สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๘ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องสารพิษในบริเวณที่ประชุมและขอให้รัฐบาลเยียวยาปัญหาเร่งด่วน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการให้เงินอุดหนุนพรรคการเมือง โดยวิพากษ์วิจารณ์พรรคการเมืองบางพรรคที่ไม่ได้เป็นพรรคการเมืองที่แท้จริง และเรียกร้องการปฏิรูปวุฒิสภา โดยเน้นย้ำว่าหากต้องการให้วุฒิสภาเป็นอิสระจริง ต้องมีการปฏิรูปอย่างจริงจัง และต้องมีการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบเท่านั้น

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ผมไปฟังประชาชนมาและเขาก็คงอยากจะรู้ว่าพอจะได้อะไรบ้างไหม ท่านทราบใช่ไหมครับ ว่าสารพิษที่ปรากฏอยู่ในบริเวณนั้นมันหนักหนา เหมือนกับเรานั่งอยู่นี่ถูกรมด้วยควันพิษ นะครับ ผมนี่ไม่ได้เข้าไปจะไม่รู้เลยว่าเปึนอย่างนั้นจริง ๆ แต่มันเปึนจริง ๆ ครับ ผมอยากจะ กราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ตัวเลขทางวิทยาศาสตร์นี่ปรากฏว่ามาตรฐานสูงสุดที่มนุษย์ ควรจะได้รับในบริเวณนั้นนี่ ปรากฏว่าข้อเท็จจริงสูงกว่า ๖๐ เท่า ไม่ใช่ ๖ เท่านะครับ ๖๐ เท่านะครับ ถ้ามาตรฐาน ๑๐๐ นี่มัน ๖,๐๐๐ นะครับ แล้วประชาชนเขาจะอยู่กันได้ อย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าท่านดูจากรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว ชาวบ้านเขาหยิบขึ้นมาให้ผมดู นะครับว่ารัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ แต่ช่วยอะไรเขาไม่ได้ รัฐธรรมนูญมาตรา ๕๖ สิทธิของบุคคล ที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการบํารุงรักษา ได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ คุ้มครอง ส่งเสริม รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ดํารงอยู่อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ และคุณภาพของชีวิตย่อมได้รับการ คุ้มครอง ท่านประธานครับ มีอีกบอกว่าการดําเนินโครงการ หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิด ผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพสิ่งแวดล้อมจะกระทํามิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและ ประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งได้ให้องค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และผู้แทนอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นประกอบก่อนการดําเนินการ สิทธิของบุคคลจะฟัองหน่วยราชการ หน่วยงาน ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐ เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ บัญญัติไว้ตามกฎหมายย่อมได้รับการคุ้มครอง ท่านประธานครับ เขาถามผมว่ารัฐธรรมนูญ ที่ร่างไว้ ป้ ๒๕๔๐ แต่ไม่เคยทําอะไรได้เลย เขาถามผมฝากมาถึงท่านประธานประสงค์ ถามมาถึงท่านประธานอนุกรรมาธิการ ชูชัย ว่าแล้วท่านจะทําอย่างไร ผมกราบเรียนนะครับ ตรงนั้น เปึน อีเมอร์เจนซี จริง ๆ นะครับ ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ เหมือนกับเราไปนั่งอยู่ในที่รมควัน แก๊ส (Gas) กลิ่นต่าง ๆ โชยไปโชยมาตลอดเวลา แล้วที่ไม่ได้มีกลิ่นนี่อันตรายต่อร่างกายขนาดไหน ที่นั่นพบว่ามะเร็งสูงสุดในประเทศไทยขณะนี้ ผมไปดูตัวเลขทางการปรากฏว่าเปึน มะเร็งสูงสุด โรคทางเดินหายใจสูงสุด หลอดลม มีปัญหาอย่างมากมาย และก็เปึนโรค ผิวหนังด้วย น้ําก็ต้องซื้อกิน ไม่สามารถที่จะใช้น้ําได้ มาถึงนี่ผมนั่งค้น ผมได้เห็นกรอบที่ ท่านเขียนนะครับ แล้วก็บอกว่ารายงานการดําเนินการของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ผมว่าดีมาก ๆ เราจะต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เห็นนะครับว่ากรรมาธิการยกร่างฯ ครั้งนี้ได้เขียนกรอบความคืบหน้าในเรื่องอํานาจชุมชนและสิทธิชุมชน หน้า ๗ ท่านประธาน เป่ดดูเถอะครับ ผมคิดว่าถ้าประชาชนเห็นจะได้มั่นใจว่าพวกเรานี่กําลังจะต้องคุ้มครอง ให้ได้ เขียนอยู่ ๓ ข้อครับท่านประธาน ข้อที่ ๑ บอกชุมชนต้องมีอํานาจในการต่อรองเพิ่มมากขึ้น ในการมีสิทธิดูแลรักษาและ จัดการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่ เพราะเปึน ฐานในการดํารงชีวิตของบุคคลในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นั่นข้อ ๑ ที่ท่านประธานนั่งอยู่ที่นี่ส่งเอกสารนี่ให้ผม ผมพอใจ ประการที่ ๒ บอกว่าชุมชน ในฐานะผู้เสียหายจะต้องมีสิทธิในการฟัองร้องได้ ผมคิดว่าเขาได้ยินเขาต้องพอใจ ประการที่ ๓ ชุมชนสามารถเรียกร้องในการปกปัองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แม้ในกรณีที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติ ผมคิดว่าเขาต้องพอใจ เพราะฉะนั้นผมหยิบอันนี้ขึ้นมา นะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะถามเพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง ผมพอใจแล้วที่ ท่านเขียนอย่างนี้ ถามว่าท่านจะทําอย่างไรให้เปึนจริงให้ได้ จะใส่รัฐธรรมนูญอย่างไรให้ได้ ตรงนี้ อันนั้นอันที่ ๑ เมื่อท่านประธานเร่งรัดผมว่าไม่อยากให้พูดเรื่องนอกกรอบอันนี้ มากไป เพราะว่าไปถึงกรอบที่ผ่านมา แต่ผมกราบเรียนว่าผมมีประสบการณ์ตรงเมื่อวานนี้ นะครับ และผมเรียนว่าผมพูดได้เลยว่าผมเจ็บป์วยเมื่อวานไปทั้งวัน และบัดนี้ผมยัง หายใจติดขัด ทั้ง ๆ ที่ผมนั่งอยู่ ๒ ชั่วโมงเศษ ท่านประธาน ชาวบ้านเขาอยู่ที่นั่นเขาจะทํา อย่างไร ผมรู้สึกว่าเปึน อีเมอร์เจนซี อย่างยิ่ง แล้วท่านนาวาอากาศตรี ประสงค์ ก็เปึน สนช. อยู่ ผมคิดว่าเรื่องนี้จะต้องพยายามให้รัฐบาลเยียวยาปัญหาเร่งด่วนตรงนี้นะครับ ผมจะกราบเรียนท่าน

ประการที่ ๒ ผมจะเข้ากรอบพรรคการเมือง ท่านอาจารย์วิชัย รูปขําดี เมื่อเช้าพูดถึงเรื่องของการให้เงินอุดหนุนพรรคการเมือง ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานประสงค์ สุ่นศิริ พรรคการเมืองในอุดมคติที่เราคิดกันอยู่ว่าเราอยากจะให้ เงินอุดหนุนพรรคการเมือง แต่ถ้าท่านฟังผมต่อไปนี้แล้วท่านคงต้องคิดหนัก และที่ ท่านอาจารย์วิชัยบอกว่าควรจะใช้ให้ผู้เสียภาษีระบุ ผมคิดว่ามันพอจะไปด้วยกันได้กับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ท่านประธานครับ พรรคการเมืองบางพรรคไม่ได้เปึนพรรคการเมือง ที่แท้จริง แต่เปึนบริษัทจัดหาคนไปลงสมัคร ไม่ใช่บริษัทที่จัดหาคนไปลงสมัครเท่านั้น แต่เปึนบริษัทที่ต้องการ สส. เขาต้องการคัด สส. ไม่ได้ต้องการคัดผู้ไปสมัคร สส. ท่านฟังผมออกไหมครับ พรรคการเมืองบางพรรคที่ปรากฏในอดีตที่ผ่านมา ช่วงไม่กี่ป้ ที่ผ่านมานี้ห้าหกป้ที่ผ่านมานี้ ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อ เขาใช้วิธีใครอยากจะสมัครพรรคนี้ ไปติดประกาศก่อนเลยในพื้นที่ตัวเอง นี่ผมได้มาจากชาวบ้านเหมือนกัน เมื่อไป ติดประกาศแล้วก็บอกว่าชื่อพรรคพรรคนี้ แต่ปรากฏว่าพอถึงเวลาจริงเขตนี้ลงได้คนเดียว แต่ว่ามีคนติดพรรคนี้ ๓ คน พอถึงเวลาจริงใกล้วันสมัครเลือกตั้ง เขาก็ใช้วิธีทําโพลว่า คนไหนจะมีคะแนนที่จะได้มา ตกลงก็จัดแจงซื้อและหยิบคนนั้นทันที คนอื่นตัดทิ้ง พูดง่าย ๆ ว่าเขาต้องการเอา เขาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขาต้องการได้ สส. เขาไม่ได้ต้องการ คนไปสมัคร เขา เวิร์ก (Work) กลับกันนะครับ เขาทํางานกลับกันกับที่พวกเราเข้าใจ เราคิดว่าผู้สมัครจะมีอุดมการณ์ มีปรัชญา มีแนวนโยบายเหมือนกันจึงเข้าพรรคนี้ แล้วพรรคนี้จึงส่งไปสมัคร แล้วให้ประชาชนตัดสิน แต่เขาไม่สนใจคุณจะ เปึนใครไม่ว่า แต่ขอให้คุณนั้นกําลังจะได้คะแนนเสียงจากประชาชน เขาก็คว้าบุคคลคนนี้เข้ามา แล้วเขาก็สัญญาง่าย ๆ ว่าจะให้ ๑๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้าบุคคลคนนี้เข้ามา แล้วได้คะแนนนําอย่างชัดเจนเขาจะให้เงินลดลง แต่ถ้าบุคคลคนนี้เข้ามาแล้วคู่คี่เขาจะ ทุ่มไม่อั้น ท่านประธานครับ อย่างนี้คือพรรคการเมืองหรือเปล่า แล้วอย่างนี้เรายังจะสนับสนุน ส่งเสริมเงินให้กับเขาหรือเปล่า ผมคิดว่าอาจารย์วิชัย รูปขําดี ได้พูดเมื่อเช้านี้ว่า ถ้าเราให้ผู้เสียภาษีกําหนดเสียว่า เขาอยากจะเอาเงินภาษีที่เขาจ่ายนี่จะแบ่งกี่เปอร์เซ็นต์ให้กับพรรคการเมืองใดเสียเลยนี่ ประชาชนจะได้มีทางเลือกด้วยว่า พรรคการเมืองใดเปึนพรรคการเมืองที่แท้จริง หรือพรรคการเมืองใดเปึนพรรคการเมืองเพียงแค่เหมือนกับไปหาเซลส์แมน (Salesman) ถ้าเซลส์แมนหายอดขายได้ เอาไว้ เซลส์แมนไหนหายอดขายไม่ได้ เอาออก แล้วรู้ไหมครับ หลังจากอยู่มา ๔ ป้ พอลงสมัครครั้งถัดไป ถ้าคนไหนทํางานดีประชาชนรัก แล้วจะลง เลือกตั้งกลับให้เงินน้อย แต่คนไหนที่พอไปทําโพลแล้วตกแน่นอน ตัดทิ้งเลย คนไหนที่สูสี ทุ่มไม่อั้น ท่านประธานครับ แบบนี้มันเปึนวิธีคิดทางด้านการตลาด และวิธีคิดแบบเซลแมน ไม่มีผิด เซลแมนคนไหนทํายอดฉันเอา เซลแมนทํายอดไม่ถึงฉันตัดทิ้ง อย่างนี้พรรคการเมือง เราจะพัฒนากันอย่างไร สถาบันพรรคการเมืองเปึนสถาบันที่สําคัญ ผมเห็นด้วยกับ ท่านอาจารย์วิชัยนะครับ จะต้องแก้ไขประเด็นนี้

ประเด็นที่ ๓ ท่านประธาน ผมคิดว่าเราคงจําเปึนที่จะต้องพูดถึงเรื่อง วุฒิสภา ท่านประธานครับ ผมฟังเมื่อครั้งทื่แล้ว ผู้ที่เสนอเรื่องวุฒิสภา แต่ตอนนี้ ท่านอาจารย์จรัญไม่อยู่ที่นี่ ผมอยากจะกราบเรียนนะครับ ใน สสร. แห่งนี้ มีวุฒิสภาอยู่ สามสี่คน มีท่านพลตํารวจเอก มีชัย นุกูลกิจ มีผม มีคุณการุณ ใสงาม ท่านประธานครับ พวกเรายังไม่ได้รับ ไม่ได้เรียก ไม่ถูกเรียก ไม่ถูกเชิญ ไม่ถูกถามเลย ผมคิดว่ากรรมาธิการ ยกร่างฯ อาจจะยังเข้าใจเรื่องวุฒิสภาดีน้อยกว่าผมแน่ ผมกล้าพูด เพราะว่าผมนั่งอยู่ ในวุฒิสภา ๖ ป้ แล้วก็ต่อสู้กับพวกวุฒิสภาด้วยกันมามากพอสมควร แล้วผมเปึนคนต่อสู้ เรื่ององค์กรอิสระ เปึนคนที่ตรวจสอบองค์กรอิสระเข้มข้นที่สุด เพราะฉะนั้นผมเองฟังแล้ว มันยังมีอะไรแปลก ๆ อยู่ ที่จะต้องขออนุญาตที่จะให้ความเห็นตรงนี้ ถึงแม้ว่ากรรมาธิการ ยังไม่เคยเชิญพวกผมไปถาม ท่านประธานครับ วุฒิสภานี่มีความจําเปึนที่จะต้องพิจารณา เรื่องหน้าที่ควบคู่ไปกับเรื่องของที่มา ผมคิดว่าหน้าที่นี่เปึนตัวที่จะต้องมาก่อนถึงจะถามได้ ว่าเราต้องการบุคคลหน้าตาเปึนอย่างไรที่จะไปทําหน้าที่อย่างนั้น ถ้าเราอยากจะได้คน ไปเล่นบาส เราก็ต้องการคนที่รูปร่างสูงใหญ่ แต่ถ้าเราต้องการไปเล่นกีฬาอีกประเภทหนึ่ง เราก็คงจะต้องการคนอีกประเภทหนึ่ง ผมฟังหน้าที่นี่นะครับ ในสมัยที่พวกผมเปึนวุฒิสภา มีอยู่ ๔ หน้าที่ แต่ฟังดูแล้วนี่ท่านจะคงไว้ซึ่งการกลั่นกรองกฎหมาย ฟังดูแล้วท่านจะคงไว้ ซึ่งการตรวจสอบรัฐบาล ฟังดูแล้วท่านจะลดจากการแต่งตั้งองค์กรอิสระเปึนเพียงแค่ ผู้รับรอง และฟังดูแล้วท่านถอดเรื่องการถอดถอนทิ้ง พูดง่าย ๆ ว่าท่านกําลังจะลดบทบาท ของวุฒิสภาลง ลดอํานาจหน้าที่ของวุฒิสภาลง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ท่านต้องพิจารณาควบคู่ไปกับบทบาทและหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะพรรค ฝ์ายค้าน โดยเฉพาะผู้ที่เปึนฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาในฉบับ ป้ ๒๕๔๐ เขาลดอํานาจการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร แล้วไปเพิ่มอํานาจให้กับ วุฒิสภาในการตรวจสอบ แต่งตั้ง แล้วก็ถอดถอน เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะลดบทบาทของ วุฒิสภา ท่านจะต้องไปเพิ่มอํานาจให้กับพรรคฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านมีความ จําเปึนเหลือเกินที่จะต้องดูว่าการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภาจะทําอะไรได้ ทําอะไรไม่ได้ ซึ่งจะสอดคล้องกันกับการแต่งตั้งองค์กรอิสระที่ท่านจะทํา ท่านจะลดบทบาทลง เพียงแค่รับรอง ท่านประธานครับ ถ้าเราเรียนจากอดีตการรับรองของวุฒิสภาเคยกระทํา เพียงแค่ ๒ องค์กร องค์กรที่ ๑ คือ การหาตุลาการศาลปกครองสูงสุด วุฒิสภาในรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วทําหน้าที่ในการรับรองหรือไม่รับรองเท่านั้น ท่านก็จะ บอกว่าผมนี่เปึนกรรมาธิการตรวจสอบฯ ผู้ที่จะมาเปึนตุลาการศาลปกครองสูงสุด ผมเปึนประธานกรรมาธิการตรวจสอบกระบวนการสรรหาและตรวจสอบคุณสมบัติ ของแต่ละคน ท่านประธานครับ พิจารณาเพียงแค่การรับรองอย่างเดียว และท่านบอกว่า ศาลปกครองสูงสุดนี่เขาทําได้ดีพอสมควร เพียงแค่รับรองอย่างเดียวไม่ได้ ศาลปกครอง สูงสุดนั้นที่เขาหาตุลาการสรรหา เขาไม่ได้ใช้วิธีสรรหา แต่กระบวนการสรรหาของเขานั้น ใช้วิธีเหมือนการสอบ ใช้วิธีเหมือนการเฟันหานักวิชาการ ขอให้เสนอผลงานในอดีต ขอให้เสนองานวิจัยหรือผลงานที่จับต้องได้ แล้วมีการประเมินงาน หลังจากนั้นมีการให้ คะแนน ตัดออกจํานวนหนึ่งมาสอบสัมภาษณ์ สอบแล้วสอบอีกจนกระทั่งเขาต้องการ คนถึงสิบกว่าตําแหน่ง แต่เขาคัดมาให้พวกผม ๔ คนเท่านั้นเอง และผมนี่เปึนคนตรวจสอบ ว่า ๔ คนนี้คุณสมบัติเปึนอย่างไร กระบวนการสรรหาเปึนอย่างไร เราจึงมั่นใจพอสมควร และผ่านทั้ง ๔ คนโดยที่ไม่ได้ข้องแวะเลย ท่านประธานจะแปลกใจว่าผมนี่ปกติเวลาตรวจสอบ องค์กรอิสระดูจะเอาเปึนเอาตายและดูจะไม่ยอมให้มันผ่านไปง่าย ๆ ก็เพราะมันไม่ควรผ่าน แต่ศาลปกครองที่เขาทํามานี่เขาทําค่อนข้างดี เพราะฉะนั้นผมเปึนคนอภิปรายเองว่า ผมเปึนประธานตรวจสอบเรื่องนี้ ปล่อยไปทั้งหมดเลย ๔ คนโดยไม่ต้องไปยุ่งกับเขา แต่ท่านประธานครับ มันอยู่ที่กระบวนการสรรหาศาลปกครองสูงสุดด้วยว่า เขาหาอย่างไร เพราะฉะนั้นท่านได้แต่ลงอย่างเดียวว่าองค์กรอิสระต่อไปนี้จะให้ วุฒิสภาทําหน้าที่เพียงแค่รับรองหรือไม่รับรอง ท่านต้องดูภาพองค์ประกอบรวมด้วยว่า ท่านจะสรรหากันอย่างไร ท่านฟังผมออกแล้วใช่ไหมครับ ผมฟังดูการสรรหานี่ผมยัง ไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่ผมยังไม่ลงรายละเอียด วันหลังจะต้องไปนั่งคุยกับท่านในกรรมาธิการ ผมยังไม่ค่อยมั่นใจนักในกระบวนการสรรหาที่ท่านไปประดิษฐ์คิดค้น ผมยอมรับว่าดีกว่าเดิม

ประเด็นที่ ๒ ที่ในเรื่องของวุฒิสภา ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าในเรื่อง ของการถอดถอน รู้สึกว่าท่านจะตัดทิ้งเรื่องการถอดถอน ปัญหามีอยู่ว่าถ้าอย่างนั้นเราจะ ให้ใครเปึนผู้ถอดถอน เราจะให้องค์กรอิสระที่ไหนถอดถอนหรือ หรือจะทําอย่างไร ท่านยังไม่ได้ชี้แจงในประเด็นนี้ ผมพยายามฟังอยู่ ผมคิดว่าเรื่องการถอดถอนยังจําเปึน อยู่นะครับ

คราวนี้เรื่องของที่มา ท่านประธานครับ เราเคยฝันในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่แล้วว่าเราเลือกวุฒิสภาโดยอิสระ ไม่ให้สังกัดพรรคการเมือง เราจะได้ วุฒิสภาแบบอิสระ แล้วในที่สุดเราก็ได้เหมือน สส. อิสระเลยครับที่ขายตัวอยู่สักพักหนึ่ง ก็จะมีคนจํานวนหนึ่งขายตัวไปทีละน้อย ๆ ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเหลืออิสระจริง ๆ นี่ไม่ถึง หนึ่งในสี่ท่านประธานครับ คําถามที่น่าสนใจก็คือว่า ท่านยังเชื่อในการเลือกตั้งแบบอิสระ แล้วให้เปึนอิสระได้จริงหรือเปล่า ถ้าท่านเชื่ออย่างนี้ผมคิดว่าท่านมีสภาเดียวดีกว่า ท่านยุบไปเลยวุฒิสภา เพราะว่าถ้ามันเปึนอิสระไม่ได้จริง ๆ นี่ผมคิดว่ามีเสียสภาเดียว ก็ไม่แตกต่างอะไรกัน แล้วก็ให้สภาผู้แทนราษฎรเขาทํา เราประหยัดงบประมาณอีกป้ละ พันล้านบาท ไม่ต้องมีเสียดีกว่า เพราะฉะนั้นโจทย์ในเรื่องนี้ท่านอย่าฝันเอาเอง นะครับ ท่านอย่าคิดเอาเองว่าเลือกตั้งดี หรือแต่งตั้งดี หรือจะแบบผสม หรือท่านจะเอาแบบ มีเลือก ๒ ชั้น มีการไปสรรหามาชั้นหนึ่งแล้วเลือกอีกชั้นหนึ่ง จะเอากันอย่างไรดี ผมเห็นท่านยังไม่ลงตัวในเรื่องนี้ ผมกราบเรียนนะครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ท่านควรจะต้อง ตั้งคณะทํางานขึ้น และเอาคนที่มีประสบการณ์ตรงคุยกับท่าน ท่านจะพอมองเห็นภาพ มากขึ้น อย่าได้คิดเอาเองนะครับ เวลาคนที่มาจากการเลือกตั้ง ผมบอกท่านประธาน นะครับ มันเซียนทุกคนนะครับ อย่าได้ประมาทเด็ดขาด สส. และ สว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ทุกคนนี่เซียนหมดทุกคน คุณจะมากติกาไหนมันเล่นได้หมดทุกกติกา ผมนี่ยอมรับเลยว่า พวกนี้เซียน พวกนี้เก่งจริง ๆ ไม่เก่งจริงเขาไม่ผ่านการเลือกตั้ง พอเขามาแล้วไม่ว่ากติกาคุณจะเปึนอย่างไร เขาแหกได้ เขาแทรกได้ เขาจัดการได้หมด คําถามตรงนี้นะครับ เราจะหาหนทางอย่างไรที่จะได้ ถ้าจะมีวุฒิสภาก็ต้องมีวุฒิสภาที่เปึนผู้ทรงคุณวุฒิ เปึนราษฎรอาวุโส เปึนบุคคลที่จะคอย กระตุกสภาผู้แทนราษฎร คอยกระตุกรัฐบาล ตรงนี้คือจะต้องใช้ปัญญากันเยอะพอสมควร ผมยังไม่ลงรายละเอียดตรงนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๔ ที่จะต้องพูดถึงคือเรื่ององค์กรอิสระ ท่านประธานครับ ผมฟังเรื่ององค์กรอิสระที่เล่าให้เราฟังเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว ผมคิดว่าปัญหาขององค์กร อิสระปัจจุบันนี้ก็คือรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ในป้ ๒๕๔๐ ไม่ชัดเจน จนกระทั่งองค์กรอิสระ คิดว่าตัวเองเปึนรัฐอิสระเกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่มีใครคานและดุลได้เลย ตอนที่พวกผม เลือกเขาไปเปึนองค์กรอิสระเขาดูจะดี ดูจะอ่อนน้อมถ่อมตน ดูจะมาแถลงวิสัยทัศน์ว่า พร้อมเสมอที่จะต้องมาชี้แจงกับสภา แต่ท่านประธานครับพอเขาเปึนองค์กรอิสระ เขาคิดว่าเขาเปึนอิสระเสีย สภาไม่ว่าสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเชิญมาเพื่อที่จะชี้แจง ว่าทําไมเขาทําอย่างนี้ ทําไมเขาให้ใบเหลือง ใบแดงอย่างนี้ ทําไม ปปช. ทํางานอย่างนี้ ทําไมศาลรัฐธรรมนูญทํางานอย่างนี้ เขาตอบอย่างไรรู้ไหมครับ เขาเปึนองค์กรอิสระ เขาให้เลขาฯ มา เขาไม่ยอมมาที่จะถูกตรวจสอบ คานและดุลอํานาจ แต่ขณะเดียวกัน แอบไปขึ้นเงินเดือนให้กับตัวเอง เพราะคิดว่าเปึนรัฐอิสระทําอะไรก็ได้ ศาลรัฐธรรมนูญ เลยเปึนต้นแบบในการขึ้นเงินเดือน ถัดมา ปปช. ถัดมา กกต. ถัดมาผู้ตรวจการ แผ่นดินของรัฐสภา ๔ องค์กรแอบขึ้นเงินเดือนให้ตัวเองเดือนละ ๔๐,๐๐๐ ถึง ๕๐,๐๐๐ บาท ผมจัดการได้แต่ ปปช. แล้วก็หมดความอยู่ ตอนนี้เรื่องยังคาราคาซัง อยู่กับศาลรัฐธรรมนูญและอื่น ๆ ท่านประธานครับ อันนี้ท่านจะร่างอย่างไร ที่จะต้องคาน และดุล อย่าให้เขาเปึนรัฐอิสระที่อิสระลอยออกไป ท่านประธานครับ ผมได้ยินอันหนึ่ง ที่กรรมาธิการยกร่างฯ ได้แถลงเมื่อคราวที่แล้ว ผมค่อนข้างพอใจ ก็คือว่าศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะต้องแยกเปึน ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งคือส่วนที่พิจารณาว่ากฎหมายใดขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ อาจจะเปึนองค์คณะถาวร ผมคิดว่าพอจะได้ แต่อะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องซุกหุ้น อะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของนักการเมือง และบทบาททางการเมืองหรือยุบพรรคการเมือง ท่านประธานครับ ถ้าเราจะเอาองค์คณะที่ถาวรอยู่เหมือนเดิม ผมคิดว่ามีปัญหา พรรคการเมือง นักการเมือง ท่านอย่าเล่นกับเขานะครับ พวกนี้เซียนทุกคนนะครับ เขาจะแทรก เขาจะโน้มน้าว จูงใจบุคคลที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญแต่ต้น จะมาซึ่งกระบวนการในการสรรหาแต่ต้นที่จะ ได้คนของเขาขึ้นไปศาลรัฐธรรมนูญ และท่านก็จะปวดใจ อย่างเช่น สี่ห้าป้ที่ผ่านมา เราไม่สามารถจะกระทําอะไรได้เลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าแนวของท่านถูกแล้ว ขอความกรุณาช่วยยึดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเปึนหลัก เขาทําอย่างไรครับ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เมื่อมีคดี นายรักเกียรติ สุขธนะ ทุจริตยาเข้ามา เขาประชุมใหญ่ศาลฎีกาทั้งหมด แล้วเขาเอาคดีนี้ ขึ้นมาแล้วให้ศาลฎีกาทั้งหมดได้พิจารณาว่าคดีอย่างนี้ จะส่งใครไปเปึนองค์คณะ ถึงจะเหมาะสม แล้วเลือกกันในที่ประชุมใหญ่ ลงคะแนนแบบวิธีลับ ใครได้คะแนนสูงสุด ต้องตามจํานวน อันนี้จะทําให้ไม่สามารถจะล็อก (Lock) ผู้พิพากษาเก่าเอาไว้ได้ แล้วขณะเดียวกันสามารถที่จะให้องค์คณะเปลี่ยนแปลงพิจารณาสอดคล้องกับคดี ได้อย่างเหมาะสม เมื่อครั้งที่ผมฟัองเรื่อง ปปช. ๙ คน ขึ้นเงินเดือนตัวเอง ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองก็ลงมติเลือกกันเอง ได้ประธานองค์คณะ ที่เปึนบุคคลที่เข้มแข็ง แล้วก็ทํางานอย่างได้ผล เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมค่อนข้างจะเห็นด้วย นะครับว่าศาลรัฐธรรมนูญต้องแยกเปึน ๒ ส่วน ส่วนเรื่อง ปปช. นะครับท่านประธาน เห็นท่านประธานเป่ดไฟ ท่านประธานจะไม่ให้ผมพูดหรืออย่างไร