สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๘ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรอบที่ ๓ โดยชี้ให้เห็นว่าองค์กรอิสระบางแห่งไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมีการซ้อนหน้าที่ และไม่มีการวิเคราะห์บทบาทหน้าที่อย่างจริงจัง จึงเสนอให้มีการวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ขององค์กรอิสระก่อนที่จะกำหนดกรอบในการจัดตั้งองค์กรอิสระใหม่ นอกจากนี้ยังเสนอให้มีองค์กรตรวจสอบคุณธรรมและจริยธรรมของนักการเมือง และมีกรอบระยะเวลาในการตรากฎหมายเพื่อให้แน่ใจว่ากฎหมายจะออกมาและปฏิบัติอย่างจริงจัง

นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร มีข้อคิดเห็นต่อกรอบที่ ๓ อยู่สองสามประเด็นค่ะ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้นะคะ เราก็อยากจะให้เปึน รัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมแล้วก็เข้าถึง แล้วก็กินได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยู่ในกรอบ ที่ ๓ คิดว่ากินไม่ได้เท่าไร ก็หมายความว่าเมื่อพูดถึงองค์กรอิสระ สิ่งที่พวกเราคุยกัน ในสภาแห่งนี้ หรือในส่วนที่อยู่ในส่วนกลางที่พูดกันมานั้นนี่นะคะ องค์กรเหล่านี้มักจะอยู่ ในส่วนศูนย์กลางตรงนี้มาก การเข้าถึงต่อองค์กรอิสระเหล่านี้ค่อนข้างน้อยสําหรับต่างจังหวัด นะคะ แล้วก็แม้กระทั่งเรื่องการทําความเข้าใจต่อองค์กรอิสระเหล่านี้เปึนไปด้วยความยากลําบาก เวลาจัดเวทีจะต้องทําความเข้าใจว่าองค์กรเหล่านี้ ไม่ว่าจะเปึน กกต. กรรมการสิทธิฯ ไม่ว่าจะเปึนศาลยุติธรรม สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนเรื่อง ที่เข้าใจยากสําหรับคนที่อาจจะเปึนประชาชนโดยส่วนใหญ่ที่ถ้าไม่ได้สนใจมากนักก็จะ ไม่ทราบ แต่เมื่อมาเขียนในรัฐธรรมนูญจะทําอย่างไรจึงจะให้การเข้าถึงองค์กรเหล่านี้ ของประชาชนในต่างจังหวัดจะเข้าถึงได้ง่ายกว่า แต่ก่อนอื่นที่จะพูดถึงเรื่ององค์กรอิสระ มีข้อคิดเห็นว่าพอเราหยิบยกมาเปึนองค์กรอิสระชื่อนั้นชื่อนี้ปัูบ มันก็จะมาบล็อก (Block) ความคิดของเราว่าต้องมีองค์กรนั้น องค์กรนี้ ทําไมไม่ย้อนกลับไปดูในหลักการของ การทําองค์กรอิสระ ยกตัวอย่างเช่น องค์กรที่เรามีอยู่น่าจะมีการวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ ขององค์กรเหล่านี้ไหมว่าที่ผ่านมาได้ดําเนินการอย่างไร การทํางานขององค์กรเหล่านี้ ซ้ําซ้อนกันไหม และก็มาวิเคราะห์บทบาท และหลังจากนั้นถึงจะมาดูว่าจําเปึนต้องมีไหม ถ้ามีจะวางบทบาทหน้าที่กันอย่างไรเพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานจริง ซึ่งท่านสมาชิก สสร. หลาย ๆ ท่านได้พูดคุยกันในสภาแห่งนี้หลายครั้งแล้วว่า องค์กรเหล่านี้บางองค์กรก็เปึน ดินแดนมหัศจรรย์ เปึนหลุมดําบ้าง เปึนดินแดนที่เข้าไปไม่ถึงบ้าง เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไร จึงจะให้องค์กรอิสระเปึนจริงและก็เปึนที่พึ่งของประชาชน การตั้งองค์กรอิสระตั้งขึ้นมาเพื่อ อะไร เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิและก็เข้าถึงองค์กรเหล่านี้เพื่อการช่วยเหลือนอกเหนือ จากภาครัฐที่จะช่วยเหลือแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้มีความเห็นว่าก่อนจะทํากรอบที่ ๓ อยากให้มีการวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ขององค์กรอิสระเท่าที่ผ่านมาว่ามีความจําเปึน มากน้อยเพียงใด แล้วก็จะซ้ําซ้อนกันไหม แล้วก็จะทําอย่างไรจึงจะไม่ผูกขาดเหมือนกับ ที่ท่านสมาชิกได้นําเสนอไปแล้วนะคะ แล้วทําอย่างไรถ้าจําเปึนต้องมีประชาชนจะเข้าถึง องค์กรเหล่านี้ได้อย่างไร ตรงนี้เปึนประเด็นสําคัญนะคะ เพราะว่าขณะนี้ในต่างจังหวัด ที่ไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นปรากฏว่าชาวบ้านไม่สามารถเข้าถึงองค์กรเหล่านี้ได้ มีบางจังหวัดก็เรียกร้องถึงขั้นว่าน่าจะมีระดับจังหวัดไปทั้งหมดเลยเพื่อให้ประชาชน เข้าถึงองค์กรเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเปึนกรรมการสิทธิฯ เอย สํานักงานทั้งหลาย หรือแม้กระทั่ง สป. ต่าง ๆ ถึงแม้จะเปึนตัวแทนจังหวัดก็ตามนะคะ แต่ว่าการที่จะลงไปทํางานในพื้นที่ เข้าถึงจริง ๆ ยังน้อย

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่ามีข้อเสนอว่าองค์กรอิสระจะมีองค์กรหนึ่งไหมที่ทําหน้าที่ ตรวจสอบคุณธรรม จริยธรรมของนักการเมือง ซึ่งตรงนี้หลาย ๆ จังหวัดนะคะ มีข้อเสนอมาว่า น่าจะต้องมีองค์กรตรวจสอบคุณสมบัติในเชิงคุณธรรม จริยธรรม ของนักการเมือง ซึ่งจริง ๆ ว่าแล้วองค์กรอิสระทั้งหลายแหล่ที่เรามีอยู่ ที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันที่ยังไม่ได้วิเคราะห์ว่าจะ จําเปึนหรือไม่ ก็น่าจะต้องทําหน้าที่ในการตรวจสอบคุณธรรม จริยธรรม แต่ว่าจากประสบการณ์ ที่ผ่านมาเราพบว่าองค์กรอิสระเหล่านี้ยังทําในเชิงการตรวจสอบคุณธรรม จริยธรรม ของนักการเมืองได้ไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้นตรงนี้มีข้อเสนอว่าน่าจะได้มีองค์กรอิสระขึ้นมา ตรวจสอบ ซึ่งในบางประเทศยกตัวอย่างประเทศไต้หวัน (Taiwan) ก็จะมีองค์กรที่ทําหน้าที่ควบคุม ดูแลคุณธรรม จริยธรรม จริง ๆ ไม่ใช่เฉพาะนักการเมือง ข้าราชการทั้งหมดที่จะต้องถูก ควบคุมดูแลจากสภาเรื่องของการตรวจสอบนะคะ

อีกส่วนหนึ่งที่เสนอก็คือว่า การที่เราบอกว่าประชาชนจะเข้าถึงองค์กรเหล่านี้ หรือว่าจะเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ เปึนไปได้ไหมที่จะมีองค์กรอิสระที่เปึนที่ปรึกษา ด้านกฎหมายให้กับภาคประชาชน ภาคประชาชนโดยส่วนใหญ่แล้วพอพูดถึงกฎหมายหรือ แม้กระทั่งการขึ้นศาล หรือการคดีความก็จะตกใจ เพราะว่าจะไม่ได้เข้าใจในกระบวนการ เพราะฉะนั้นการที่จะทําอย่างไรจึงจะให้เกิดเรียกว่า นิติรัฐ นะคะ ที่ทําให้ทางด้านกฎหมาย จะเข้าถึงประชาชนได้อย่างแท้จริง แล้วประชาชนมีผู้ได้รับความเดือดร้อน ผู้ได้รับความเสียหาย มีที่ปรึกษาอย่างแท้จริงจากองค์กรอิสระ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เปึนสิ่งที่เรารับฟังมา และส่วนสุดท้ายนะคะถึงแม้จะไม่ได้อยู่ ในกรอบที่ ๓ แต่เปึนกรอบอื่น ๆ นะคะ ที่มีคนเสนอมาก็คือว่าในการทําตรากฎหมาย เพื่อเปึนไปตามรัฐธรรมนูญนั้นควรจะกําหนดกรอบระยะเวลาในการตรากฎหมาย ให้ชัดเจน ตรงส่วนนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในกรอบใดก็ตาม แต่ว่าส่วนนี้มีคนเสนอ ความคิดเห็นมาว่าการตรากฎหมายซึ่งบอกว่าจะต้องถูกตรากฎหมาย ถูกบัญญัติเข้าไป ตามรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อกฎหมายลูกไม่ออกมา การปฏิบัติจริงจึงไม่มี แล้วก็ไม่มีเวลา มากําหนดด้วย เพราะฉะนั้นจึงขอเสนอให้มีกรอบระยะเวลาในการทํางานตรงส่วนของ การตรากฎหมายด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ