รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

วราวุธ ศิลปอาชา หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเพิ่มความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับเยาวชนและเกษตรกร เพื่อช่วยลดปัญหาการผลิตล้นตลาดและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกร นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแยกประเภทแหล่งท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวในกลุ่มเฉพาะ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดตั้งสถาบันส่งเสริมขีดความสามารถของข้าราชการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

นายวราวุธ ศิลปอาชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

ขอบพระคุณครับ กระผม นายวราวุธ ศิลปอาชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยครับ ในวันนี้ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลผ่าน ท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีใน ๔ ด้านด้วยกัน นโยบายด้านแรกคือนโยบายด้านการศึกษา ด้านที่ ๒ คือนโยบายด้านการพัฒนาสุขภาพของประชาชน ด้านที่ ๓ คือนโยบายด้านปรับ โครงสร้างเศรษฐกิจ ทั้งทางภาคการเกษตรและภาคการท่องเที่ยวและบริการ และด้านสุดท้าย ด้านที่ ๔ คือนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในนโยบายด้านการศึกษาข้อ ๒.๑.๓ นั้นได้เขียนไว้ว่า รัฐบาลจะส่งเสริมการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การสอน และการเรียนรู้อย่างจริงจัง จัดให้มีการเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประกอบการเรียนการสอนให้โรงเรียน อย่างทั่วถึง ซึ่งประเด็นนี้ก็จะสอดคล้องกับนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในข้อ ๓.๕.๑ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ผมได้อ่านคําให้สัมภาษณ์ของ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ในการที่จะให้นักเรียนทุกคนนั้นมีคอมพิวเตอร์หรือแลพทอพ (Laptop) ไว้ใช้เปึนของตนเอง ผมต้องขอกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมและพรรคชาติไทยนั้น ขอสนับสนุนนโยบายที่จะให้เด็กนักเรียนทุกคนมีคอมพิวเตอร์ มีโน๊ตบุ๊ค (Notebook) เปึนของ ตนเองก็จะทําให้เด็กไทยทุกคนนั้นได้มีโอกาสใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอุปกรณ์ที่ทันสมัย ตั้งแต่อายุยังน้อยไม่เหมือนกระผมซึ่งกว่าจะได้ใช้คอมพิวเตอร์นั้นก็ปาเข้าไป ๑๗ ป้ ๑๘ ป้ เข้าไปแล้ว จึงถือได้ว่าเปึนวิสัยทัศน์ที่ดีของรัฐบาล แต่ทว่าท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อความสมบูรณ์ของนโยบาย กระผมและพรรคชาติไทยขออนุญาตตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม สัก๓-๔ ประเด็น ดังนี้ครับ

ในข้อที่ ๑ ครับท่านประธานครับ ในโน๊ตบุ๊คหรือว่าคอมพิวเตอร์ที่เราจะซื้อ ให้กับนักเรียนนั้น เราคิดหรือยังว่าเราควรจะมีโปรแกรมอะไรใส่ลงไปในเครื่องบ้างกล่าวง่าย ๆ ก็คือว่า เราจะเอาความรู้อะไร จะเอาเนื้อหาอะไรบรรจุลงในเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อที่จะเปึนประโยชน์ แก่เด็กนักเรียนในการเรียนรู้และส่งเสริมการพัฒนาของเด็กในแต่ละวัย ที่สําคัญก็คือว่า โปรแกรมหรือเนื้อหาทั้งหลายที่อยู่ในคอมพิวเตอร์นั้นจะมีระบบปัองกันอย่างไรครับ เพื่อไม่ให้ ถูกลบ หรือปัองกันไม่ให้เด็กนั้นเอาโปรแกรมที่ผิดกฎหมายหรือเกมต่าง ๆ โหลด (Load) เข้าไปใน เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่สําคัญอีกประเด็นหนึ่งครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลควรจะกําหนดเวลา ให้ชัดเจนนะครับว่า เนื้อหาทั้งหลายเหล่านี้ควรจะดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา เท่าไรก่อนที่จะตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์ เพราะว่าคอมพิวเตอร์นั้นถือได้ว่าเปึนสิ่งสุดท้าย ที่เราควรจะคํานึงถึงเพราะเปึนเพียงแค่วัตถุเท่านั้น หรือเปึนฮาร์ดแวร์ (Hardware) เท่านั้น แต่รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นจะต้องประชุมกันเสียก่อนว่า เนื้อหาหรือซอฟต์แวร์ ที่จะใส่ลงไปนั้นจะเปึนอย่างไร ไม่ใช่ซื้อคอมพิวเตอร์มาแล้วยังไม่ทราบเลยว่าจะใส่โปรแกรม อะไรลงไปเพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเยาวชนของเรา เหมือนกับซื้อรถครับท่านประธาน ซื้อแล้วยังขับไม่เปึนก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะซื้อไปทําไมนะครับท่านประธานครับ วันนี้ เรากําลังจะวางพื้นฐานอีกส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เบื้องต้นซึ่งจะสอดคล้องกับพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติว่าด้วยการเรียนรู้ตลอดชีวิต ฉะนั้นข้อมูลเนื้อหาและโปรแกรมต่าง ๆ จะต้องสอดคล้องกับการเจริญเติบโตของเด็ก ๆ ในแต่ละวัย เวลาเด็ก ๆ โตขึ้นข้อมูลหรือ โปรแกรมต่าง ๆ เหล่านั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร จะใช้วิธีการโหลดลงมาจาก อินเทอร์เน็ตหรือจะเปึนในรูปแบบของซีดีรอม (CD-ROM) แจกจ่ายให้กับเด็ก ๆ นั้น ประเด็นนี้ คงต้องฝากท่านประธานไปเรียนทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาด้วย

ในข้อที่ ๒ ครับท่านประธานครับ อินเทอร์เน็ตครับท่านประธาน หนึ่งใน จุดมุ่งหมายสําคัญของการมีแลพทอพหรือมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัวนั้นก็เพื่อที่จะใช้หาข้อมูล จากอินเทอร์เน็ต แต่ทุกวันนี้บางหมู่บ้านในประเทศไทยแม้แต่ในจังหวัดสุพรรณบุรีของผม เองนั้นยังไม่มีโทรศัพท์ใช้เลยครับท่านประธานครับ ท่านประธานก็ทราบดีว่าการจะใช้ อินเทอร์เน็ตนั้นจะต้องมีสายโทรศัพท์ ไม่ใช่จุดธูป ๓ ดอก จุดเทียน ๒ เล่ม ไหว้เช้าไหว้เย็น แล้วอินเทอร์เน็ตมันจะมานะครับ ต้องมีสายโทรศัพท์ ดังนั้นรัฐบาลจะต้องสนับสนุน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนบริษัท ทศท. คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) ในการเร่ง ขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อให้มีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในทุก ๆ หมู่บ้าน ในประเทศไทย ซึ่งจะทําให้คนไทยทั่วประเทศมิใช่แค่เพียงเด็กนักเรียนเท่านั้นมีโอกาส เข้าถึงแหล่งความรู้ได้เท่าเทียมกันไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ควรจะเร่ง ดําเนินการเสียก่อนที่จะพิจารณาจัดซื้อคอมพิวเตอร์ดังกล่าว

ข้อที่ ๓ ครับท่านประธานครับ เมื่อสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้แล้ว รัฐจําเปึนต้องมีการที่จะควบคุมในการที่จะเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ และมีมาตรการปัองกัน การเข้าไปดูเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในอินเทอร์เน็ต

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นนี้ผมและพรรคชาติไทยได้เคยฝาก สภาแห่งนี้นะครับ ไปยังกระทรวงไอซีทีแล้วหลายต่อหลายครั้งนะครับ คือการที่ภาครัฐนั้น จะจัดตั้งให้มีผู้บริการอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า ไอเอสพี (ISP)ในลักษณะที่จะกรอง เอาเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมแก่เยาวชนออก กระผมเคยยกตัวอย่างเรื่องของโรงเรียนสีขาว ซึ่งเปึนโรงเรียนที่จะปลอดต่อสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายต่อเยาวชนของเรา แล้วก็เสนอแนะว่า ทางกระทรวงไอซีทีนั้นน่าจะจัดตั้งไอเอสพีสีขาวขึ้นสําหรับโรงเรียนต่าง ๆ หน่วยงาน ราชการต่าง ๆ นักเรียนหรือแม้แต่ผู้ปกครองที่เปึนห่วงลูกหลานของตน แต่มาจนกระทั่ง บัดนี้ก็ยังไม่มีการดําเนินการใด ๆ ปล่อยให้ภาคเอกชนบางรายนั้นได้ดําเนินการล่วงหน้า ไปก่อนบางส่วนแล้วนะครับ ดังนั้นเรื่องให้ผู้บริการอินเทอร์เน็ตที่เหมาะสมกับนักเรียน กับโครงการคอมพิวเตอร์ดังกล่าวก็ต้องขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าให้ความสําคัญด้วย

ข้อที่ ๔ ครับ ประการสุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพครับ การซ่อม บํารุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น ประเด็นนี้รัฐบาลจะต้องวางแผนให้ดี เพราะคอมพิวเตอร์ ที่จะซื้อมีจํานวนมาก หลายหมื่นหลายแสนเปึนล้านเครื่อง เวลาใช้งานต้องมีปัญหาแน่นอนครับ เวลาเสียขึ้นมา หน่วยงานใดครับจะมีหน้าที่เปึนผู้รับผิดชอบ เปึนผู้ดูแลซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ เหล่านั้น เปรียบเสมือนบริการหลังการขายครับท่านประธาน อาฟเทอร์ เซล เซอร์วิส (After sale service) นั้นเปึนสิ่งที่สําคัญที่รัฐบาลจะต้องคํานึงถึง ที่กล่าวมาเมื่อสักครู่ ก็เปึนเพียงแค่ข้อสังเกตให้กับรัฐบาลก่อนที่ท่านจะดําเนินการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้กับเด็กนักเรียน

ท่านประธานที่เคารพครับ นโยบายด้านต่อมาคือ นโยบายด้านการพัฒนา สุขภาพของประชาชนในข้อ ๒.๓.๕ ได้พูดถึงเรื่องกีฬาเพื่อเสริมสร้างสุขภาพและพลานามัยที่ดี และการพัฒนากีฬาสู่ความเปึนเลิศไว้ ผมเชื่อว่าในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้มีสมาชิกหลายท่าน ที่เปึนผู้เชี่ยวชาญและทราบถึงปัญหาของวงการกีฬาบ้านเราอยู่มากมาย จึงจะขอพูด ในอีกมิติหนึ่งของด้านกีฬาครับท่านประธานที่เคารพครับ ทุกคนทราบกันดีว่าวงการกีฬานั้น จําเปึนต้องใช้เงินงบประมาณเปึนจํานวนมาก ผมและพรรคชาติไทยขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลขอให้พิจารณาเรื่องวัฒนธรรมการใช้กีฬาและนันทนาการในมิติทางเศรษฐกิจ ให้มากขึ้น เพราะทุกวันนี้เราจะเห็นว่าภาคเอกชนนั้นได้เข้ามามีบทบาทในวงการกีฬา อย่างมากมาย ในหลาย ๆ ประเทศไม่ว่าจะเปึนสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอังกฤษ เราจะเห็นได้ว่ามิติทางเศรษฐกิจในวงการกีฬานั้นมีความชัดเจนเปึนอย่างมาก และที่สําคัญ ยังเปึนปัจจัยสําคัญในการสนับสนุนวงการกีฬาของประเทศนั้น ๆ ให้มีการพัฒนาไป อย่างรวดเร็ว เพราะเราต้องยอมรับนะครับว่าภาคเอกชนนั้น มีศักยภาพและมีความคล่องตัว ในการใช้เงินมากกว่าภาครัฐมากมายนัก ผมดีใจนะครับท่านประธานที่ได้ยิน ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ให้สัมภาษณ์ในกรณีที่จะจัดตั้งทีวีกีฬาขึ้นมาโดยเฉพาะ เพราะจะเปึนการเป่ดมิติใหม่ทางด้านเศรษฐกิจให้กับวงการกีฬาของเรานะครับ แต่ทั้งนี้ก็คงต้องขอฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าต้องคํานึงถึงการใช้กีฬาและ นันทนาการในมิติทางด้านสังคม ทางด้านความมั่นคง ทางด้านการลงทุนหรือแม้แต่ทางด้าน การระหว่างประเทศให้มากขึ้นด้วย

ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อไปผมจะขออนุญาตกล่าวถึงนโยบาย ด้านปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใน ๒ ภาคด้วยกัน ภาคแรกคือภาคการเกษตรครับ ในข้อ ๓.๒.๑.๕ นั้น ได้พูดถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน ด้วยตนเอง ผมขออนุญาตฝากข้อเสนอแนะบางประการนะครับกับท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ท่านประธานคงทราบดีอยู่แล้ว นะครับว่า พี่น้องชาวเกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวนส่วนใหญ่ในประเทศไทยนั้นเปึนเกษตรกร รายย่อยเกือบทั้งสิ้น และหนึ่งในปัญหาใหญ่ของเกษตรกรชาวไร่ ชาวสวนของไทยก็คือ การที่ไม่สามารถจะรวมตัวกัน เพื่อนําเอาผลผลิตออกสู่ตลาด ทําให้เกิดเหตุการณ์ที่มีพ่อค้า คนกลางมารับซื้อผลผลิตถึงที่ไร่ที่สวนในราคาต่ํา เช่น เหมาซื้อเงาะทั้งสวน เหมาซื้อส้ม ทั้งสวน ซื้อมังคุดยกสวนเลยนะครับ พอเกษตรกรเห็นว่าสะดวกดีก็รีบตกลงขายให้ แล้วก็มาทราบเอาทีหลังว่าราคาที่ขายไปนั้นมันถูกแสนถูก ทําให้ชาวนา ชาวสวน ของเรานั้นไม่ได้รับผลตอบแทนในราคาที่ควรจะได้ ในกรณีนี้ครับท่านประธานครับ ถ้าหากภาครัฐสามารถส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวนรายย่อย ทั้งหลายนั้นให้รวมตัวกันเปึนกลุ่มซึ่งกันและกันให้ได้ เพื่อรวบรวมผลผลิตและคัดแยก ผลผลิตและสินค้า เพื่อจะเปึนการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและประโยชน์ในการขนส่ง แล้วก็เพิ่มช่องทางในการจําหน่ายและที่สําคัญจะเปึนการเพิ่มอํานาจการต่อรองให้กับ ตนเองด้วย

ปัญหาสําคัญอีกประการหนึ่งนะครับ คือการที่ในปัจจุบันนั้นพี่น้อง ชาวเกษตรกรมีความรู้ด้านการเพาะปลูก ด้านการผลิตดีมาก แต่ทว่าพี่น้องทั้งหลายนั้น กลับไม่มีความรู้ทางด้านการตลาดเลยนะครับ ดังนั้นหากภาครัฐสามารถให้ความรู้ด้าน การตลาดกับพี่น้องชาวเกษตรกรชาวไร่ ชาวสวนแล้วจะทําให้มีการวางแผนการเพาะปลูก มีการวางแผนการผลิตอย่างเปึนระบบมากขึ้น ซึ่งการกระทําเช่นนี้ผมเชื่อว่าจะช่วยลด ปัญหาผลผลิตล้นตลาดในฤดูกาลต่าง ๆ ได้อีกทางหนึ่งด้วย ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าหนึ่งในแนวทางการพัฒนาการเกษตรตามนโยบาย ข้อ ๓.๒.๑.๕ นั้นคือ การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในการกระจายสินค้าในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อให้ผู้ผลิต และผู้ซื้อในแต่ละภูมิภาคนั้นได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน ศูนย์ข้อมูลนี้ จะต้องมีข้อมูลที่ทันสมัยเปึนปัจจุบันหรืออัพเดท (Update) อยู่ตลอดเวลานะครับ เกี่ยวข้อง กับผลผลิตหรือผู้ผลิตในแต่ละภูมิภาค ซึ่งจะอํานวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อผู้ขาย ในภูมิภาคอื่น ๆ ในการที่จะซื้อขายแลกเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรข้ามภูมิภาคกัน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้กล่าวด้านการเกษตรมา ๒–๓ ประเด็นนี้ บางท่าน บางหน่วยงานอาจจะบอกได้ว่ามีการปฏิบัติกันอยู่แล้ว แต่ผมอยากจะย้ําผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุก ๆ หน่วยนะครับว่าขอให้มีการทํากันอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิด ผลลัพธ์ในการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรอย่างเปึนรูปธรรม ไม่ใช่แค่สักแต่ว่าทําตาม นโยบายกันไปวัน ๆ หนึ่งเท่านั้น

ท่านประธานที่เคารพครับ ภาคต่อมาคือภาคการท่องเที่ยวและบริการครับ ในส่วนแรกของ ข้อ ๓.๒.๓.๑ ของนโยบายนั้นได้พูดถึงการเร่งสร้างรายได้จาก การท่องเที่ยว ซึ่งในส่วนนี้ผมขออนุญาตใช้ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแสดง ท่านประธานครับ จากสไลด จากตัวเลขที่อยู่ในจอนั้นท่านจะเห็นได้ว่าในป้ ๒๕๕๐ ประเทศไทย ได้รายได้จากนักท่องเที่ยว จากการท่องเที่ยว จํานวน ๙๒๕,๐๐๐ ล้านบาท จากจํานวน นักท่องเที่ยว ๑๔.๕ ล้านคน ในป้ ๒๕๕๓ ประเทศไทยคาดว่าจะได้รายได้จาก นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเปึน ๑,๐๓๐,๔๐๐ ล้านบาท จากจํานวนนักท่องเที่ยว ๑๙.๓ ล้านคน พอไปถึงป้ ๒๕๕๘ ท่านประธานครับ เราคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง ๑,๒๑๙,๐๐๐ ล้านบาท จากจํานวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นถึง ๓๐ ล้านคน เปึนตัวเลขที่ถือได้ว่าดูดีและค่อนข้าง จะท้าทายต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทยเปึนอย่างยิ่ง แต่ท่านประธานถ้าหากมอง ในมุมกลับกันนะครับ จากตัวเลขดังกล่าวรายได้เฉลี่ยต่อนักท่องเที่ยว ๑ คน ในป้ ๒๕๕๐ นั้นอยู่ที่ ๖๓,๗๙๓ บาท พอไปป้ ๒๕๕๓ ลงไปเหลือ ๕๓,๕๗๕ บาท พอไปถึงป้ ๒๕๕๘ ลงไปเหลือแค่ ๔๐,๖๓๓ บาทเท่านั้นเอง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในขณะที่ต้นทุนทาง แหล่งท่องเที่ยว ทางทรัพยากรธรรมชาติ ทางสิ่งแวดล้อมของประเทศเรานั้นยังเท่าเดิม และมีแนวโน้มว่าจะเสื่อมโทรมลงไปในอนาคต ถ้าหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และเร่งด่วน แต่รายได้ที่ประเทศไทยนั้นจะได้รับจากนักท่องเที่ยวแต่ละท่าน ๆ กลับลดลง ถึง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ภายในระยะเวลาเพียงแค่ ๘ ป้ จาก ๖๐,๐๐๐ กว่าบาท เหลือแค่ ๔๐,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง ผมจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลครับว่าการจะ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยประกาศให้ป้ ๒๕๕๑ และป้ ๒๕๕๒ เปึนป้ แห่งการท่องเที่ยวตามนโยบายเร่งด่วนใน ข้อ ๑.๑๖ นั้นควรจะคํานึงถึงคุณภาพของ นักท่องเที่ยวเปึนหลักสําคัญ มากกว่าปริมาณหรือจํานวนของนักท่องเที่ยว มิฉะนั้นแล้ว ในอนาคตนักท่องเที่ยวทั้งหลายจะมองเห็นประเทศไทยเปึนเพียงแหล่งท่องเที่ยวราคาถูก หรือ ชีพ เดสทิเนชั่น (Cheap destination) เท่านั้น และคําว่า การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือที่เขาพูดกันว่า ซัสเทนเอเบิล ทัวร์ริซึม (Sustainable tourism) นั้นจะไม่สามารถ เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย ในนโยบายข้อดังกล่าวยังได้พูดถึงการฟุ๋นฟู พัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการท่องเที่ยวให้ยั่งยืนและสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในเชิงกลุ่มพื้นที่ที่มี ศักยภาพ ผมก็คงต้องขอฝากท่านประธานแล้วก็ผ่านไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาด้วยว่า ขอให้ดําเนินการตามนโยบายข้อนี้อย่างเร่งด่วนตามที่ผม ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับว่า นับวันต้นทุนทางแหล่งท่องเที่ยวของเรานั้นมีแต่จะ เสื่อมโทรมลง หากเราไม่เร่งฟุ๋นฟูและขยายปริมาณแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ เปัาหมายที่เรา ได้ตั้งเอาไว้คงจะไม่สามารถทําได้ ท่านประธานครับ ในตอนสุดท้ายของนโยบาย ข้อ ๓.๒.๓.๑ นั้น ได้ให้ความสําคัญกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจ ด้านระบบนิเวศ หรือที่เขาเรียกภาษาอังกฤษกันว่า อีโค ทัวริซึม (Eco Tourism) หรือกลุ่มที่สนใจด้าน วัฒนธรรมท้องถิ่นที่เขาเรียกกันว่า คัลเชอรัล ทัวริซึม (Cultural Tourism) หรือแหล่ง ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และโบราณสถาน ซึ่งถือได้ว่าเปึนนโยบายที่ดีนะครับ ในการ ที่เราจะจับเอาตลาดของนักท่องเที่ยวเฉพาะทางหรือที่เขาเรียกกันว่า นีด’ส มาร์เก็ต (Need’s Market) นั้น แต่ทั้งนี้คงต้องขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นะครับว่า กระทรวงจะต้องรีบทําบัญชีแหล่งท่องเที่ยวในประเทศให้เสร็จโดยเร็ว และที่ สําคัญจะต้องแยกประเภทของแหล่งท่องเที่ยวด้วยว่าเปึนแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ป์า เขา น้ําตก หรือแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์โบราณสถานหรือวัฒนธรรม เพราะมิฉะนั้น แล้วเราก็คงจะไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้ได้นะครับ

ท่านประธานครับ นโยบายด้านสุดท้ายที่จะขอพูดถึงคือนโยบาย ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ในข้อ ๓.๕ ครับ นโยบายนี้รัฐบาลได้เขียนไว้อย่างครอบคลุม พอสมควร แต่ว่าหนึ่งในปัจจัยสําคัญที่จะทําให้นโยบายทั้งหลายของภาครัฐนั้นจะประสบ ผลความสําเร็จก็คือบุคลากรของภาครัฐเองจากประสบการณ์ที่ผ่านมานะครับ ทั้งในส่วน ของสภาผู้แทนราษฎร หรือบางกระทรวง กรม กอง นั้นทําให้ผมได้เห็นว่าในปัจจุบันภาครัฐ ยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอยู่มากมาย สังเกตได้ จากการที่บางครั้งงบประมาณที่เสนอมาเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นจะมีความสับสน มีความซ้ําซ้อนกันอยู่มากมาย หรือแม้แต่กระทั่งการกําหนดคุณสมบัติของอุปกรณ์บางชนิด แทบจะลอกกันออกมาจากแคตตาล็อก (Catalog) เลยก็ว่าได้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่ป้พุทธศักราช ๒๕๔๔ เปึนต้นมา ผมและพรรคชาติไทยได้เรียกร้องให้ทางรัฐบาลนั้น โดยกระทรวงไอซีทีนะครับ ได้จัดตั้งสถาบันส่งเสริมขีดความสามารถของข้าราชการ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้น โดยหวังว่าสถาบันนี้จะพัฒนา จะส่งเสริม และให้ความรู้ ด้านไอที (IT) กับข้าราชการทุกระดับ ท่านประธานครับ สถาบันนี้จะต้องมีหน้าที่ในการกําหนด หลักสูตร ขั้นตอน มาตรฐานความรู้ด้านไอทีของข้าราชการไทยนะครับ และจัดให้มีการ ฝ๊กอบรมด้านไอทีให้กับข้าราชการทุก ๆ คนในทุก ๆ ระดับ บุคลากรของสถาบันจะต้องมี ความสามารถมีความเข้าใจด้านไอทีเปึนอย่างดี และที่สําคัญต้องสามารถถ่ายทอดสู่ผู้อื่นได้ เพราะทุกวันนี้แต่ละหน่วยงานนะครับ บางหน่วยงานก็ไปจ้างบริษัทนี้ บางหน่วยงานก็ไปจ้าง อีกบริษัทหนึ่ง จ้างสถาบันอะไรต่อมิอะไร ก็ไม่ทราบนะครับให้มาฝ๊กอบรมข้าราชการของตน ในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทําให้ไม่มีทิศทางที่ชัดเจนในการทํางานนะครับ ทําให้นโยบาย ด้านไอทีหรือว่าการทํางานของภาครัฐนั้นไม่มีความเปึนบูรณาการเกิดขึ้น ดังนั้นผมและ พรรคชาติไทยนะครับ ขอเรียกร้องครับ ให้รัฐบาลโดยกระทรวงไอซีทีนั้นจัดตั้งสถาบัน ดังกล่าวให้เกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของข้าราชการ การทํางานที่มีประสิทธิภาพ และ การใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างคุ้มค่า พอพูดถึงเรื่องงบประมาณครับท่านประธาน พวกเรา ทุกคนในสภาแห่งนี้ทราบกันดีนะครับว่าในขณะนี้งบประมาณป้ ๒๕๕๑ นั้นได้เริ่มใช้มาเกือบ ๕ เดือนแล้ว การนํานโยบายทั้งหมดจะปฏิบัติให้ได้นั้นรัฐบาลจะต้องมีการปรับเปลี่ยน งบประมาณกันพอสมควรนะครับ เพราะกรอบการใช้งบประมาณป้ ๒๕๕๑ นั้นพวกเรา ทราบกันดีอยู่ว่าได้ถูกกําหนดไว้ตั้งแต่ป้ที่แล้วโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กระผมและ พรรคชาติไทยจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีด้วยว่า ขอให้ทุก หน่วยงาน กระทรวง กรม กอง ทั้งหลายรีบปรับแผนการใช้งบประมาณโดยเร็วและ ที่สําคัญขอให้ทุกฝ์ายคํานึงถึงนโยบายของรัฐบาลเปึนหลักในการวางโครงสร้างของ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ให้สอดคล้องกัน จบแล้วครับท่านครับ ท่านประธานครับ ที่ผมได้ กล่าวมาทั้งหมดนั้นเปึนเพียงข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งทางกระผมและพรรคชาติไทยขอฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี และหวัง เปึนอย่างยิ่งนะครับว่าสิ่งที่ผมได้กล่าวไปนั้นจะได้รับการพิจารณาและเปึนประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อยในการบริหารราชการแผ่นดิน ขอบคุณครับ