สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๘ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

ประพันธ์ นัยโกวิท หารือเกี่ยวกับร่างประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ โดยเน้นย้ำถึงหน้าที่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการการเลือกตั้งในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ และแนะนำแนวทางในการปฏิบัติในการออกเสียงประชามติ พร้อมกับแสดงเจตนารมณ์ที่ต้องการให้มีการดำเนินการด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ ประธานคณะอนุกรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์ และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ ร่างประกาศ สภาร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงประชามติฉบับนี้เปึนร่างซึ่งออกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ มาตรา ๒๙ วรรค ๒ ซึ่งบัญญัติว่าเมื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วให้เผยแพร่ให้ ประชาชนทราบ และจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือ ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งต้องจัดทําไม่เร็วกว่า ๑๕ วันและไม่ช้ากว่า ๓๐ วัน นับแต่วันที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภา ร่างรัฐธรรมนูญประกาศกําหนด จึงจําเปึนที่จะต้องมีประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ในข้อ ๑ เปึนชื่อ ผมอยากจะสรุปเพื่อให้รวดเร็วนะครับ เพราะมีหลายข้อ ในข้อ ๑ เปึนชื่อประกาศนะครับว่าเปึนประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วย การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ....

ข้อ ๒ ประกาศนี้ใช้บังคับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปึนต้นไป

ในข้อ ๓ เปึนคํานิยามครับ

ในข้อ ๔ เมื่อสภาร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วให้ประกาศ กําหนดวันที่นําร่างรัฐธรรมนูญออกเผยแพร่ให้ประชาชนทราบในราชกิจจานุเบกษา วันประกาศ เผยแพร่ อันนี้มีความสําคัญนะครับ เพราะว่าระยะเวลาในการลงประชามติก็จะนับจาก วันประกาศในข้อ ๔ นะครับ ซึ่งต้องไม่เร็วกว่า ๑๕ วันและไม่ช้ากว่า ๓๐ วันนับจากที่ มีการประกาศตามข้อ ๔ นี้ครับ

ในหมวด ๑ เปึนเรื่องการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและกระบวนการออกเสียง ขั้นตอนการออกเสียง

ในข้อ ๕ ในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญตาม ข้อ ๔ ให้คณะกรรมาธิการที่รับ แต่งตั้งจากสภาร่างรัฐธรรมนูญทําหน้าที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและจัดทําเอกสารชี้แจง ให้ประชาชนรับทราบ รู้สึกมีแค่แก้คําผิดนะครับ และทําความเข้าใจอย่างทั่วถึงว่าร่าง รัฐธรรมนูญที่จัดทําขึ้นใหม่นั้นมีสาระสําคัญอย่างไร และมีความแตกต่างกับรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ในเรื่องใด นอกจากการทําเอกสารเผยแพร่แล้ว ให้กรรมาธิการตามวรรคหนึ่งพิจารณารูปแบบแนวทางและวิธีการในการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ โดยประสานความร่วมมือกับสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เปึนไปอย่างกว้างขวางและทั่วถึง ทั้งนี้อาจมอบหมาย ให้บุคคล หรือคณะบุคคลคณะหนึ่ง หรือหลายคณะดําเนินการในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ด้วยก็ได้

ในข้อ ๖ ในการออกเสียง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่กระบวนการ และขั้นตอนการออกเสียงให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึงโดยให้พิจารณารูปแบบ แนวทางและวิธีการในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้อาจมอบหมายให้บุคคลหรือคณะบุคคล คณะหนึ่งหรือหลายคณะดําเนินการในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้วยก็ได้ ในข้อ ๕ นี้เปึนการ เผยแพร่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งจะดําเนินการโดยคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ที่สภาร่างฯ แห่งนี้ได้มีการแต่งตั้งนะครับ สภาร่างรัฐธรรมนูญโดยคณะกรรมาธิการก็จะมีหน้าที่ ที่สําคัญนะครับ คือทําการเผยแพร่ ทําเอกสารชี้แจง และต้องทําความเข้าใจกับประชาชน ด้วยนะครับ ซึ่งเปึนภาระของกรรมาธิการที่ได้รับการแต่งตั้งไปหรือจะได้รับการแต่งตั้งใหม่ได้ ดําเนินการนะครับ ส่วนในข้อ ๖ นั้นให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่เฉพาะในส่วน กระบวนการและขั้นตอนการออกเสียง ด้วยเหตุว่าในการออกเสียงประชามติ คณะกรรมการ การเลือกตั้งจะต้องดําเนินการด้วยความเปึนกลางนะครับ เหมือนกับการจัดเลือกตั้งทั่วไป นะครับ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งจะทําหน้าที่เพียงประชาสัมพันธ์ให้คนมาใช้สิทธิเท่านั้น นะครับ ประชาสัมพันธ์วิธีการออกเสียงนะครับ แต่จะไม่ได้ประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชน เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบนะครับ

ในหมวดที่ ๒ นะครับ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการออกเสียง

ในส่วนที่ ๑ บททั่วไปในข้อ ๗ ในการจัดทําประชามติตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งเปึนผู้ดําเนินการจัดและควบคุมการออกเสียงให้เปึนไปด้วยความสุจริตและ เที่ยงธรรมตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญมอบหมาย โดยให้มีอํานาจออกประกาศและระเบียบ อันจําเปึนแก่การปฏิบัติในการดําเนินการตามประกาศนี้ วรรคสอง สภาร่างรัฐธรรมนูญ อาจแต่งตั้งบุคคล

-๗๑/๑ หรือคณะบุคคลคณะหนึ่งหรือหลายคณะเพื่อทําหน้าที่ประสานให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน หรือให้ข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งในการปฏิบัติการตามประกาศนี้

ในข้อ ๘ นะครับ เปึนเรื่องการกําหนดวันออกเสียง ซึ่งในการจัดทําประชามติ ตามข้อ ๗ ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญกําหนดวันออกเสียง โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งวันออกเสียงต้องไม่เร็วกว่า ๑๕ วัน และไม่ช้ากว่า ๓๐ วัน นับแต่วันเผยแพร่ร่าง รัฐธรรมนูญตามข้อ ๔ และการออกเสียงนั้นต้องกระทําภายในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ฉะนั้นกําหนดวันออกเสียงก็จะมีส่วนสัมพันธ์กับประกาศของสภาร่างฯ ในข้อ ๔ นะครับ ในข้อ ๔ เมื่อมีการประกาศเผยแพร่แล้ว ในข้อ ๘ ก็จะต้องกําหนดวันออกเสียง ซึ่งจะต้อง ไม่เร็วกว่า ๑๕ วัน และไม่ช้ากว่า ๓๐ วันครับ

ในข้อ ๙ การออกเสียงให้ใช้วิธีการออกเสียงโดยตรงและลับนะครับ ในส่วนต่าง ๆ ต่อมานะครับ ส่วนที่ ๒ เรื่องเขตออกเสียงและหน่วยออกเสียง เหล่านี้ จะเปึนแนวทางในการปฏิบัติในการออกเสียงประชามติแล้วนะครับในส่วนต่าง ๆ ซึ่งถ้าหากว่ากระผมได้อ่านไปหรือสรุปไปก็จะใช้เวลานาน ผมก็จะสรุปหัวข้อว่า ในส่วนที่ ๒ ว่าด้วยเขตออกเสียงและหน่วยออกเสียง ซึ่งในการออกเสียงในข้อ ๑๐ ก็จะใช้เขตจังหวัดเปึนเขตออกเสียง ทํานองเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาครับ

ในส่วน ๓ นะครับ ผู้มีสิทธิออกเสียงและบัญชีผู้มีสิทธิออกเสียง ก็คือจะ กําหนดในรายละเอียดว่าใครจะเปึนผู้มีสิทธิออกเสียง ซึ่งก็จะล้อมากับในรัฐธรรมนูญ เมื่อป้ ๒๕๔๐ ในมาตรา ๑๐๕ นะครับว่าคุณสมบัติของผู้มีสิทธิออกเสียงจะเปึนใครบ้าง

ต่อไปในส่วนที่ ๔ เจ้าพนักงานผู้ดําเนินการออกเสียง ก็ในข้อ ๑๗ ก็ให้ คณะกรรมการเลือกตั้งมีอํานาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ บุคคลหรือคณะบุคคล คณะหนึ่ง หรือหลายคณะ หรือผู้แทนองค์การเอกชนเพื่อปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการออกเสียงตามที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมายได้นะครับ

ในส่วนที่ ๕ พูดถึงเรื่องหีบบัตรออกเสียงและบัตรออกเสียงประชามติ ซึ่งในแนบท้ายของประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็จะมีตัวอย่างของบัตรออกเสียง ประชามติไว้ด้วยนะครับ ซึ่งจะมีช่องให้ลงความเห็นว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบนะครับ

ในส่วนที่ ๖ การลงคะแนนออกเสียง การลงคะแนนสําหรับผู้มีเสียงออกเสียง นอกเขตจังหวัดและการนับคะแนน ในส่วนที่ ๖ นี้ก็จะบัญญัติรายละเอียดเกี่ยวกับการ ลงคะแนนต่าง ๆ และการนับคะแนน รวมทั้งจะบัญญัติว่าบัตรอันไหนเปึนบัตรดีบัตรเสีย ต่าง ๆ ในข้อ ๓๒ นะครับ

ในส่วนที่ ๗ นะครับ ก็จะพูดถึงเรื่องการคัดค้านการออกเสียง ในกรณีซึ่งหาก จะมีผู้คัดค้านการออกเสียงก็จะต้องดําเนินการตามข้อ ๓๖ ข้อ ๓๗ ซึ่งจะต้องไม่ช้ากว่า ๓๐ วัน นับแต่วันที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ

ในส่วนที่ ๘ ว่าด้วยการประกาศผลการออกเสียง เมื่อได้มีการจัดออกเสียง ประชามติแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องแจ้งผลการออกเสียงและจํานวนผู้มาใช้สิทธิ ออกเสียงให้ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญทราบโดยเร็ว เพื่อประกาศผลการออกเสียง ในราชกิจจานุเบกษา การประกาศผลการออกเสียงของประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญตาม วรรคหนึ่งให้ถือเปึนที่สุด ฉะนั้นสภาแห่งนี้โดยประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญจะเปึน ผู้ประกาศผลการออกเสียง

ในส่วนบทสุดท้าย ซึ่งจะพูดว่า ผู้ใดกระทําการด้วยประการใดที่ทําให้การ ออกเสียงไม่เปึนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย อันนี้ก็ต้องการ แสดงเจตนารมณ์ให้เห็นว่าการออกเสียงประชามตินี้ต้องการจะให้มีการดําเนินการด้วย ความสุจริตและเที่ยงธรรม ส่วนรายละเอียดของกฎหมายคงจะต้องไปออกเปึนพระราชบัญญัติ อีกฉบับหนึ่งเสนอไปที่คณะรัฐมนตรี เสนอไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติครับ

อันนี้ก็เปึนสรุปสาระสําคัญคร่าว ๆ ของประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติครับ ขอบคุณครับ