สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๘ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

สมเกียรติ รอดเจริญ หารือเรื่องความไม่เท่าเทียมกันระหว่างการเมืองและข้าราชการ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแยกแยะระหว่างทั้งสองฝ่าย และลดจำนวนประชากรที่มีสิทธิ์ลงประชามติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการครอบงำของฝ่ายบริหารและฝ่ายการเมืองในองค์กรอิสระ เช่น กกต. สตง. ปปช. และเสนอว่าควรปรับปรุงวิธีการคัดสรรคนเข้ามาอยู่ในองค์กรเหล่านี้ให้ดีขึ้น และมีการตรวจสอบจากประชาชนเพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรเหล่านี้ทำงานอย่างโปร่งใสและถูกต้อง

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ รอดเจริญ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็ขออนุญาตเข้ากรอบที่ ๓ ก็เหมือนเดิมครับ จากการแสดง ความคิดเห็นมาจากประชาชนภาคตะวันออก ๖ จังหวัด สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เหมือนเดิมครับ ก็รวบรวมมาในฐานะที่ท่านมอบหมายให้พวกเราลงไป รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เราก็มีหน้าที่ไปนั่งฟังเขา แล้วก็เก็บรวบรวมมาตาม ประเด็นตามกรอบอย่างที่ได้นําเรียนท่านไปเมื่อช่วงเช้าแล้ว ๒ กรอบ ประชาชนส่วนมาก ก็อยากจะเห็นการกําหนดกลไกหรือมาตรการตรวจสอบการใช้อํานาจฝ์ายการเมืองที่ขณะนี้ กระทํากับข้าราชการ ข้าราชการดําเนินการอะไรทุกวันนี้ค่อนข้างจะอึดอัด ถ้าเผื่อว่ายังให้ ข้าราชการและการเมืองมีปฏิสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานตามโครงการต่าง ๆ อยู่ค่อนข้างจะ อึดอัดสําหรับข้าราชการ เพราะว่าการเมืองสามารถที่จะชี้เปึน ชี้ตาย จะชี้ย้าย ชี้โยก ชี้อะไรกับข้าราชการก็ได้ จะทําอะไรก็ถนัดที่สุด ขณะนี้เพื่อความปลอดภัย ถูกต้องครับ ใช่ครับ เหมาะสมครับ อยู่อย่างนี้ครับ ไม่กล้าที่จะดําเนินการอะไรอย่างอื่น ถ้าเผื่อว่า มีความคิดเห็นอะไรอย่างอื่นผิดแผกแตกต่างไปแล้วก็ค่อนข้างจะอันตราย เราจะมีวิธี ออกแบบอย่างไรให้ข้าราชการกับการเมืองให้มันห่างกันหน่อย ห่างกันได้ดี มีสายบังคับ บัญชาได้ แต่น่าจะมีอะไรมาป่ดกั้นไว้หน่อย มาคั่นไว้เสียหน่อย อย่าสายตรงมากนะครับ เพราะว่าเขาค่อนข้างจะเสียว ไม่ทําตามแล้วเสียวแน่

ส่วนการลดจํานวนประชากรเพื่อจะดําเนินการถอดถอน ไม่ว่าจะเปึน นักการเมือง รัฐมนตรี หรือ สส. ทางการเมือง เขาบอกว่า ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ค่อนข้างจะมากมาย ไปเพราะกว่าจะเอารายชื่อที่ได้ ๕๐,๐๐๐ ชื่อ มาตรวจสอบครบมันก็หมดวาระของการบริหาร ของชุดนั้นไปแล้ว กว่าจะตรวจบัตรประชาชนกันครบ กว่าจะตรวจสําเนาทะเบียนบ้าน กันครบ ๕๐,๐๐๐ ชื่อ อย่างที่พันธมิตรดําเนินการล่ารายชื่อนักศึกษากันมาเพื่อปลด ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐบาลที่แล้ว ขณะนี้ยังตรวจสอบได้ไม่ถึงกึ่งหนึ่งเลยครับ รัฐบาลก็มี อันเปึนไปเสียแล้ว ก็อยากจะลดลงมา ถ้าเผื่อว่าเปึนไปได้ลดมาเหลือสักหนึ่งในห้า จาก ๕๐,๐๐๐ เหลือสัก ๑๐,๐๐๐ มันน่าจะเปึนจํานวนที่เหมาะสมนะครับ

องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจะทําอย่างไรถึงจะให้ทางฝ์ายบริหาร หรือฝ์ายการเมืองเข้าไปครอบงําได้อย่างคราวที่แล้วมองเห็นชัดนะครับ ผมต้องกราบ ขออภัยสําหรับที่ผมจะเอ่ยถึงศาลหัวหมู มีศาล ๆ หนึ่งพวกเราได้ดําเนินการเอาหัวหมู ไปตั้ง และศาลพระภูมิตั้งไว้ แล้วก็พยายามบอกว่าศาลนี้น่าจะเปึนศาลหัวหมู เพราะในการตัดสินในแต่ละครั้งค่อนข้างที่จะเปึนไปตามใบสั่งของทางฝ์ายบริหาร ขออนุญาตถ้าเผื่อพาดพิงถึงใครก็ต้องกราบขออภัย ช่วงนั้นเปึนช่วงของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีการดําเนินการอะไรที่ค่อนข้างที่จะหมิ่นเหม่ต่อความรู้สึกของประชาชนมาก จึงมีการ แห่แหนศาลพระภูมิ และศาลหัวหมูไปตั้งไว้ที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญ ลักษณะแบบนี้ มันเห็นชัดว่าการเมืองเข้าไปครอบงําชัดเจนนะครับ หรือไม่ก็ กกต. นะครับ อย่าง กกต. ชัดที่สุดแล้ว บทสรุปสุดท้ายชัดมากนะครับ ถึงขนาดเข้าคุกเข้าตะรางกัน เพราะว่า ข้อเท็จจริงนี่ กกต. จังหวัดบอกว่า นาย ก. มีพฤติกรรมที่จะใบแดง แต่ขึ้นมาสู่ข้างบน กกต. ใหญ่บอกว่าไม่เปึนไร ใบเหลืองก็ได้ หรือบางทีอาจจะถึงเขียวเลยนะครับ บางที กกต.ข้างล่างบอกคนนี้บริสุทธิ์ยุติธรรมมาก ประชาชนเลือกด้วยความรัก แต่ข้างบน ไม่ชอบ ให้ใบแดงเลย อํานาจอยู่ในตัวเองทั้งหมดนะครับ ทั้งทางด้านนิติ ทางด้านบริหาร ทางด้านตุลาการ ท่านตัดสินดําเนินการหมด ลักษณะแบบนี้ก็ค่อนข้างที่จะลําบากแล้วไป โดนครอบงําโดยฝ์ายบริหาร ทีนี้ก็ซ้ายหัน ขวาหันได้ตามสะดวก ตามที่ฝ์ายบริหารต้องการ ซึ่งก็เปึนวิกฤติที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่ผ่านมาจะทําอย่างไรเราถึงจะหาวิธีที่จะดําเนินการ ไม่ให้ถูกครอบงํานะครับ ที่จริงขออนุญาตได้รับความเห็นมาจากผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่านบอกว่า เขาออกแบบมาดีแล้วนะ องค์กรอิสระนี่ วิธีการต่าง ๆ ดี แต่ว่าคนที่เข้าไปอยู่ค่อนข้างที่ จะมีปัญหา เราจึงน่าจะหาวิธีที่จะเอาคนเข้ามาอยู่ตรงนี้ให้มันดีขึ้น ไปออกแบบมาซิว่า จะทําอย่างไร จะหาวิธีคัดสรรคนที่เข้ามาอยู่ตรงนี้ให้มันดีขึ้น อย่างคราวก่อน ๆ อย่างคราว ที่ผ่านมานี่ก็ให้อํานาจวุฒิสภา ให้อํานาจใครทั้งหลายแหล่ แล้ววุฒิสภาก็โดนครอบงํา เข้าไปอีกก็ยิ่งไปกันใหญ่ เละเทะไปหมด อันนี้จะทําอย่างไรถึงจะทําให้กลับมาเปึนภาพ ที่ดีขึ้นในส่วนขององค์กรอิสระนะครับ ถามว่า กกต. สตง. ปปช. องค์กรอิสระเหล่านี้ ควรจะคงไว้ไหม ก็ถ้าเผื่อว่าในรูปแบบอํานาจหน้าที่เดิม ถ้าเผื่อคนดีนะครับก็น่าจะคงไว้ที่สุด แล้วก็กลับมาที่เดิมก็คือหาทางปรับปรุงวิธีการที่จะนําคนเข้ามาสู่องค์กรเหล่านี้นะครับ แล้วก็มีผู้เสนออันนี้จากประชาชนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่นะครับ อยากเห็นว่า สตง. ไม่ควรมี บอร์ด (Board) มากํากับอีก เปึนองค์กรอิสระอยู่แล้ว แล้วยังมีบอร์ดมากํากับ บังเอิญบอร์ด ถ้าเผื่อว่าเปึนบอร์ด หรือคณะกรรมการบริหารที่มีคุณธรรม ที่มีความถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ กํากับอยู่ คนที่เปึนผู้ว่า สตง. ค่อนข้างจะเบาใจ ทํางานด้วยความสบายอก สบายใจ แต่ถ้าเผื่อบังเอิญบอร์ดในการกํากับดูแล สตง. เกิดเปึนบอร์ดอย่างคราวที่แล้ว ปัญหามันก็เกิดระหว่างผู้ว่าฯ กับบอร์ดขัดกันไปขัดกันมา ผลที่จะเกิดกับประเทศชาติ กลับกลายเปึนเสียหายมากมาย อย่างที่เห็นที่ผ่านมานะครับ ก็คงจะต้องมีการนําเสนอว่า เมื่อมี สตง. แล้ว มีผู้ว่าฯ แล้ว ก็มิสมควรที่จะมีบอร์ดมากํากับอีกที แต่ถ้าเผื่อจะตั้งองค์กร ขึ้นมานะครับ ประชาชนอยากเห็นเหลือเกินว่าทุกองค์กรอิสระเหล่านี้น่าจะออกแบบให้มี ประชาชนทุกภาคส่วนเปึนผู้มาตรวจสอบองค์กรเหล่านี้อีกทีหนึ่ง เปึนคู่ขนานครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ