วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หารือเรื่องสวัสดิการคนพิการ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดสวัสดิการให้กับคนพิการ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสวัสดิการให้กับคนพิการระดับรุนแรงและเด็กพิการรุนแรง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และเร่งรัดการแก้ไขกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับคนพิการ
เพราะเดี๋ยว ท่านประธานส่งสัญญาณไฟ ผมจะไม่รับรู้ด้วย จะต้องขอบวกไปอีก ๒ นาทีนะครับ ในเรื่องที่ผมจะพูดนั้นผมก็จะขอพูดในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องของคนพิการและผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะนะครับ ท่านประธานครับ ในเรื่องนโยบายของรัฐบาลผมก็อยากจะขอฝาก ท่านรัฐมนตรีและโดยเฉพาะอย่างยิ่งสํานักงบประมาณครับว่า ในเรื่องใดก็ตามครับ ที่ไม่ได้กล่าวถึงคนพิการโดยเฉพาะก็ต้องเปึนที่รู้และเข้าใจว่ารวมถึงคนพิการด้วย ไม่ว่านโยบายเรื่องเทคโนโลยีที่จะนํามาพัฒนาเรื่องการศึกษาแล้วแจกคอมพิวเตอร์นี่ ก็อย่าลืมแจกคนพิการด้วยนะครับท่านประธานครับ ไม่ว่าเรื่องแหล่งท่องเที่ยวก็ต้องคิดถึง คนพิการด้วยครับท่านประธาน ผมนี่ก็เปึนคนที่ชอบเที่ยวมากหลายคนบอกตาบอด ทําไมชอบเที่ยว แต่ท่านประธานครับความสุขของมนุษย์มันไม่ได้มาจากตาอย่างเดียวนะครับ ลูบ ๆ คลํา ๆ ได้ยินเสียงบ้างนะครับ มีคนบรรยายภาพประกอบบ้างนะครับ ก็มีความสุขครับ ท่านประธาน อย่างเมื่อวานนี้ผมไปพบเพื่อนผู้พิการที่หนองคาย คุณทะนงท่านก็เปึน จิตรกรวาดภาพด้วยปากนะครับ ก็มีคนเอาเรียกว่านางแบบมาให้วาดนะครับ แล้วท่าน ก็ต้องคาบปากกาวาด นางแบบก็ยังถามว่าคุณทะนงจะวาดไหวหรือ คุณทะนงบอกวาด ไหวครับ สมาธิดี แต่อย่าทําให้น้ําลายไหลแล้วกัน เพราะถ้าน้ําลายไหลแล้วก็จะวาดภาพ ต่อไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องการเที่ยว การรับรู้อะไรของคนพิการมันก็ไม่ต่างกับคน ทั่วไปนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นนโยบายอะไรทั่วไปก็อย่าลืมตกหล่นเรื่องคนพิการ ด้วยครับ โดยเฉพาะสํานักงบประมาณเวลาตั้งงบประมาณทีไรครับ เรื่องอะไรไม่ได้ระบุถึง เรื่องคนพิการโดยเฉพาะ สํานักงบประมาณก็จะบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องของ คนพิการตั้งงบไม่ได้ อันนี้ผมอยากจะฝากไว้เลยครับท่านประธาน นโยบายทั่วไปต้องไม่ลืม คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสอื่น ๆ ด้วยครับท่านประธาน นอกจากนี้ครับนโยบายที่จะต้องนํามา เชื่อมโยงเกี่ยวกับคนพิการ ผู้ด้อยโอกาสโดยเฉพาะก็จําเปึนอย่างยิ่งในการที่จะเสริมต่อให้ คนพิการเราสามารถที่จะพัฒนาตัวเองแล้วก็พึ่งตัวเองได้อยู่ในสังคมนี้ได้อย่างมีความสุข ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๐ (๑) ในส่วนเกี่ยวกับเรื่อง คนพิการโดยเฉพาะนั้น ผมก็เห็นว่าในนโยบายนั้นรัฐบาลก็ได้กล่าวไว้อยู่พอสมควรนะครับ แต่ผมก็อยากจะขอขยายให้ละเอียดขึ้นด้วยว่าในเรื่องต่าง ๆ นั้น บางทีก็กล่าวถึงบ้างไม่ได้ กล่าวถึงบ้างนะครับ ควรจะทําอะไรกันบ้างให้กับคนพิการเราเพื่อให้คนพิการพึ่งตัวเองได้ ไม่ต้องเปึนภาระของครอบครัว สังคม แต่ช่วยสร้างสรรค์สังคมเราได้เริ่มตั้งแต่เรื่อง นโยบายการศึกษานะครับท่านประธาน ในเรื่องการศึกษานโยบายที่จะสนับสนุนให้ คนพิการได้รับโอกาส ได้รับการศึกษาเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลก็นํามาเขียนไว้ในนโยบายที่ ๑.๔ นั้นนะครับ ผมก็อยากจะขอขยายความด้วยว่าในนโยบายนี้จะบรรลุผลได้นั้นจําเปึนอย่างยิ่ง ผมไม่รู้ ไมค์ของผมทําไมมันค่อย ๆ ดัง ๆ นี่แหละครับบางครั้งสิ่งแวดล้อมมันพิการมันก็เลย กลายมาว่าคนพิการก็พิการไป ท่านประธานครับในเรื่องการศึกษานั้นเพื่อที่จะให้คนพิการ เข้าถึงการศึกษาได้เท่าเทียมกับคนทั่วไปนั้น รัฐบาลก็จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องเอาใจใส่ว่า ทําอย่างไรคนพิการจะเข้าไปสู่ในระบบเรียนร่วมกับบุคคลทั่วไปได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งใน เรื่องนี้รัฐบาลก็ต้องเอาใจใส่เรื่องศูนย์การศึกษาพิเศษ ทุกวันนี้ศูนย์การศึกษาพิเศษหลาย แห่งไม่มีอาคารต้องไปอาศัยโรงเรียนบางโรงเรียนอยู่บางห้องเล็ก ๆ เท่านั้นเองครับ บุคลากรก็ยังน้อยและการพัฒนาบุคลากรก็ยังไม่มีอย่างทั่วถึง ในสมัยก่อนนั้นก็ยังอาศัย เงินหวยได้เอามาช่วยในเรื่องเหล่านี้ได้ แต่ในสมัยนี้มันไม่มีเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่อยากให้รัฐบาล จัดสรรงบประมาณมาสนับสนุนในเรื่องเหล่านี้ด้วยนะครับ เมื่อพัฒนาคนพิการในโรงเรียน เฉพาะความพิการเองผมก็อยากให้เน้นการศึกษาเพื่อไปสู่อาชีพ มีโรงเรียนสอนคนหูหนวก หลายแห่งที่เด็กจบมาแล้วเด็กก็ไม่รู้จะไปไหน ก็ต้องมาเกาะกลุ่มกันหน้าโรงเรียนเปึนรุ่นพี่ รุ่นน้องเพราะยังไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ซึ่งผมก็จะขอพูดเชื่อมโยงไปกับนโยบาย เรื่องการสร้างงานในเรื่องการสร้างอาชีพต่อไป ซึ่งไม่ได้มีนโยบายที่พูดถึงในเรื่องการสร้าง อาชีพของคนพิการโดยเฉพาะ แต่ผมก็คิดว่ารัฐบาลก็มีนโยบายในการที่จะสร้างงานให้กับ คนที่ว่างงานก็ควรจะรวมถึงคนพิการด้วย แต่จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการเสริม ในเรื่องการศึกษาผมขอกลับมาที่การศึกษาต่ออีกเล็กน้อยนะครับว่า ในเรื่องการศึกษานั้น นอกจากการเป่ดโอกาสการมีบุคลากรครูการศึกษาพิเศษ ที่จะมาช่วยเด็กแล้ว เรื่องสื่อ สิ่งอํานวยความสะดวกก็จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องให้มีใช้กันอย่างทั่วถึงตามที่กฎหมายได้ กําหนดเอาไว้ อันนี้ผมก็อยากจะฝากรัฐบาลเอาไว้เช่นเดียวกันนะครับ ทีนี้กลับมาสู่ ในเรื่องการมีงานทํา ท่านประธานครับ รัฐบาลไม่ได้เขียนนโยบายอะไรไว้โดยเฉพาะแต่ผม ก็บอกไว้แล้วว่าการทําให้คนมีงานทําก็ต้องรวมถึงคนพิการด้วย แต่การจะทําให้คนพิการ มีงานทํานั้นจําเปึนต้องมีมาตรการเสริมนอกเหนือจากมาตรการการจัดหางานของคนทั่วไปครับ ท่านประธาน เมื่อป้ที่แล้วผมดูเรื่องงบประมาณ กระทรวงแรงงานมีงบประมาณเกี่ยวกับ เรื่องการที่จะสร้างงานให้คนพิการมีแค่ ๓ ล้านกว่าบาท แล้วก็ใช้ในการแข่งขันเรื่องอาชีพ ของคนพิการ แน่นอนครับการแข่งขันอาชีพของคนพิการก็เปึนการส่งเสริมศักยภาพคนพิการ เปึนเรื่องที่ดีครับ แต่การจัดระบบให้คนพิการมีงานทําอย่างเปึนระบบนั้นเปึนเรื่องที่จําเปึน อย่างยิ่งครับ การช่วยให้คนพิการมีงานทําจําเปึนที่จะต้องมีระบบพี่เลี้ยง ผมขอโทษที่ใช้ ภาษาอังกฤษที่เขาเรียกว่า จ๊อบ โค้ช (Job coach) เหมือนระบบการศึกษามีครูการศึกษา พิเศษ คอยช่วยเพื่อให้เด็กได้เรียนและเข้าถึงองค์ความรู้เหมือนกับคนทั่วไป ในการสร้างงาน ให้กับคนพิการก็เช่นเดียวกันครับ ก็จําเปึนต้องมีระบบที่จะเข้ามาช่วยเปึนระบบพี่เลี้ยง ที่จะช่วยให้คนพิการเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือประกอบอาชีพอิสระอย่างมีผลสําเร็จที่เปึนรูปธรรม ผมคิดว่าประเทศไทยจําเปึนอย่างยิ่งที่ต้องเอาใจใส่เรื่องนี้ครับ ในเมื่อเราทุ่มเทเรื่องการศึกษา เข้าไปแล้ว ซึ่งเราได้ใส่ทรัพยากรเข้าไปมากพอสมควรครับท่านประธาน โดยถัวเฉลี่ยแล้วถ้าเด็กพิการ เรียนตั้งแต่อนุบาลจนมาจบ ม. ๖ นะครับ ค่าหัวตกหัวหนึ่งก็ประมาณ ๑ ล้านบาท เราไม่ควรจะปล่อยเงิน ๑ ล้านบาทนี้สูญสลายไปเฉย ๆ แล้วให้กลายเปึนคนว่างงาน อยู่เปล่า ๆ นะครับ แล้วก็เปึนภาระของครอบครัวและสังคมต่อไปครับ ระบบการสร้างงาน ให้คนพิการอย่างเปึนระบบจําเปึนอย่างยิ่งครับ ผมก็อยากจะขอฝากไปทางกระทรวง แรงงานที่จะทําในเรื่องนี้ต่อไปด้วยนะครับ ในเรื่องที่ ๓ ที่จะขอพูดถึงนะครับ นั่นก็คือการ เข้าถึงสิ่งอํานวยความสะดวกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๔ ครับท่านประธาน ในนโยบายนั้น ไม่ได้พูดถึง แต่ผมก็พยายามที่สร้างความเข้าใจว่าในเรื่องบริการสาธารณะขนส่งสาธารณะ สิ่งเหล่านี้รัฐบาลจําเปึนอย่างยิ่งนะครับที่จะต้องดูแลเอาใจใส่ให้คนพิการได้เข้าถึงและใช้ ประโยชน์ได้ด้วยนะครับ ผมยกตัวอย่าง ทางรถไฟที่จะสร้างใหม่นะครับที่จะต้องไปอาศัยเงิน เจบิค (J-BIC) ต้องให้คนพิการไปลอบบี้ที่เจบิคว่าต้องมีเงื่อนไขให้มีสิ่งอํานวยความสะดวก ค่อยปล่อยเงินกู้ เปึนเรื่องแปลกครับ รัฐบาลทางเจบิครับเปึนนโยบายครับ เอาจริงเอาจัง มีการสอบถามคนพิการว่าจะต้องเสนอ เปึนเงื่อนไขกับรัฐบาลอย่างไรในการที่กําหนดไว้ ในเงินกู้ที่จะให้คนพิการใช้สิ่งอํานวยความสะดวกที่จะใช้รถไฟฟัาหรือรถไฟใต้ดินอะไรก็ แล้วแต่นะครับที่จะใช้เงินของเจบิค ที่ต้องมีเงื่อนไขเหล่านี้ ผมก็คิดว่ารัฐบาลไทยก็ควรที่ จะเอาใจใส่อย่างจริงจังเช่นเดียวกัน ไม่จําเปึนที่จะต้องรอให้เจบิคกําหนดในเงื่อนไขเงินกู้ มาบอกให้เราทํานะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลควรจะยึดมั่นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๔ ซึ่งผม ก็เชื่อเช่นนั้นนะครับ เพราะผมทราบมาว่าก็มีโครงการที่จะทําสิ่งอํานวยความสะดวกให้กับ คนพิการเช่นเดียวกัน แต่ความสําเร็จในการทําสิ่งอํานวยความสะดวกให้กับคนพิการนะครับ ท่านประธาน จําเปึนอย่างยิ่งต้องให้คนพิการได้ร่วมคิดร่วมเสนอแนะตั้งแต่แรกนะครับ มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาเหมือนที่สนามบินสุวรรณภูมินะครับท่านประธาน เช่น ถ้าถามคน พิการตั้งแต่แรกนะครับ เรื่องห้องน้ําคนพิการอาจจะบอกว่าห้องน้ําสําหรับคนพิการนั้น ควรจะไว้ห้องแรกไม่ใช่ไว้ห้องสุดท้ายนะครับ เพราะคนพิการต่างเพศกันบางครั้งจําเปึน ต้องอาศัยเพศอื่นช่วยพาไปห้องน้ําด้วย แม้เมื่อไปอยู่ห้องสุดท้ายมันก็ลําบาก แต่ถ้าปรึกษากัน ตั้งแต่แรกอยู่ห้องแรกมันก็ไม่มีปัญหาครับ เหมือนของ กทม. ก็เช่นเดียวกันครับ ก่อนนั้น ไม่ปรึกษาเรื่องทางลาดก็มีปัญหา แต่เมื่อได้มีการปรึกษาหารือทดสอบใช้กันตั้งแต่แรก มันก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องสิ่งอํานวยความสะดวก ผมก็ขอรัฐบาล ว่าได้โปรดกรุณาจัดตั้งคณะทํางานที่มีคนพิการร่วมคิดร่วมทําตั้งแต่แรก เพื่อไม่ให้มีปัญหา ในภายหลังให้คนพิการมาบ่นหรือมาชุมนุมเรียกร้อง อันนี้ก็จะเกิดปัญหา โดยไม่จําเปึน นะครับ
ในเรื่องสวัสดิการครับท่านประธาน แน่นอนครับ คนพิการทุกคนครับ ไม่ใช่จะสามารถพัฒนาพึ่งตัวเองได้ เพราะการพึ่งตัวเองของคนพิการนั้นขึ้นอยู่กับศักยภาพ ของสังคมที่จะเข้ามาพัฒนาคนพิการครับ ถ้าสังคมไทยมีระบบพัฒนาศักยภาพของคน พิการที่ดี เราก็สามารถที่จะพัฒนาคนพิการเข้าสู่ระบบแรงงานได้ดี แต่เมื่อระบบสังคมเรา ยังไม่สามารถพัฒนาคนพิการเข้าสู่ระบบแรงงานได้ดีพอนะครับ ระบบสวัสดิการสังคมใน การดูแลคนพิการที่พึ่งตัวเองไม่ได้ก็ยังเปึนเรื่องจําเปึนนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องเบี้ยยังชีพ ก็เหมือนเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุก็จําเปึนอย่างยิ่งที่ต้องจัดให้มีอย่างทั่วถึงนะครับ ผมไปสํารวจ มาในหลายแห่งครับก็ยังไม่อาจได้รับเบี้ยยังชีพนะครับ เพราะว่ามีไม่ทั่วถึง อันนี้ก็เปึนเรื่อง จําเปึนนะครับ และที่ซ้ําร้ายบางครั้งคนพิการมากกลับไม่ได้ แต่คนพิการน้อยที่มีเส้นสาย กลับได้ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่อยากให้รัฐบาลได้เอาใจใส่ในเรื่อง ระบบสวัสดิการให้กับคนพิการหรือคนพิการระดับรุนแรงที่บางครั้งเขาต้องมีภาระเพิ่มเติม นะครับ และระบบสวัสดิการที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือก็จําเปึนอย่างยิ่งนะครับ โดยเฉพาะ เบี้ยเลี้ยงความพิการที่จะจัดช่วยเด็กพิการรุนแรงตามที่ได้เสนอไปนะครับ
เรื่องสุดท้ายในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องคนพิการ ได้มีการผ่านกฎหมายออกมา หลายฉบับมากนะครับ ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอเรียกร้องรัฐบาลอยู่ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ
เรื่องแรก ขอให้รัฐบาลได้ช่วยกรุณาช่วยให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิ คนพิการโดยด่วนนะครับ เพราะการทํางานโดยเร่งรัดเพื่อให้จบในรัฐบาลที่แล้วนั้นจบไม่ทัน และอันที่จริงเรื่องอนุสัญญานี้ก็เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ทักษิณที่ตั้ง คณะทํางานซึ่งเปึนตัวแทนคนพิการไปเจรจาแล้วมันก็ยังไม่จบไม่สิ้นนะครับ ผมก็หวังว่า รัฐบาลควรจะให้สัตยาบันโดยเร็ว เพราะเราก็มีบทบาทสําคัญในการเจรจาให้เกิดอนุสัญญา ฉบับนี้ ส่วนกฎหมายลําดับรองต่าง ๆ นั้นยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะกฎหมายลําดับรองของ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และ พ.ร.บ. จัดการศึกษา สําหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีระเบียบและกฎหมายลําดับรองจํานวนมาก เพราะฉะนั้น ผมต้องขอความกรุณารัฐบาลได้สนับสนุนให้กฎหมายลําดับรองนี้เกิดขึ้นเพื่อเกื้อกูลให้ กฎหมายสามารถทํางานได้ด้วยดีนะครับ เรื่องงบประมาณตามที่กฎหมายได้แก้ไขนั้น ไม่ว่าการแก้ไขใน พ.ร.บ. สลากก็แก้ไขไว้ชัดว่าให้มีการจัดสรรงบจากหวยบนดินมาให้กับ กองทุนต่าง ๆ ทางการศึกษาของคนพิการและในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ก็หวังว่า รัฐบาลจะดูแลเรื่องเหล่านี้ให้เปึนไปตามกฎหมายหรือแม้ว่ากฎหมายยังไม่ออกเรียบร้อย ก็ขอให้ได้ช่วยเร่งรัดดูแลเรื่องเหล่านี้ เพราะว่าในระบบงบประมาณทั่วไปคนพิการมักจะไป แข่งแย่งชิงเอามาได้ยากนะครับ คนพิการก็เลยต้องมาขอพึ่งงบก้อนอื่น เช่น งบจากหวยบ้าง หรือจากภาษีเหล้าบ้าง ก็หวังว่ารัฐบาล ก็คงจะอนุเคราะห์นะครับ
เรื่องสุดท้ายที่ผมจะขอพูดในวันนี้ครับท่านประธาน เรื่องความมั่นคง ท่านประธานไม่ทราบเหลือกี่นาทีครับ