สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๘ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

คมสัน โพธิ์คง หารือเรื่องหลักการของรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในการกำกับดูแลกระบวนการการเลือกตั้ง และการออกกฎเกณฑ์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการมอบอำนาจในการจัดทำประชามติ การจ่ายค่าตอบแทนของผู้ปฏิบัติงาน การใช้จ่ายงบประมาณ การออกเสียงประชามติ และการนับคะแนนในหน่วย โดยเรียกร้องให้สภาร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาอย่างรอบคอบและดำเนินการตามบทบัญญัติมาตรา 29 และมีความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการตรากฎหมายที่อาจไม่ถูกต้อง

นายคมสัน โพธิ์คง

ขออนุญาตเสนอต่อครับ คือประเด็นรับหลักการ หรือไม่นี่ ผมเห็นว่ายังมีประเด็นที่กราบเรียนไปเมื่อสักครู่ท่านประธานว่า มันอาจจะ ไม่สอดคล้อง หรือบางครั้งในบางประเด็นอาจจะขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญเลยด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นในประเด็นเรื่องของรับหลักการ ไม่รับหลักการ ถ้าพิจารณาตรงนี้มันเปึนประเด็น สําคัญนะครับ ที่ควรจะพิจารณารับหรือไม่รับด้วยซ้ําไป จึงไม่อยากให้มีการพิจารณาตรงนี้ ทีนี้ถ้าเปึนอย่างนั้นผมขออนุญาตเสนอต่อในประเด็นปัญหาที่คิดว่ามีก่อนที่ประชุมจะ พิจารณารับหรือไม่รับ หรือว่าจะพิจารณาอย่างอื่นอย่างใดต่อไป ผมมีความเห็นอย่างนี้ ในประเด็นนอกจากเรื่องของกระบวนการในเรื่องของการจัดหรือจัดให้มีแล้ว ที่เปึนปัญหาว่า ในร่างที่เขียน สภาร่างรัฐธรรมนูญไม่มีบทบาทตรงใดที่เขียนไว้เปึนในเรื่องของการกํากับ การดําเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งเลย เพราะว่าบทบัญญัติเรื่องการจัดให้มี เคยปรากฏขึ้นมาแล้วในการเลือกตั้งของสมาชิกสภาท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่มอบอํานาจให้หน่วยงานในระดับพื้นที่ เปึนผู้จัด โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนผู้ดําเนินการกํากับ ในรูปแบบของการจัดให้มี อันนั้นก็เปึนหลักการอันหนึ่ง ต่อมาก็คือในร่างนี้ปรากฏว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปึนผู้ดําเนินการทั้งหมด รวมถึงการออกกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในทุกกรณี ซึ่งจะต้องมีการดําเนินการ ในทุกขั้นตอน ซึ่งโดยหลักการแล้วถ้าเกิดเปึนการจัดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญควรจะต้อง เปึนผู้ที่ล่วงรู้ในการดําเนินการ ไม่ใช่เปึนเพียงแต่ผู้ที่เปึนให้คําปรึกษาหรือให้คําแนะนํา การดําเนินการในการออกหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ถ้าไม่ใช่เรื่องของกระบวนการภายในแล้วนี่ กระบวนการในการบริหารจัดการของคณะกรรมการการเลือกตั้งภายใน ถ้าเปึนเรื่องของ การดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียงประชามติ และเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกและ สภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยหลักการแล้วสภาร่างรัฐธรรมนูญควรมีมติ ไม่ใช่คณะกรรมการ การเลือกตั้งเปึนผู้กําหนด การกําหนดอย่างนั้นเท่ากับเปึนการมอบอํานาจต่อให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งไปออกหลักเกณฑ์ ซึ่งมันจะเปึนการขัดหรือแย้งกับมาตรา ๒๙ วรรคสอง ในเรื่องการวางหลักเกณฑ์โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ

เรื่องต่อมาในร่างประกาศปรากฏว่ามันมีการมอบอํานาจ ในประกาศได้ กําหนดการมอบอํานาจให้คณะกรรมการ กระผมคิดว่ามีการมอบอํานาจมากเกินกว่า หลักเกณฑ์และวิธีการที่ควรจะต้องเขียน เพราะว่าการออกหลักเกณฑ์ในรายละเอียด ในเรื่องของการออกเสียงประชามติ สิทธิต่าง ๆ มันมีปัญหาที่กระทบสิทธิของประชาชน เพราะฉะนั้นสภาร่างรัฐธรรมนูญควรจะต้องกําหนดหลักเกณฑ์ในตัวนี้ให้ชัดเจนในเรื่องนี้ เช่น การเพิ่มชื่อ ถอนชื่อ ถ้าเทียบเคียงกับเรื่องของการเลือกตั้งจะให้ศาลเปึนผู้พิจารณา ในกรณีที่คณะกรรมการประจําเขตเลือกตั้งพิจารณาไม่เติมชื่อไป หรือถอนชื่อออก ศาลจะเปึน ผู้พิจารณา ในตัวนี้ปรากฏว่ามันไม่มีความชัดเจน คือให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเปึน คนดําเนินการ แต่ในขณะเดียวกันกลับมอบให้คณะกรรมการเปึนผู้ดําเนินการจัดทําในเรื่องนั้น ทั้งหมด ก็เท่ากับว่าตนเองเปึนผู้ทําเอง และเปึนผู้ชี้เองทั้งหมด ผมคิดว่าประเด็นหลักการตรงนี้ คงเปึนปัญหาอยู่พอสมควร

ต่อมาก็คือในเรื่องของการร้องคัดค้าน คัดค้านการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ในร่างนี้เขียนให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนผู้ออกประกาศหลักเกณฑ์การคัดค้าน กระบวนการออกเสียงประชามติที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าหลักเกณฑ์ตรงนี้คงไม่เปึนไป ตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง เพราะว่าสิ่งที่เรียกว่าการคัดค้านกระบวนการ ออกเสียงประชามติ มันต้องเปึนไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้เขาเรียกว่าเปึนอํานาจในการวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งเปึนการชี้ขาดครั้งสุดท้าย สุดท้ายควรจะจบอยู่ที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่จบที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่จะมาชี้ขาดการคัดค้านในกระบวนการการออกเสียงประชามติ ที่ตนเปึนผู้จัดเอง แล้วก็ให้ตนเองเปึนผู้ชี้ในกระบวนการคัดค้านในสิ่งที่ทํา ผมคิดว่า หลักการตรงนี้อาจจะต้องมาพิจารณาให้รอบคอบ

ต่อมาก็คือเรื่องของการจ่ายค่าตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานต่าง ๆ การใช้จ่ายงบประมาณซึ่งเปึนภาษีอากรของราษฎร ควรจะต้องดําเนินการภายใต้หลักเกณ์ของ ผู้มีอํานาจอย่างแท้จริง ซึ่งในที่นี้คือสภาร่างรัฐธรรมนูญ ----------------------- -๗๕/๑ ในนี้มอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนผู้กําหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องของค่าตอบแทน นะครับ ผมคิดว่าในประเด็นเหล่านี้ สภาร่างรัฐธรรมนูญคงพิจารณาด้วยความรอบคอบ เพราะเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งเปึนภาษีอากรของราษฎร ในการดําเนินการออกเสียงประชามติ นะครับ แล้วก็การดําเนินการทั้งหมดในเรื่องของ การออกเสียงประชามตินี่เปึนเรื่องของสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะต้องดําเนินการภายใต้ บทบัญญัติมาตรา ๒๙ นะครับ ต่อมาก็เรื่องของการนับคะแนนในหน่วย ผมคิดว่าการ นับคะแนนในหน่วย ถ้าท่านใดที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งก็คงทราบดีว่าหัวคะแนนนี่นะครับ ถ้าเปึนการเลือกตั้ง สส. หรือเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หัวคะแนนเขารู้ครับว่าใครเลือก ไม่เลือก ถ้าเกิดมีการทุจริตเกิดขึ้นในกรณีนี้จริง ๆเขาสามารถตรวจสอบได้เลยว่าใครเลือก หรือไม่เลือกในกรณีที่เขาต้องการ เพราะฉะนั้นในตรงจุดนี้ผมคิดว่าเปึนประเด็นที่ล่อแหลม และค่อนข้างเปึนอันตรายในเรื่องของการนับคะแนนที่หน่วย การนําเสนอในเรื่องนี้จะเปึน การนับคะแนนรวมหรือเปล่าในเรื่องของการออกเสียงประชามตินะครับ ในเรื่องเหล่านี้

แล้วก็สุดท้ายในเรื่องของข้อ ๓๙ ที่เขียนในเรื่องของการที่บอกว่าให้ออก กฎหมาย ที่เขียนในข้อสุดท้ายบอกว่า ใครกระทําการฝ์าฝ๋นทําให้ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม บทบัญญัติที่เขียนลักษณะเช่นนี้ มีลักษณะเหมือนการให้อํานาจในการตรากฎหมาย ให้เปึนไป ตามกฎหมาย ต้องรับโทษตามกฎหมาย เปึนบัญญัติที่ลักษณะให้อํานาจในการตรากฎหมาย ซึ่งกระผมกราบเรียนตอนต้นแล้วว่าประกาศฉบับนี้มีปัญหาว่าอยู่ในสถานะใด ถ้าเปึน บทบัญญัติอย่างเช่นนี้ ผมคิดว่ามีปัญหาในเรื่องของกระบวนการในการตรา เพราะสถานะ ของกฎหมายในลําดับศักดิ์ของประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น มันไม่มีความแน่ชัด ว่าอยู่ในสถานะใด จะเปึนพระราชบัญญัติก็ไม่ใช่ จะบอกให้มีมอบอํานาจต่อในการออก กฎหมาย ผมคิดว่าหลักการตรงนี้อาจจะไม่ถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้ว ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าในเรื่องนี้ผมคิดว่าประกาศตัวนี้มีปัญหาสําคัญในเรื่อง ของการดําเนินการตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญอยู่นะครับ อาจจะไม่สอดคล้องหรือไม่เปึนไปตามบทบัญญัติมาตรา ๒๙ วรรคสอง ผมจึงได้เสนอ ท่านว่าเห็นชอบด้วยกับ ๒ ท่าน ที่ได้เสนอมาว่าเพื่อให้สมาชิกได้เห็นร่างและพิจารณา อย่างรอบคอบก่อนที่จะอภิปรายในเรื่องนี้ต่อไปครับ ขอบคุณครับ