สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๘ · ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

กิตติ ตีรเศรษฐ หารือเรื่องกรอบที่ 3 ว่าด้วยองค์กรตรวจสอบอิสระและศาล โดยเรียกร้องให้องค์กรเหล่านี้เข้มแข็ง มีอิสระในการตรวจสอบและไม่ถูกแทรกแซง กิตติ ตีรเศรษฐ ยังหารือเรื่องการเพิ่มคุณสมบัติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และการสรรหา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ กิตติ ตีรเศรษฐ ยังหารือเรื่องการขยายเวลาดำรงตำแหน่งของผู้พิพากษา จนถึงอายุ 70 ปี และการสร้างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ก่อนการเลือกตั้งใหม่

รองศาสตราจารย์กิตติ ตีรเศรษฐ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ในเรื่องของกรอบที่ ๓ ว่าด้วยองค์กรตรวจสอบอิสระและศาล ขออนุญาตใช้เวลาของที่ประชุมแห่งนี้เพียงสั้น ๆ ที่จะพูดถึงเรื่องประเด็นที่น่าจะมีการ ทบทวนหรือพิจารณา เพื่อนสมาชิกทุกท่านคงจะมีความเห็นเช่นเดียวกันนะครับว่า ในเรื่องขององค์กรตรวจสอบอิสระนั้น เราคงต้องการให้องค์กรเหล่านี้เปึนองค์กรที่เข้มแข็ง จริง ๆ มีอิสระในการที่จะทํางานเพื่อการตรวจสอบ และก็ปลอดจากการแทรกแซง กดดัน ไม่ว่าจะฝ์ายบริหาร ฝ์ายการเมือง บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ๆ ก็ตาม ในอันที่จะทําให้การ ตรวจสอบไม่เปึนไปเปึนตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการนะครับ

ประเด็นแรกที่ผมอยากจะขอนําเสนอก็คือเรื่องของการเพิ่มคุณสมบัติของ คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพิ่มขึ้นอีก ๑ มาตรา ในข้อ ๘.๒ ตามที่คณะอนุกรรมาธิการที่ได้ดําเนินการพิจารณาเรื่องของกรอบที่ ๓ ได้นําเสนอ โดยได้เพิ่ม (๓) ว่า ขออนุญาตอ่านนะครับ เคยเปึนรัฐมนตรี กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือกรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน เคยรับราชการไม่ต่ํากว่าระดับรองอธิบดีหรือเคยดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่า ข้าราชการพลเรือน ระดับเก้า หรือผู้ที่องค์กรวิชาชีพเสนอ หรือดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่า รองศาสตราจารย์ อันนี้ของเดิมจะเปึนระดับอธิบดีขึ้นไป แล้วในส่วนนี้มีการแก้ไขให้ลดลง ซึ่งก็ต้องขอขอบพระคุณท่านอนุกรรมาธิการที่ได้พิจารณาในเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็อยากจะมีข้อคิดเห็นที่ฝากนําเสนอก็คือ ในความเปึนจริงแล้วอันแรกที่อยากจะ พูดถึงก็คือตําแหน่งรองศาสตราจารย์ ถ้าพูดถึงตามกฎหมายของข้าราชการพลเรือน ในมหาวิทยาลัย หรือข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา รองศาสตราจารย์สามารถ เริ่มต้นได้ตั้งแต่ระดับ ๗ ถ้าเทียบระดับ ซึ่งอันนี้ก็จะทําให้ระดับถูกลดลงมาจากเดิมที่ กําหนดไว้ว่าเปึนศาสตราจารย์ ระดับ ๑๐ จะถูกลดลงมาเหลือที่ระดับ ๗ หรือ ๘ หรือ ๙ และอีกอย่างหนึ่งก็ถ้าหากว่าเมื่อกําหนดในระดับรองศาสตราจารย์ ซึ่งถ้ามองถึงข้าราชการ พลเรือนในระดับ ๙ แล้วก็จะมีตําแหน่งอีกหลายตําแหน่ง เช่น ผู้อํานวยการโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันก็เปึนผู้ที่ดํารงตําแหน่งในระดับ ๙ นะครับ อันนี้ก็คงจะต้องฝากให้ท่านไป พิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าถ้าเปึนในระดับรองศาสตราจารย์ขึ้นไปแล้วจะทําให้คุณสมบัติ ของคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาตินี้มีบุคลากรที่จะมีอยู่ ในข่ายเพิ่มขึ้นมาก แล้วก็อาจจะทําให้เรื่องของกระบวนการในการที่จะคัดสรรก็ต้องใช้ เวลามากขึ้นนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่จะขออนุญาตนําหารือก็คือเรื่องของประเด็นของการสรรหา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งแต่เดิมจะกําหนดไว้ในมาตรา ๒๕๗ นะครับว่า คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะเปึนองค์คณะชุดใหญ่ที่มีตัวแทน พรรคการเมือง มีประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตําแหน่งต่าง ๆ รวมทั้ง ตําแหน่งของอธิการบดีในสถาบันอุดมศึกษานะครับ ซึ่งมีจํานวน ๖ ท่าน ถ้าจําของเดิม ไม่ผิดนะครับ ในส่วนนี้ก็จะถูกตัดทิ้งไป เหลือเพียงคณะกรรมการสรรหาที่มีเหลือเพียง จํานวน ๕ ท่านนะครับ เพราะฉะนั้นกรอบในการสรรหาก็จะขึ้นอยู่กับจํานวนบุคคลเพียง ๕ คน ซึ่งเดิมในอดีตจะมีการสรรหาด้วยกลุ่มคนจํานวนไม่น้อยกว่า ๑๐ คนขึ้นไป แล้วหลักเกณฑ์ในการที่จะผ่านหรือได้รับการคัดเลือกก็ไม่น้อยกว่าสามในสี่นะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการลดจํานวนลงมาแล้ว ในส่วนนี้ก็คิดว่าก็อาจจะทําให้เกิดปัญหาในเรื่อง ขององค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาที่มีเพียงจํานวน ๕ ท่านนะครับ ก็อยากจะฝากขอให้ ท่านได้ทบทวน ซึ่งอันนี้อาจจะก้าวเลยไปในกรอบที่ ๒ ในเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เช่นเดียวกันนะครับ แล้วในประเด็นที่เกี่ยวข้องกันก็เช่นเดียวกันนะครับ ในเรื่องของ คณะกรรมการการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งเดิมเคยมีกรรมการสรรหาที่มา จากฝ์ายวิชาการคืออธิการบดีของมหาวิทยาลัยของรัฐอยู่ถึง ๖ ท่านอยู่ในนั้นก็จะถูกตัด ทิ้งหมดนะครับ ฉะนั้นก็อยากจะเรียนปรึกษาไปยังท่านคณะอนุกรรมาธิการยกร่างฯ ว่าในส่วนนี้ น่าจะพิจารณาทบทวนใหม่ และควรจะเป่ดให้มหาวิทยาลัยเอกชน หมายถึงผู้บริหารของ มหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งก็จะมีความเท่าเทียมกันในเรื่องของเชิงวิชาการเข้ามา เปึนคณะกรรมาธิการหรือคณะกรรมการสรรหาหรือไม่ อย่างไรนะครับ เพราะอันนี้คิดว่า สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญควรจะได้รับความเท่าเทียมกันในกรอบของลักษณะงานที่มี การพิจารณาในระดับเดียวกันนะครับ

ประเด็นอีกประเด็นหนึ่งที่กําหนดไว้ในกรอบ ก็คือเรื่องของการขยายเวลา ของการดํารงตําแหน่งของผู้พิพากษาจนถึงอายุ ๗๐ ป้บริบูรณ์ โดยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และควรดําเนินการเช่นเดียวกันในทุกชั้นศาลนะครับ กระผมทราบดีว่าในปัจจุบันนี้ ผู้พิพากษามีจํานวนไม่เพียงพอ เช่นเดียวกันกับตําแหน่งอัยการก็ดี หรือแพทย์ก็ดี ก็จะมี จํานวนของบุคลากรในสายวิชาชีพเหล่านี้ไม่เพียงพอเช่นเดียวกันนะครับ การที่จะ บัญญัติเฉพาะตําแหน่งของผู้พิพากษาก็อาจจะทําให้เกิดการมองไปในแง่ที่อาจจะทําให้ ศักดิ์และสิทธิของความยุติธรรมของศาลสถิตยุติธรรมลดลงนะครับ แล้วก็สายอาชีพ อื่น ๆ ก็อาจจะใช้เปึนข้อพิจารณาเช่นเดียวกันด้วยว่าจําเปึนจะต้องมีการขยายเวลา รับราชการ หรือการดํารงตําแหน่งให้ยาวนานขึ้นเช่นเดียวกัน และก็เปึนเรื่องของการ ป่ดกั้นโอกาสของบุคคลใหม่ที่จะเข้าสู่สายอาชีพทางด้านการเปึนผู้พิพากษา เนื่องจาก ว่าระยะเวลาของผู้ดํารงตําแหน่งจะขยายยาวนานขึ้น กรอบอัตราว่างที่จะมีอยู่เพื่อใช้ ในการรองรับบุคคลเข้ามาใหม่ก็จะน้อยลงนะครับ รวมทั้งอาจจะก่อให้เกิดการบิดเบือน ในเรื่องของแนวทางของการศึกษาในอนาคต ทําให้มีผู้อาจจะมาสนใจศึกษาทางด้านนี้ มากขึ้น เพราะเห็นว่าสามารถรับราชการได้ยาวนาน อันนี้ก็อยากจะขอฝากไว้นะครับ

และประเด็นสุดท้ายที่อยากจะเรียนด้วยความเคารพ และด้วยความเข้าใจ ในเจตนาที่ดีเปึนอย่างยิ่งของท่านอนุกรรมาธิการในการที่จะให้มีการจัดทํากฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนนี้จะมีเขียนไว้ในหน้าสุดท้ายในข้อ ๓ นะครับ ที่เขียนว่า ดังนั้นสมควรให้มีบทเฉพาะกาลให้มีการจัดทําพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ให้แล้วเสร็จก่อนมีรัฐสภาชุดใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อันนี้เปึนสิ่งที่หลายท่าน หรือเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านรวมทั้งผมเองก็คิดว่าเปึนเรื่องที่ดี แต่จะต้องไม่ทําให้เกิด ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปว่า การกําหนดให้มีบทเฉพาะกาลแล้วจะเปึนตัวเงื่อนไข ที่จะทําให้มีการขยายระยะเวลาของการทํางานของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ดี ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ดี หรือแม้กระทั่งของรัฐบาลก็ดี ให้ยาวนานเกินกว่า ๑ ป้ ซึ่งจะเปึนประเด็นที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ กระผมจึงขออนุญาตกราบเรียนมายัง ท่านประธานอนุกรรมาธิการด้วยความเคารพว่า ขอให้ได้กรุณาพิจารณาในส่วนนี้ด้วย และก็ให้ความชัดเจนแก่สังคมหรือแก่เพื่อนสมาชิกทุกท่านด้วยครับ ขอบพระคุณครับ