สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๘ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

มนตรี เพชรขุ้ม หารือเรื่องนโยบายสาธารณะขององค์การบริหารส่วนตำบลและเสนอแนวคิดในการแยกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกจากกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ท้องถิ่นมีอิสระในการบริหารและจัดการได้ดีขึ้น และมั่นใจว่านรนิติ เศรษฐบุตรจะกลับมาร่วมประชุมต่อ

นายมนตรี เพชรขุ้ม

ก็แสดงว่าผมพูดต่อได้ใช่ไหมครับ อันนี้ผมไม่ได้ หาเรื่องทะเลาะกับใครนะครับ แต่ผมพูดเรื่องจริง แล้วเอาข้อมูลความจริงเข้ามาว่านะครับ อีกประการหนึ่งครับ อย่างที่ผมได้นําเรียนว่าท้องถิ่นอย่าง อบต. มีพื้นที่หลายร้อยตาราง กิโลเมตร ที่ต้องรับผิดชอบ ต้องทําถนน ต้องทําประปา ต้องดูแลเรื่องไฟฟัา อย่างเมื่อกี้ ผมพอจะนึกขึ้นได้เดี๋ยวจะลืมเสียอีก คุณกรรณิการ์ได้พูดถึงนโยบายสาธารณะของ ท้องถิ่น ท้องถิ่นต้องกําหนดนโยบายขึ้นอย่างชัดเจน ผมก็ขอพูดเสียก่อน แล้วเปึนนโยบายที่ผมกําหนดขึ้นมาเองในองค์การบริหารส่วนตําบล ของผม และพี่น้ององค์การบริหารส่วนตําบลทั่วประเทศคงจะมีนโยบายสาธารณะคล้าย ๆ กับผม และนโยบายสาธารณะเปึนนโยบายสาธารณะตอนที่ผมหาเสียงลงนายกฯ และก็ ได้เอามาใช้อยู่ถึงทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ ผมก็ขออนุญาตนําเรียนให้ท่านประธานและเพื่อน สมาชิกในห้องนี้ได้รับทราบนิดหนึ่งว่านโยบายสาธารณะที่ผมกําหนด เมื่อกี้ทาง คุณกรรณิการ์ก็ได้พูดว่าน่าจะกําหนดนโยบายให้ชัดเจน จริง ๆ ท้องถิ่นก็มีนโยบายชัดเจน อยู่แล้ว และเปึนนโยบายที่ครอบคลุมพื้นที่อยู่แล้ว นโยบายสาธารณะ ข้อที่ ๑ ส่งเสริม การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่น ข้อที่ ๒ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ มั่นคง ถนน ไฟฟัา ประปา โทรศัพท์ ข้อที่ ๓ ส่งเสริม สนับสนุนกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ในชุมชน ให้เข้มแข็ง ข้อที่ ๔ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตสตรี เด็ก เยาวชน คนชรา คนพิการ และ ผู้ด้อยโอกาส ข้อที่ ๕ ส่งเสริม สนับสนุนกีฬา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากร และ ต่อต้านยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด ข้อที่ ๖ ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของชุมชนของอาณาเขตนั้น ๆ ข้อที่ ๗ ส่งเสริม สนับสนุนด้านสาธารณสุข ข้อที่ ๘ ส่งเสริมและช่วยเหลือปัองกัน และบรรเทาสาธารณภัยฝ์ายพลเรือน ข้อที่ ๙ ส่งเสริมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน นี่คือนโยบายหลัก นโยบาย สาธารณะ ๙ ข้อ ของผมเอง และก็ทั่วประเทศ นายกองค์การบริหารส่วนตําบล คงจะใช้ อยู่นะครับ

และอีกเรื่องหนึ่งที่ผมจะนําเสนอก็คือเรื่องของกระทรวงนะครับ กระทรวงมหาดไทยซึ่งเปึนกระทรวงที่ต้องดูแลหลาย ๆ เรื่อง เฉพาะตอนนี้ก็เรื่องของ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรื่องของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และเรื่องอื่น ๆ ที่มหาดไทย ดูแลอยู่ ผมเองในนามขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยากให้แยกองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นออกจากมหาดไทย ไปอยู่ในกระทรวงส่งเสริมท้องถิ่น ความเห็นของท้องถิ่น ก็เสนอมาอย่างนี้ ฝากผมมาอย่างนี้ เพราะกระทรวงมหาดไทยถ้าถามว่าให้รักท้องถิ่น คงจะน้อย ถ้าถามว่าลูกก็ลูกเมียน้อย ไม่ได้เปึนลูกที่รักของกระทรวงมหาดไทยมาตลอด ฉะนั้นการที่ท้องถิ่นอยู่ได้ตอนนี้ก็มีการดูแลของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ฉะนั้นถ้าแยกออกไปเปึนกระทรวงส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ผมว่าน่าจะดี เพื่อเปึนการจัดการบริหารที่ดีของชาวท้องถิ่น ก็อย่างที่ผมนําเรียนตอนต้นว่าท้องถิ่น อยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศ ครอบคลุมประเทศอยู่ทุกพื้นที่ ฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็เหมือนกัน พี่น้องชาวท้องถิ่นคงจะให้ความเห็นชอบ ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนแล้ว ให้ความสําคัญกับท้องถิ่น ให้โอกาสกับท้องถิ่น ให้หลักการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นที่ ท้องถิ่นสามารถที่จะดําเนินการกระจายอํานาจลงพื้นที่ ลงสู่สาธารณชน เพื่อประชาชน ได้เต็มที่ เพื่อความ สงบสุข เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน นั่นคือสิ่งที่ชาวท้องถิ่นต้องการ และก็รอคอยอยู่ ฉะนั้นผมก็ต้องฝากไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ว่าการเขียน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขอให้ท่านเขียนถึงความสําคัญของท้องถิ่นให้ชัดเจน และงบประมาณ การถ่ายโอนลงสู่ท้องถิ่นอย่างชัดเจน ในรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ระบุว่า ป้ พ.ศ. ๒๕๔๙ ท้องถิ่นจะได้รับการกระจายอํานาจ ๓๕ เปอร์เซ็นต์เต็ม แต่เมื่อ เกิดการยึดอํานาจ การปฏิวัติทํารัฐประหาร รัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็ถูกฉีกทิ้งไป รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ที่ คมช. หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติได้เขียนขึ้นก็บอกว่า หลักการกระจายอํานาจ ๓๕ เปอร์เซ็นต์สู่ท้องถิ่น ให้รอไปก่อน ก็ไม่เปึนอะไร ก็รอได้ แต่หมายถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขอให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้พิจารณา ได้เขียน ให้กับท้องถิ่นที่เปึนรูปอย่างชัดเจนนะครับ โอกาสนี้ขอขอบคุณก่อน สวัสดีครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายนรนิติ เศรษฐบุตร (ประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญ) ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)