไม่ว่าที่ดินทํากินหรือที่ดินที่อยู่อาศัยก็ตาม มันเปึนกฎหมายเฉพาะเรื่อง เฉพาะที่ดินประเภทนั้น ๆ ถ้าตราบใดยังไม่มีการประมวลสิ่งเหล่านี้ให้ไปสู่จุดมุ่งหมาย อย่างเดียวกันโดยชัดเจนแล้วก็จะเปึนปัญหาในการดําเนินการตามนโยบาย
อันที่ ๒ ก็คือกฎหมายเกี่ยวข้องกับเรื่องป์าไม้ เปึนกฎหมายซึ่งเห็นความสําคัญ ของเอกสารมากกว่าความสําคัญของชุมชน บางชุมชนอยู่มาเปึน ๑๐๐ป้ ๒๐๐ ป้ ๓๐๐ ป้ แต่ ๓๐๐ ป้ อยากจะยกตัวอย่างที่อําเภอบาเจาะ สุเหร่าที่อยู่ที่อําเภอบาเจาะ บนเทือกเขาบูโด เปึนเขตอุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโด สุไหง-ปาดีมีอายุ ๓๐๐ ป้แต่ว่าอยู่ในเขตอุทยาน ตัดยางไม่ได้ ณ วันนี้มีปัญหา เพราะฉะนั้นกฎหมายเปึนกฎหมายเฉพาะ และเปึนกฎหมาย ซึ่งอาศัยหลักฐานเอกสารทางกระดาษเท่านั้น ไม่อาศัยความเปึนจริง อันนี้คือเปึนปัญหา
อีกอันหนึ่ง ปัญหาสําหรับประเด็นนี้ที่รัฐบาลต้องคํานึงถึงก็คือ ระบบ การบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทยหรือที่เปึนอยู่ขณะนี้ไม่เอื้อในการแก้ไขปัญหา ตามนโยบาย เพราะว่าเปึนพันธกิจตามรายกระทรวง เมื่อเปึนรายกระทรวงก็กระทรวง ใครกระทรวงมัน ทุกกระทรวงใหญ่ไปถึงหมู่บ้าน ใหญ่ไปถึงตําบล ไม่มีการบูรณาการกัน ไม่มีเอกภาพในการแก้ปัญหา ถือว่าประชาชนมีส่วนร่วมน้อยหรือส่วนร่วมที่ไม่จริง ส่วนร่วมแบบราชการมากกว่าเปึนศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง ในเรื่อง ข้อ ๑.๑๗ ทางกระผมก็มีข้อเสนอว่าประการแรกคือ ควรบูรณาการกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องที่ดินและป์าไม้ เพื่อให้มีการกําหนดเจตนาให้เปึนไปตามนโยบายของรัฐบาลนี้ ซึ่งควรจะกําหนดอย่างนี้มานานแล้ว เปึน ๑๔ ป้มาแล้วควรจะกําหนดอย่างนี้มานานแล้วว่า มีเจตนาที่จะดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและประชาชนที่อยู่ร่วมกันอย่างมั่นคง ต่อไปได้ต้องมีการบูรณาการกฎหมาย กฎหมายที่ไม่เอื้อ ไม่อํานวยความเปึนธรรม กฎหมาย ไม่อาศัยความเปึนจริงต้องแก้ไข อย่างเช่น พระราชบัญญัติป์าไม้ป้ ๒๔๘๔ พระราชบัญญัติ ป์าสงวนแห่งชาติ ป้ ๒๕๐๗ โดยเฉพาะคําจํากัดความคําว่า ป์า คือที่ดินที่ไม่มีบุคคลได้มา ตามประมวลกฎหมายที่ดิน อันนี้เปึนมาตราซึ่งไม่นึกถึงความเปึนจริงเลย ไม่นึกถึง ความเปึนธรรมเลย ใครก็ตามที่มีที่ดินอยู่อาศัยมาจะกี่ร้อยป้ก็ช่าง ถ้าท่านไม่มีเอกสาร ซึ่งเปึนกระดาษ ถือว่าเปึนป์าหมด อันนี้เปึนเรื่องที่จําเปึนต้องแก้ไขโดยรีบด่วน ซึ่งอยู่ในประเด็น ของรัฐบาลอยู่แล้ว ผมเห็นว่ามีความจําเปึน
ประการที่ ๓ ที่กระผมเห็นว่ามีความสําคัญแต่แก้ยากมาก คือเรื่องกําหนด จํานวนเนื้อที่ดินให้กับบุคคลและนิติบุคคลอย่างเหมาะสม เหมือนกับพระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายที่ดิน ป้ ๒๔๙๗ เดิมกําหนดไว้บุคคลไม่เกินเท่านั้น นิติบุคคลไม่เกิน เท่านี้ แต่มาถูกแก้ไขในสมัยป้ ๒๕๐๒ สมัยปฏิวัติ ไม่จํากัด ทําให้ที่ดินส่วนหนึ่งไปอยู่ ในมือของผู้ที่มีสตางค์มาก ๆ แล้วก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ อันนี้กระผมเห็นสมควรว่าน่าจะ แก้ไข ซึ่งเราก็เรียกร้องแก้ไขกันมานานแล้วนะครับ แต่เปึนเรื่องที่แก้ยากมาก เพราะว่า คนที่มีที่เยอะ ๆ ก็มักจะมีอํานาจไปในตัวด้วย ก็อยากจะเห็นรัฐบาลนี้ได้พึงนึกถึงข้อนี้ครับ
ประการที่ ๔ ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ คือการบูรณาการกันในระดับ จังหวัด อําเภอ ไม่มีการบูรณาการกันอย่างแท้จริง แม้สมัยท่านทักษิณจะบอกว่า ให้มีผู้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ซีอีโอ (CEO) มันก็เลยซีอีโอแบบลมนะครับ แทงไฮโลด้วย ปากเปล่าทํานองนั้นไม่มีจริง ไม่สามารถจะบูรณาการกันได้อย่างแท้จริง ผมขอ ยกตัวอย่างการแก้ปัญหาความยากจน งบประมาณของกระทรวงที่ลงไปในจังหวัดนั้นผู้ ว่าราชการจังหวัดบางท่านอาจจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรบ้าง แต่ผู้รับเหมาในจังหวัดนั้นทราบแล้ว อันนี้เปึนเรื่องของการบูรณาการที่ไม่จริง แต่ถ้าบูรณาการกันอย่างแท้จริงแล้วตั้งโต๊ะ ผู้ว่าราชการจังหวัด ลงไปที่อําเภอ แล้วประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้มาแต่ต้นแล้วนี่จะทําให้ การแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ ตรงเปัาและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
และประการสุดท้ายของข้อนี้คือต้องส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนนั้น เปึนศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่มีส่วนร่วมเฉย ๆ ร่วมไป เซ็นชื่อครบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ถือว่าประชาคมแล้วอะไรทํานองนั้นคงไม่ใช่ ประชาคมของเขา ต้องแก้ปัญหา หาทางออกซึ่งมีหลายตัวอย่างนะครับ ขณะนี้ได้ดําเนินการมาแล้วตั้งแต่ ๔ ป้ ๓ ป้ผ่านมาแล้วนี่เราได้ดําเนินการสร้างเครือข่ายแบบชุมชนแบบนี้มา ๒๔๐ อําเภอแล้ว เพราะฉะนั้นอยากให้รัฐบาลทําต่อในเรื่องนี้ครับ อันนี้ในข้อ ๑.๑๗ ครับ ข้อ ๑.๑๘ คือขยายพื้นที่ บังเอิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ในการขยายพื้นที่ชลประทานครับ แต่ผมอยากจะเรียนว่าเปึนนโยบายภายในป้แรกโครงการใหญ่ ๆ คงทําไม่เสร็จแต่คงจะต้อง ศึกษาในทันที การศึกษาอันนั้นขออนุญาตกราบเรียนว่าขอให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม อย่างแท้จริงนะครับ เขตชลประทานทั้งหลายที่ทําไปแล้วไม่เปึนผลนั้น เพราะเปึนการวางแผน ในกระดาษ ไม่ได้เอาประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย นั่นจึงอยากจะขอเรียนเสริม ท่านนิดหนึ่งว่าในข้อนี้ประชาชนจําเปึนต้องเข้ามามีส่วนร่วม และจะทําให้ทั้งการดําเนินงาน ของในพื้นที่เอง ของรัฐบาลเอง ของหน่วยกระทรวง ทบวง กรมเองนี่ประสบผลสําเร็จ ได้อย่างแท้จริงครับ สําหรับนโยบายที่เหลือคืออีก ๗ ประการของนโยบาย ๔ ป้นั้น ในข้อ ๔ เปึนนโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมคงมีอยู่ ๒ ประเด็น ซึ่งใน ๒ ประเด็นนี้ปรากฏว่าในของรัฐบาลมีอยู่ ๗ เรื่องด้วยกัน แต่ผมมองว่ารัฐบาลขาดไป ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรกคือการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในภาพรวม โดยมีประชาชน หรือชุมชนเปึนศูนย์กลางหรือมีส่วนร่วมอย่างไหนสําคัญในเรื่องนโยบายพูดแต่เพียงว่า ประชาชนมีส่วนร่วมในการทําฝายกั้นลําธาร ลําน้ําเท่านั้น แต่ตราบใดท่านมีงบประมาณ อย่างมากจะวางแผนโครงการชลประทานอะไรก็ตาม แต่ถ้าไม่มีการบริหารจัดการ โดยภาพรวมแล้วนี่ไม่มีทางสําเร็จ เรื่องน้ํากฎหมายบ้านเราเปึนกฎหมายแยกส่วนครับ ท่านประธานครับ ชลประทานราษฎร์ ชลประทานหลวง กฎหมายน้ําบาดาลยังไม่มี กฎหมายรวมเลย แต่เราขาดกฎหมายที่เปึนภาพรวม รัฐบาลควรจะเร่งรัดในเรื่องนี้ กฎหมาย ทรัพยากรน้ําได้มีการทํามาแล้วในสมัยของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติของสภาแห่งนี้ แต่ว่าทําต่อเนื่องมาจากหน่วยงานของรัฐ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากรัฐบาลว่าควรจะเร่งรัด อันนี้เปึนเรื่องสิ่งสําคัญ ถ้ามีกฎหมายในภาพรวมเปึนแผนแม่บทแล้วนี่ประชาชนมีส่วนร่วม อย่างแท้จริงแล้ว การบริหารทรัพยากรน้ํานี่ไม่เปึนปัญหาเลย จะไม่มีคลองชลประทาน ที่แห้งผาก ไม่มีคลองชลประทานที่หญ้าขึ้นใช้เลี้ยงวัว อันนี้ขออนุญาตเรียนว่าเปึนข้อที่ ๑ ที่นโยบายรัฐบาลไม่มีนะครับ
เรื่องที่ ๒ ของรัฐบาลพูดแตะ ๆ นิดเดียวคือทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ก็เช่นเดียวกับเรื่องทรัพยากรน้ํามีกฎหมายแยกเฉพาะส่วน กฎหมายประมง กฎหมาย เดินเรือทางทะเล กฎหมายแร่ กฎหมายอย่างอื่นนะครับ แต่ในภาพรวมการบริหารจัดการ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืงแล้วนี่ไม่มี ประเทศไทยชายฝัืงทะเลเรานี่ ๑,๕๐๐ กิโลเมตร ๒๓ จังหวัดชายทะเล แล้วชุมชนที่ยากจนที่สุดของประเทศไทยก็เปึนชุมชนชายฝัืงทะเล เพราะฉะนั้นตราบใดถ้าชุมชนชายฝัืงไม่มีส่วนร่วมในการดําเนินการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ หรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง แล้วนี่ก็เปึนปัญหาอย่างที่เห็น จะตกอยู่กับผู้ที่มีอํานาจทางการเงินทางเศรษฐกิจ ทําให้ชุมชนชายฝัืงกลายเปึนชุมชน ซึ่งยากจนต่อไปด้วย เพราะฉะนั้นประการแรกอยากจะเรียนว่า ทรัพยากรทางทะเลชายฝัืงนี่ มีความจําเปึนอย่างยิ่ง รัฐบาลที่แล้วโดยหน่วยงานทรัพยากรทางทะเลชายฝัืงนะครับ ได้ร่างกฎหมายไว้แล้วอยู่ที่กฤษฎีกาอยู่ในขณะนี้ ก็จะฝากรัฐบาลว่าอันนี้แหละครับควรจะเร่ง เข้ามาซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญอีกอันหนึ่ง ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วท่านจะมีนโยบายอย่างไรก็ตาม ไม่มีทางสําเร็จได้หรอกครับ ตั้งแต่ชุมพรลงไปเปึนร้อยกว่ากิโลเมตรขณะนี้น้ําทะเลเซาะ เข้าไปหลายสิบเมตรนะครับ ไม่มีกฎหมายไหนไปใช้ ไม่มีกฎหมายใดที่ไปดูแลเลย ตราบใด ที่ยังไม่เร่งเรื่องนี้ก็จะมีปัญหากับทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง รวมทั้งชายฝัืงจริง ๆ ของเราด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ ที่รัฐบาลไม่ได้พูดถึง เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่พูดเรื่องดําเนินการลดขยะ ลดปริมาณขยะลง แต่ผมยังมองอีกภาพว่าลดขยะลง อย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะชุมชนทั้งหลายที่จะกําจัดขยะในขณะนี้ เมืองใหญ่ ๆ ก็มี นายทุนใหญ่ ๆ รับผิดชอบเรื่องเอาขยะไปฝังกลบเปึนส่วนใหญ่ อย่างเชียงใหม่เปึนต้น ทั้งเมืองเชียงใหม่มีคนอยู่รายเดียวรับไป เปึนต้น แต่ถ้ารัฐบาลได้ส่งเสริมให้ชุมชนได้นํา ขยะไปแปลงเปึนพลังงาน อันนี้จะช่วยทั้งลดปริมาณและเกิดรายได้ขึ้นด้วย อันนี้น่าจะเปึน นโยบายอันหนึ่งที่สําคัญแต่รัฐต้องช่วยสนับสนุน และเทคโนโลยีด้านนี้ไม่แพงแล้วครับ ชุมชนเกือบจะดําเนินการได้ทั้งหมดแต่ว่าบางชุมชนรัฐบาลต้องส่งเสริม อันนี้เปึนเรื่อง จําเปึนเพราะว่าขยะเปึนปัญหาสําคัญของชาติ อันนี้ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกทุกท่าน คงไม่เห็นแตกต่างไปนะครับ ในส่วนที่เปึนนโยบาย ๔ ป้ ผมมีอยู่ ๒ ประเด็นเท่านั้นที่จะ ขอชี้แจงนะครับ ส่วนอีก ๖ ข้อ อีก ๖ ประเด็นนั้น ผมเชื่อว่าเปึนเรื่องที่ดีอยู่แล้วถ้ารัฐบาล ทําได้ตามนั้นก็เยี่ยมยอดแล้ว วิเศษแล้วนะครับ
เรื่องแรกคือ ข้อ ๔.๒ ครับ เร่งรัดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมภายใต้การมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ให้มีความสมดุลของการใช้ประโยชน์ การถือครอง การอนุรักษ์ ทรัพยากรดิน ป์าไม้ สัตว์ป์า ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ทรัพยากรธรณี โดยใช้ระบบภูมิสารสนเทศควบคุมการปรับปรุงและบังคับใช้กฎหมายตลอดจนระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง ผมให้ขีดเส้นใต้ตรงที่การบังคับใช้กฎหมายตลอดจนระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด อันนี้ผมขออนุญาตเรียนว่าในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีทั้ง ป์าไม้ มีปัญหาในการใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดอย่างที่ผมกล่าวไว้ตอนต้น เพราะเปึน กฎหมายซึ่งไม่อํานวยความเปึนธรรมในบางมาตราอยู่ ทางเจ้าหน้าที่เองก็ลําบากใจ ตัวประชาชนเองก็ลําบาก ถ้าจะปฏิบัติตามกฎหมายก็ไม่เกิดความเปึนธรรม ถ้าจะปฏิบัติ ให้เปึนธรรมก็ขัดกฎหมายอันนี้เปึนเรื่องจะต้องดําเนินการแก้ไขโดยรีบด่วน ซึ่งไม่ยากครับ เพียงแต่แก้กฎหมายบางมาตราเท่านั้นก็ทําให้สามารถจะดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของเราได้
ประการที่ ๒ ที่อยากจะเรียนคือในข้อ ๔.๓ ครับท่านประธาน การอนุรักษ์ ทรัพยากรดินและป์าไม้โดยยุติการเผาไร่นาและทําลายหน้าดิน อันนี้ก็ไม่อยากจะอ่าน ให้ยาวไปครับ ผมอยากจะเน้นตรงการเผาไร่ การเผาไร่นี่จริง ๆ แล้วถ้าเผาไร่ในพื้นราบนี่ เปึนปัญหาอย่างที่ท่านว่าจริงตามนโยบายจริง แต่การเผาไร่ของชุมชนบนภูเขาซึ่งเปึน ชุมชนที่อนุรักษ์ป์าไม้ โดยเฉพาะเผ่ากะเหรี่ยงเขาเผาไร่เพื่อไม่ต้องการใช้ปุิย ไม่ต้องการใช้ สารเคมี เผาโดยมีการจํากัดเขต เผาโดยในความควบคุม เผาในเวลาที่เหมาะสมและใน เนื้อที่ที่จํากัด ผมขอเรียนว่ามีชุมชนประมาณ ๔๐๐ ชุมชนที่ดําเนินการอยู่เปึนอย่างนี้ และชุมชนของเขา ณ วันนี้เปึนป์าโดยสมบูรณ์ครับท่านประธานครับเปึนเพียงแต่ทําไร่ ป้นี้เท่านั้นที่เปึนช่องว่างดูเหมือนโหว่ไป แต่ที่โหว่นั้นจากการสํารวจแล้ว ๓.๗ ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ของชุมชนที่ดําเนินการทําไร่หมุนเวียน ถ้าท่านมีนโยบายอย่างนี้ และขณะนี้หน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการสั่งการไปแล้วว่าป้นี้ห้ามเผาไร่เด็ดขาด ตายครับ ประชาชนตรงนั้นไม่มีอาหารกินแน่นอน เพราะไร่หมุนเวียนเขานั้นเขาปลูกข้าว ปลูกพริก ปลูกมะเขือ ปลูกดอกไม้ ปลูกฟัก ปลูกแฟงพร้อม ๆ กันในแปลงเดียวกัน แล้วไร่ที่เขาเผา เขาไม่ได้โค่นแบบใช้แทรกเตอร์ถอนรากถอนโคนครับ เขาใช้ฟันจะเหลือตอครึ่งเอว ขณะที่ เก็บเกี่ยวข้าวเขาตอแตกแล้วครับ แตกกิ่งแตกก้านแล้ว และมีการแต่งกิ่งแต่งก้านแล้ว เพราะฉะนั้นการทํามาหากินแบบอนุรักษ์ของชุมชนเหล่านี้รัฐจะต้องดูแล ถ้าออกกฎหมาย หรือออกนโยบายคลุมไปทั้งหมดแล้วจะเกิดปัญหา และไม่น้อยชุมชนอนุรักษ์ทั้งหลาย ต้องขออนุญาตฝากท่านประธานนะครับ อยากจะเรียนนิดเดียวว่าทั้งหมดทั้ง ๒ เรื่องนี้ ผมมีอยู่ ๔–๕ ประเด็น คือ เร่งรัดการปรับปรุงกฎหมาย กรณีที่มีชุมชนในเขตที่ดินควร สนับสนุนให้ชุมชนเปึนศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาไม่ใช่เพียงแต่เปึนส่วนร่วม ถ้าทํา อย่างนั้นได้จะเกิดข้อมูลของชุมชนโดยประชาชนเอง ผมมีตัวอย่างหลายอําเภอที่ทาง กรมการปกครองได้สั่งให้นายอําเภอลงไปแก้ปัญหามากมาย อําเภอที่เปึนปัญหาคือ อําเภอบาเจาะที่ว่าทางราชการเข้าไปไม่ได้ ขณะนี้ทําเรียบร้อยบนเทือกเขาบูโด จะเกิด การแก้ปัญหาโดยศักยภาพของชุมชนเอง ข้าราชการเปึนส่วนสนับสนุนเท่านั้น ขออนุญาต กราบเรียนว่าถ้าเราสนับสนุนให้ประชาชนเปึนฐาน ข้าราชการเปึนโครง แล้วใครจะเปึน รัฐบาลก็ได้ครับ ประเทศไทยเจริญแน่ ขอบคุณครับ