สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๘ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

การุณ ใสงาม หารือเกี่ยวกับการกระจายอำนาจและความจำเป็นในการปรับปรุงคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (กกต.) ระดับจังหวัด เพื่อป้องกันการทุจริตในระดับท้องถิ่น และเสนอแนวคิดการจัดตั้งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อเพิ่มความยุติธรรมในการเลือกตั้ง

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม นะครับ สสร. คงจะพยายามรวบรัดและพูดในประเด็นที่เปึนหลัก ๆ ขององค์กรอิสระอย่างสั้น ๆ โดยย่อที่มีปัญหาและควรจะปรับปรุงนะครับ แต่ครั้นจะพูดไม่เกี่ยวโยงกับอํานาจ ส่วนอื่นบ้างก็จะมองไม่เห็นภาพ จึงจะขอเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับท่านประธานครับ เราคงจะต้องทําความเข้าใจกันเสียใหม่ ไม่ว่าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่อํานาจ ที่ ๔ เพราะอํานาจนั้นมีอยู่ ๓ อํานาจเท่านั้นครับ คือ อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร และอํานาจตุลาการ แล้วเราจัดสร้างองค์กรอิสระขึ้นมาคงไม่ใช่เปึนการสถาปนาหรือจัดสร้าง ประดิษฐกรรมใหม่ขึ้นมาเปึนอํานาจที่ ๔ คงไม่ใช่ เปึนแต่เพียงเราสร้างเครื่องมือชนิดหนึ่ง ขึ้นมาให้เปึนเครื่องมือในการช่วยตรวจสอบปัญหาการบริหารรัฐกิจหรือการดําเนินธุรกรรม ทางรัฐกิจ กิจกรรมทางรัฐกิจ เพราะการดําเนินกิจกรรมทางรัฐกิจมันมีปัญหาเยอะ มันมีทั้ง การเอารัดเอาเปรียบ มันมีทั้งการแทรกแซง มันมีทั้งการข่มเหงรังแก มันมีทั้งการทุจริต มันมีทั้ง การคดโกง มันมีทั้งคุณธรรมและไม่คุณธรรม จริยธรรมต่าง ๆ อยู่มากมายประกอบกันไปด้วย เราจึงสร้างประดิษฐกรรมขึ้นมาใหม่เปึนเครื่องมือของรัฐชนิดหนึ่งเพื่อทําการช่วย ๓ อํานาจ คือช่วยอํานาจนิติบัญญัติ ช่วยอํานาจบริหาร และช่วยอํานาจตุลาการ ให้สามารถเดินไป ได้อย่างถูกทิศถูกทาง เพราะฉะนั้นองค์กรอิสระจึงไม่ใช่อํานาจอะไรเลยที่เกิดขึ้นมาใหม่ ท่านประธานครับ ประดิษฐกรรมที่สร้างขึ้นมานี้เพื่อช่วย ๓ อํานาจในการทํากิจกรรมทาง การบริหารรัฐกิจนั้น เราอาจจะสถาปนาและตั้งชื่อขึ้นอีกมากมาย จริง ๆ ไม่จําเปึนต้องเปึน เจ็ดแปดสถาบัน เจ็ดแปดองค์กรที่ว่านี้ เราอาจจะเพิ่มเติมเปึน ๙ เปึน ๑๐ เปึน ๑๕ หรือเปึน สัก ๓๐๐ องค์กรก็ได้ ถ้ามันจําเปึน แต่ถ้ามันไม่จําเปึนเราก็อาจจะตัดออกจาก ๓๐๐ ที่เรา ว่าเหลืออยู่ ๒๐๐ เหลืออยู่ ๑๐๐ หรืออยู่ ๗ แม้แต่มีอยู่ ๗ นี้ก็ตามเราอาจตัดเหลืออยู่ ๓ ก็ได้ ถ้ามันจําเปึนต้องมีแค่ ๓ ประดิษฐกรรมที่ผ่านมาท่านประธานที่เคารพครับ องค์กรที่เอาออก ยากที่สุด องค์กรอิสระที่ท่านมีอยู่ที่ผ่านมาองค์กรที่เอาออกยากที่สุด ท่านทราบไหมองค์กรอะไร ท่านประธาน ไม่ทราบ องค์กรที่เอาออกยากที่สุดคือ ปปช. ท่านประธาน เอาองค์กร ปปช. เอาออกยากที่สุดเลย เพราะองค์กรอื่น ๆ นี้มันเอาเข้าคุกเข้าตะราง ก็วิธีการเอาเข้าคุก เข้าตะรางอีกแบบหนึ่งไป วิธีการถอดถอนก็มีวิธีกระบวนการถอดถอนอีกแบบหนึ่ง แต่เจ้าองค์กร ปปช. นี่ ท่านประธานครับ มันมีกระบวนการ ถ้าจะถอดถอนก็เฉพาะ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๙ ถ้าจะเอาเข้าคุกเข้าตาราง ปปช. นี่ก็ต้องใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๐ เฉพาะอย่างตนเองพิเศษเลยครับ ท่านประธาน แล้วถ้าจะถอดถอนนี่ จะต้องใช้ทั้งผู้แทนฯ ทั้ง สว. สมคบกันนะครับ สมคบนะ ร่วมกันเซ็นชื่อถึงจะพอนะ จํานวนผู้แทนฯ และ สว. ที่จะมาสมคบกันเซ็นชื่อจะต้องมากเพียงพอนะครับ ถึงหนึ่งในสี่ ของจํานวน ๗๐๐ ท่านเห็นไหมมันยากขนาดหนักเลย แล้วถอดถอนท่านประธานครับ ขึ้นไปแล้วไต่สวนเสร็จกระบวนความเรียบร้อยแล้วส่งมาถอดถอนที่วุฒิสภา มาตรา ๒๙๙ บอกไว้ว่า การถอดถอนต้องใช้เสียง สว. ถึงสามในห้า คือ ๑๕๐ เสียง ของ สว. ในจํานวน ๒๐๐ ขึ้นไป จึงจะถอดถอน ปปช. ได้ แต่ถอดถอน ท่านประธาน ถอดถอน กกต. ถอดถอน ศาลรัฐธรรมนูญ ถอนถอนนายกฯ ถอดถอนรัฐมนตรี นั่นเปึนการถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๓ มาตรา ๓๐๔ มาตรา ๓๐๕ ไปมาตรา ๓๐๖ ส่งกลับมา แล้วมามาตรา ๓๐๗ ถอดถอนโดย สว. สว. ใช้มติเพียงสามในห้า คือ ๑๒๐ ต่อ ๒๐๐ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็น ว่าถอดถอน ปปช. ใช้เสียงสามในสี่ คือ ๑๕๐ ต่อ ๒๐๐ แค่การถอดถอนก็ยากที่สุดแล้ว ถ้าจะเอาเข้าคุกอีกเหมือนที่เอา ปปช. เข้าคุก ป์านนั้นก็ยังเข้าคุกไม่ได้ ศาลฎีกาแผนก คดีอาญายังรอลงอาญาได้ เจ็บใจมาก หลุดไปได้อย่างไรก็ไม่รู้ เอาล่ะเปึนคําพิพากษา ศาลฎีกา ไม่วิพากษ์วิจารณ์ แต่ที่จริงถ้ามาเทียบเคียงกรณี กกต. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กกต. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบนั้นไม่รอลงอาญา ศาลอาญาพิพากษาอย่างนั้นไม่เทียบเคียงนะครับ เปึนอันว่าปล่อยผ่านไปตรงนี้ น่าเสียดายหลุดมือไป เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ในกรณี ปปช. ก็ตาม องค์กรอิสระที่เรียกชื่อว่า กกต. ก็ตาม คตง. คณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดินก็ตาม ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาที่กําลังจะเดินทางเข้าคุกอีกไม่นานนี้ต่อไป ก็ตาม เพราะเปึนพวกที่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบและทุจริต ผมอภิปรายในสภา ในวุฒิสภา ก็หลายครั้ง อภิปรายที่นี่ พูดในที่ชุมชน ในที่ไหนก็ตาม ในทีวีทุกแห่ง พวกนี้ควรเดินทางเข้าคุก เพราะปฏิบัติหน้าที่มิชอบและทุจริตว่าด้วยเรื่องการขึ้นเงินตัวเอง ผมเขียนทั้งหมดนี้ ปปช. ก็ผมยกร่างเขียนให้ไป ที่อาจารย์เจิมศักดิ์พูด ๆ นั่นผมยกร่างให้ทั้งนั้น ผู้ตรวจการนี่ ก็ใช่ผมอีก ศาลรัฐธรรมนูญก็ใช่ ผมเขียนเอง ยกร่างหมด ตอนนี้มีทั้งหมด กกต. ก็เหมือนกัน อยู่ที่ ปปช. ทั้งนั้นตอนนี้ เมื่อเช้าถาม ปปช. ท่านกล้านรงค์ แต่เปึนความลับ เรื่องของท่าน ไปคุยมาแล้วเมื่อกี้ พวกเหล่านี้ควรจะเดินทางเข้าคุกโดยด่วน ไม่ใช่ต้องมาทําหน้าที่ที่ ไร้สาระ ที่เหลวไหล อย่างนี้ ๕ ป้ ๖ ป้ที่ผ่านมาเปึนความล้มเหลวอย่างมากของผู้ตรวจการ แผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิฯ ศาลรัฐธรรมนูญ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ เรื่องแรกขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเหล่านี้ ขอเสนอวิธีการสรรหา ท่านประธานครับ การสรรหาที่ผ่านมาเหลวไหลมาก ถ้าท่านยังขืนปล่อยให้มีการสรรหาอย่างที่ ผ่านมาหรือใกล้เคียง ถ้าท่านจะปรับปรุงนะครับ ถ้าท่านจะปรับปรุงพัฒนาการสรรหาใหม่ และก็ให้มีลักษณะที่ใกล้เคียงกับของเดิม ล้มเหลว บอกให้ ถ้ายังขืนดื้ออยู่ต่อไป องค์กรอิสระ เหล่านี้จะถูกแทรกแซงอีกเหมือนเดิม ไม่รอด กระบวนการสรรหาองค์กรอิสระต่าง ๆ ทั้งหมดที่ผ่านมา ผมเห็น ผมดู ผมรู้ ผมเคยเห็นมาหมดแล้ว ถ้าปล่อยอย่างนี้ล้มเหลวหมด ท่านต้องเปลี่ยนครับ ต้องเปลี่ยนระบบคิดใหม่ เพราะถ้าท่านเปลี่ยนระบบคิดอันนี้ ท่านจะต้อง เปลี่ยนระบบคิดว่าด้วยเรื่องอํานาจนิติบัญญัติด้วยว่าเอาอย่างไร ถ้าท่องมนต์คาถา เหมือนอํานาจนิติบัญญัติที่ท่านกําลังจะทํานี้ ว่าด้วยเรื่องการเลือกตั้ง วิธีการเลือกตั้ง สส. จะมี สส. เขตแบบไหน ไม่เอาเขตไหน จะมีปาร์ตี้ ลิสต์ ไม่มีปาร์ตี้ ลิสต์ ๓๐๐ หรือ ๔๐๐ ๔๐๐ มีปาร์ตี้ ๑๐๐ ไหม ท่องตํารา ท่องมนต์คาถาแบบนี้ แล้วควรมี สว. ถ้า สว. ควรจะ เลือกตั้ง หรือควรจะแต่งตั้ง ถ้าแต่งตั้งเอาเท่าไร สลับกับเลือกตั้ง ถ้ามนต์คาถาแบบนี้ อํานาจนิติบัญญัติแบบนี้ท่านก็จะเจอปัญหาแบบเดิมอีก ตําราเดิมที่มาของนิติบัญญัติ ก็จะกลายเปึนที่มาของนิติบัญญัติที่มาแห่งความชั่วร้าย คดโกง ซื้อเสียง ทุจริต เงินไม่มา กาไม่เปึน เพราะฉะนั้นต้องปรับปรุงครับถ้าท่านคิดจะแก้ ถ้าไม่คิดแก้ตรงนั้น เอาใกล้เคียงเดิม แบบเดิม คล้ายคลึงเดิม แต่ฟังดูคล้ายแบบนั้น เพราะตรวจสอบ อุณหภูมิ คลําอุณหภูมิดูแล้ว ฝ์ายยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ค่อยสนใจ ท่านคลําดูอุณหภูมิหรือยัง นี่คลําดู มือผมคลําเห็นไหม ไม่ค่อยสนใจจะฟังอะไรพวกเรา เพราะคิดเอาเองอยู่แล้ว ในใจมีอยู่แล้ว คุณจะพูดมาอย่างไร ฉันก็จะเขียนตามใจข้าพเจ้า นี่ผมคลําอุณหภูมิกี่คนอยู่นี่ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ใช่ไหม ท่านประธาน ผมเดินอยู่ตรงนี้ ผมยืนอยู่ตรงนี้ ๒๔ ป้ ไม่ใช่เพิ่งมายืน ดูอุณหภูมิแค่นี้ดูรู้ ประธานที่เคารพ กรรมการสรรหา การสรรหานะครับ เมื่อเปึนอย่างนี้ผมขอเสนอได้ไหม อันนี้ผมสมมุติว่านี่ อํานาจนิติบัญญัติสีฟัา อํานาจบริหารผมสมมุติว่าสีน้ําตาล อํานาจตุลาการสมมุติว่าสีขาว องค์กรอิสระเปึนประดิษฐกรรมชนิดหนึ่งขึ้นมาในรัฐธรรมนูญ เพื่อมาช่วย ๓ อํานาจนี้ให้ทํา กิจกรรมรัฐกิจอย่างลุล่วง เพื่อให้ประชาชนร่มเย็นและเปึนสุข นี่ผมสมมุติ ประดิษฐกรรมตัวนี้ ถ้าท่านยังขืนให้เกิดการสรรหา โดยพวกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริหาร สีน้ําตาลนี้ มันก็จะสกปรก อีกเหมือนเดิม เข้าแทรกแซงอีกเหมือนเดิม ใช้ทั้งระบบอุปถัมภ์ ใช้ทั้งอํานาจ ใช้ทั้งฤทธิ์เดช ใช้ทั้งความเกื้อหนุน ใช้ทั้งความช่วยเหลือ ใช้ทั้งเงินตราซื้อ ใช้ทุกชนิด มีพี่มีน้องอยากเปึนอะไร ให้เปึนหมด มีลูกมีเต้าอะไรต่าง ๆ จะฝากตําแหน่งอะไรต่าง ๆ เอาให้หมด เพราะฉะนั้น ประดิษฐกรรมนี้ก็ล้มเหลวอีก นี่ถ้ามาจากกลุ่มคนที่มีส่วนเปึนฝ์ายบริหาร ไม่ว่าคนเหล่านั้น จะเรียกมันชื่อว่าอธิการบดี มาคัดเลือกกันเองให้เหลือเท่ากับ ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเรียกมัน ว่าอะไรก็ตาม เหมือนกันหมด เพราะมันเปึนกลุ่มคนที่สามารถถูกแทรกแซงโดยอํานาจของฝ์าย บริหารได้ ให้คุณ ให้โทษ ให้ประโยชน์ ให้ศักดิ์ ให้ศรี ให้เกียรติ ให้ยศ ให้ตําแหน่ง ให้เงินตรา ได้ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นท่านต้องระวังตัวนี้ ในขณะเดียวกันถ้าเมื่อกลุ่มสรรหาเหล่านี้มาแล้ว ส่งมาให้ฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายนิติบัญญัติให้ความเห็นชอบ ให้ความรับรอง ให้ทําคัดเลือก ให้สรรหา จากการสรรหา ๒ เท่า ให้เหลือ ๑ เท่า กกต. ๕ ให้ส่งมา ๑๐ แล้วให้เลือกเหลือ ๕ แล้วมาให้ฝ์ายนิติบัญญัติ และนิติบัญญัติถ้าท่านออกแบบมาอย่างนิติบัญญัติที่มา อย่างทุกวันนี้ ชีวิตทุกวันนี้ เปึนทุกวันนี้ เอาอีก ก็นิติบัญญัติเหล่านี้มันสกปรกมาอีกแล้ว มันจะเอื้อมมือเปุ๋อนส่งความสกปรกต่อไปอีก ส่งความสกปรกถ่ายทอดต่อไปอีก ท่านเห็น หรือยังครับ ถ้าอย่างนี้จะเอาอย่างไร เพราะตรงนี้ก็ดูจะไม่เข้าท่า ให้นิติบัญญัติคัดสรรแล้ว จาก ๒ เท่า ให้เหลือ ๑ เท่า ก็ดูจะไม่เข้าที ทีนี้มันจะไปที่ไหน ท่านประธาน องค์กรอิสระเหล่านี้ จะตกมาจากสวรรค์ก็คงไม่ใช่ ไม่ใช่ มันก็อยู่ในโลกมืด อยู่ในเพื่อนเรานี่ล่ะ อยู่แถวนี้ล่ะ ท่านประธาน ผมก็เลยมาคิดแบบนี้ เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ไหน ๆ เปึนองค์กรที่จะช่วยทํา การควบคุม กํากับตรวจสอบทั้ง ๓ องค์กร ในการทํากิจกรรมรัฐกิจแล้ว มันมีอยู่องค์กรหนึ่ง ท่านประธานครับ คือองค์กรตุลาการ ผมยังคิดว่าควรจะออกแบบกันใหม่ไหม เมื่อเช้าผมชอบ ใจมาก มีเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของการรักษาการเมื่อมีการยุบสภา เมื่อมีการ ยุบสภา หรือเมื่อสภาครบวาระให้เลือกตั้งใหม่ รัฐบาลที่รักษาการ หรือเฉพาะกาลนั้น มาจากไหนดี ควรให้รัฐบาลที่เปึนนักการเมืองเหล่านั้นรักษาการหรือไม่ อะไรต่าง ๆ หรือไม่ ผมชอบใจมาก มีอยู่ท่านหนึ่งอภิปรายบอกว่าควรจะให้ตุลาการดําเนินการดูแลกิจการ ของรัฐเปึนการชั่วคราวในระหว่างเลือกตั้ง นี่คือ หนึ่งในสามอํานาจ ท่านประธาน เมื่อนิติบัญญัติ ถูกยุบ หรือครบวาระ หมดไป บริหารซึ่งมาจากนิติบัญญัติ คุณเกิดเองไม่ได้บริหาร เกิดมาจาก นิติบัญญัติ สร้างมาโดยนิติบัญญัติ เปึนลูกชาย ลูกสาวของนิติบัญญัติ อย่ากระนั้นเลย เมื่อพ่อแม่ของคุณจบชีวิต ฝ์ายบริหารก็จบไปด้วย เหลืออํานาจอีกอํานาจหนึ่งที่ยังอยู่ต่อไป คืออํานาจตุลาการ ท่านประธานครับให้อํานาจตุลาการเขาดูแลบ้านเมืองชั่วคราว กําหนดนโยบายไม่ได้ สั่งนโยบายไม่ได้ ดําเนินนโยบายไม่ได้ เรียกว่า ดูชั่วคราว ดูเฉพาะกาล ให้ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองมาช่วยดูแล โดยมีปลัดกระทรวงแต่ละกระทรวงเปึนผู้กํากับดูแล แต่คุณห้ามเรื่องนโยบาย ห้ามเรื่องการเงิน ห้ามเรื่องบุคคล อย่างนี้เปึนต้น ออกแบบรัฐธรรมนูญ อย่างนี้ไปดีไหม มาถึงองค์กรอิสระที่ว่าที่ก่อกําเนิดเกิดขึ้นมานี้ เมื่อท่านเห็นว่าบุคคลที่ สรรหาโดยกลุ่มบุคคลที่มาจากฝ์ายบริหารก็จะมีปัญหาอุปสรรคแน่แทรกแซงได้ แล้วให้ สภานิติบัญญัติเห็นชอบหรือเลือกสรรหา จากสรรหา ๒ เท่าให้เหลือ ๑ เท่าก็ตามก็ยังจะ ยุ่งอีก อย่ากระนั้นเลยครับ ให้ฝ์ายตุลาการเปึนผู้สรรหามาให้ ทุกองค์กรอิสระทั้งหมด แต่รูปแบบขององค์กรแต่ละองค์กร คุณสมบัติของแต่ละองค์กรไม่เหมือนกัน ลักษณะ กกต. ต้องทําหน้าที่อะไร บุคคลที่มีลักษณะของคนแบบนี้ที่จะไปเปึน กกต. เปึนอย่างไร คุณสมบัติเปึนอย่างไรก็ต้องอีกแบบหนึ่ง กลุ่มบุคคลที่จะมาเปึนคณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรวจเงินแผ่นดิน เกี่ยวข้องกับภาษี เกี่ยวข้องกับการเงิน เกี่ยวข้องกับบัญชี คนที่จะเข้ามาสู่องค์กรนี้ก็อีกแบบหนึ่ง คนที่ซื่อสัตย์สุจริตที่จะไปเกี่ยวข้อง กับ ปปช. ก็อีกแบบหนึ่ง คนที่จะเปึนผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาก็อีกแบบหนึ่ง คนที่จะ ไปเปึนกรรมการสิทธิมนุษยชนก็อีกแบบหนึ่ง อย่างนี้เปึนต้น อย่ากระนั้นเลยครับ เปึนไป ได้ไหมให้ฝ์ายตุลาการคือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาทําการสรรหาบุคคลเข้าสู่ตําแหน่งเสีย ให้หมดทุกองค์กรอิสระ เรื่องนี้ไม่ใช่เปึนเรื่องที่เราไม่เคยเสนอท่านประธานครับ ตอนที่ เกิดปัญหาเรื่องเลือกตั้ง ปปช. เรื่องพรรคการเมือง ๔ พรรค ๕ พรรค ๕ พรรคไม่มี ๕ พรรค แต่เหลืออีก ๔ พรรคจะทําอย่างไรดี จําได้ไหมท่านประธาน ตอนนั้นก็มาทําการแก้ไข รัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องกระบวนการสรรหาจะทําอย่างไร รูปแบบ ตัวแบบนี้เราได้เคย เสนอแล้ว ท่านประธานครับ สว. พวกผมนี่แหละครับ นําโดยท่าน พลตํารวจเอก ประทิน สันติประภพ เราเสนอรูปแบบนี้ครับว่าเปลี่ยนการสรรหาเสียใหม่เถอะ ให้เปึนการสรรหา โดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาส่งมาให้ ๒ เท่า แล้วให้ สว. เลือก ในวันนั้นรัฐธรรมนูญ มันมี สส. และมี สว. ในวันนั้นรัฐธรรมนูญบอกว่าในการเลือก ๒ เท่าให้เหลือ ๑ เท่า โดยให้ สว. เปึนผู้เลือก เราจึงบอกอย่างนี้ แต่ของผมไปไกลกว่านั้นท่านประธาน ผมเชื่อว่า กรรมาธิการยกร่างฯ ก็ไม่เข้าใจและไม่เอาด้วย ถ้าให้ศาลฎีกาที่ประชุมใหญ่สรรหาองค์กรอิสระ ให้แล้วนะครับ ส่งมาที่ไหนครับ ส่งมาฝ์ายนิติบัญญัติเปึนผู้ให้ความเห็นชอบ มันจําเปึนนี่ครับ เพราะโลกนี้มันตกมาจากที่อื่นไม่ได้แล้ว มันมี ๓ อํานาจ ให้รัฐบาลแต่งตั้ง แล้วแต่งตั้ง ให้คนผู้ถูกแต่งตั้งมาตรวจสอบตัวเองมันจะไปตรวจอย่างไร ไม่ได้ อันนี้ตัวการ นี่ตัวร้าย ต้องวางไว้เฉย ๆ เพราะฉะนั้นจะต้องให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสรรหามาให้ แล้วส่งให้ สภานิติบัญญัติเพื่อให้สภานิติบัญญัติรับรอง เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ เปึนปัญหาอยู่ว่า ถ้าส่งมาครั้งที่ ๑ ปรากฏว่านิติบัญญัติ ไม่เห็นชอบก็ให้ส่งกลับไปครับ ให้นิติบัญญัติส่งกลับไป ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคืน ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็จะทําการคัดครั้งที่ ๒ หรือยืนยันแล้วส่ง มาให้นิติบัญญัติรับรองเห็นชอบอีก แล้วถ้านิติบัญญัติไม่เห็นชอบอีกล่ะ ครั้งที่ ๒ ให้ตุลาการ ทางนี้ขึ้นทูลเกล้าฯ เลย ตอนนี้ตุลาการรับผิดชอบเองแล้ว รับสนองพระบรมราชโองการ รับผิดชอบเอง ไม่ถือว่าการไม่เห็นชอบครั้งที่ ๒ และถ้าฝ์ายตุลาการที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ยืนยันอย่างเดิมให้ตุลาการรับผิดชอบเลย ขึ้นทูลเกล้าฯ เลย เห็นไหมครับ และการรับผิดชอบ ของตุลาการครั้งนี้ให้ถือว่ารัฐธรรมนูญทั้งหมดรับรองด้วย องค์กรอิสระก็เกิดขึ้นได้โดยเร็ว ไม่ชักช้า ไม่เยิ่นเย้อ ไม่เสียเวลาเหมือนกรณีเลือกตั้ง ปปช. ไม่มีปัญหาอุปสรรคเหมือน กกต. ไม่มีอุปสรรคเหมือนตอนกรณี คตง. ยุ่งมากตอนนั้น โดยเฉพาะ ปปช. สับไป สับมา เสนอไปเสนอมา ตีกลับไป ตีกลับมา ๑๘ ลาออก ๑ เหลือ ๑๗ ยังยืนยัน ๑๗ เหมือน ๑๘ ๑๘ เท่า ๑๗ ๑๘ ลบ ๑ เหลือ ๑๘ เหมือนเดิม นี่ล่ะเปึนการลบเลขของวุฒิสภา ลบจริง ๆ ท่านทําอย่างนั้นจริง ๆ สุดท้ายก็เลยส่งกลับมาอีกสองสามรอบเห็นไหมครับ เอาละครับ ท่านประธานครับ อันนี้อย่างย่อ ๆ ของวิธีการสรรหาและวิธีการกระบวนการได้มาของ องค์กรอิสระ ถ้าได้มาอย่างนี้ก็คงจะพอทําเนาว่าพึ่งได้ ต่อจากนั้นองค์กรอิสระเหล่านี้ เมื่อเปึนองค์กรอิสระแล้ว พึ่งได้แล้วอย่างนี้นะครับ จะต้องอยู่ภายใต้กํากับตรวจสอบ ถ้าจะถอดถอนองค์กรอิสระให้ถอดถอนโดยฝ์ายนิติบัญญัติ เพราะนิติบัญญัติเปึนผู้เห็นชอบ ถ้าจะถอดถอนต้องถอดถอนโดยฝ์ายนิติบัญญัติ และเสียงในการถอดถอน ท่านประธาน ผมเกริ่นมาแล้ว ถอนถอน ปปช. ใช้เสียงสามในสี่ ๑๕๐ เสียงของ สว. ใน ๒๐๐ คน ขึ้นไป เปลี่ยน ถ้าถอดถอนโดยนิติบัญญัติท่านเปลี่ยนเถอะครับ อย่าให้ถอดถอนยาก ขนาดนี้ และองค์กรนั้นไม่ใช่ว่าจะเปึนองค์กร ปปช. ถอดยาก องค์กร กกต. ถอดง่าย นายกฯ ถอดง่าย ไม่ใช่ ให้มันถอดในมาตรฐานเดียวกัน ใกล้เคียงกัน อย่างเดียวกัน นั่นคือ เกินกึ่งหนึ่งของฝ์ายนิติบัญญัติเห็นว่าคุณชั่ว ถอดตัวนี้ครับ หาคนใหม่มาหกสิบล้านคนยังมี อีกเยอะ คนอยากเปึนยังมีอีกเยอะ คนที่สามารถมาเปึนได้เยอะ การถอดถอนใช้อํานาจ นิติบัญญัติถอดถอน แล้วจะเอาองค์กรอิสระเข้าคุกล่ะ ก็ให้ฝ์ายตุลาการ ผู้สรรหามาทํา การพิพากษาอรรถคดี ถ้าหากว่าการกระทําความผิดนั้นเปึนอาญาและเข้าคุก ผมคิดว่า ดูค่อนข้างจะครบแล้วครับว่าเขาเปึนอย่างไรองค์กรอิสระ ถ้าเปึนอย่างนี้นะครับ

ประการที่ ๒ ครับ ปปช. กกต. มี กกต. จังหวัด แต่ต้องปรับปรุงนะครับ ไม่ใช่ปล่อยแบบเดิม แบบเดิมใช้ไม่ได้ ปปช. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๔ องค์กรนี้นะครับ จะต้องกระจายออกไปสู่ระดับจังหวัด ท่านประธานรู้หรือเปล่าขณะนี้การละเมิดสิทธิมนุษยชน ระดับจังหวัด พี่น้องชาวบ้านถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนเต็มไปหมด เยอะ งานเยอะ จังหวัดเล็ก อาจจะมีคณะกรรมการ ๓ คน ใหญ่ขึ้นอาจจะมี ๔ คน ๕ คน ๖ คน ๗ คน ท่านต้องเชื่อว่าคน ในจังหวัดเขาเก่งเหมือนกับท่านที่อยู่กรุงเทพฯ นี่แหละ ผม การุณ ใสงาม บุรีรัมย์ ไม่เลว กว่าพวกท่านอยู่กรุงเทพฯ หรอกน่า เหมือนกันละครับ ท่านต้องเชื่ออย่างนี้ ถ้าท่านไม่เชื่อ อย่างนี้ท่านปล่อยกระจายอํานาจไม่ได้หรอก ท่านต้องเชื่อคน เชื่อว่าเขาพึ่งตนเองได้ เชื่อว่าเขาพัฒนาตนเองได้ เชื่อว่าเขาสร้างเนื้อสร้างตัวได้ เมื่อท่านเชื่อถือคนแล้ว เคารพคนแล้ว นะครับท่านต้องกล้ากระจาย ปปช. ท่านต้องกระจายไปอยู่จังหวัดให้หมด คดีต่าง ๆ ที่อยู่ ในการทุจริตประพฤติมิชอบ ทั้ง อบต. ทั้งเทศบาล ทั้ง อบจ. นะครับ และข้าราชการส่วนภูมิภาค เยอะแยะมากมายครับ นี่คุณหญิงจารุวรรณบอกเลย ยอมรับเลยว่าสามารถไปตรวจสอบ เงินของการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ ในท้องถิ่นท่านประธานรู้ไหมเท่าไรทั้งประเทศ ตรวจได้ ประมาณป้ละ ๓๐๐ แห่ง แต่ท้องถิ่นนะครับ อบต. เจ็ดพันกว่า เทศบาล ทั้งเทศบาลตําบล เทศบาลเมือง เทศบาลนครอีกพันกว่า อบจ. อีกเจ็ดสิบกว่า เบ็ดเสร็จโหลงโจ้งก็แปดพัน กว่าแห่ง ป้หนึ่งตรวจสามร้อยกว่าแห่ง และทั้งสามร้อยกว่าแห่งเจอทุจริตหมด และแปดพัน กว่าแห่ง ไม่ได้ตรวจล่ะครับ คงตอบเหมือนกันกระมังครับ เพราะ ๓๐๐ แห่งเจอหมดเลยนี่ เอาล่ะ ปปช. กกต. คตง. ผู้ตรวจการฯ กรรมการสิทธิฯ มีระดับจังหวัดเสียให้ครบถ้วน

ต่อไปครับ กกต. ครับ อีกเรื่องหนึ่ง กกต. อยากฝาก การที่ท่านมี ๓ อํานาจ ทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ อยู่ด้วยกันไม่ได้หรอกครับ กกต. ท่านจะต้องไปครับ ต้องจัดให้มีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ผมนี่เปึนทั้งทนายความ เปึนทั้งนักเลือกตั้ง ท่านครับ ผมนี่เปึนผู้ฟัองคดีเลือกตั้งแทบจะเรียกว่ามากที่สุดในประเทศไทย ทั้งระดับท้องถิ่น ทั้งระดับจังหวัด ทั้งระดับประเทศ สส. ระดับอะไรต่าง ๆ ที่ศาลยุติธรรมก็ตาม ที่อื่นก็ตามเขาพึ่งพาอาศัยผม บางทีผมฟัองให้เขา บางทีผมเปึนทนายให้เขา บางทีก็ไปเปึน ที่ปรึกษาให้เขาในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องการฟัองการเลือกตั้ง แต่เดิมครับ แพ้ไม่มี สืบพยาน โจทก์ สืบพยานจําเลย