เศวต ทินกูล ให้ความเห็นว่าระบบการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย เนื่องจากพรรคการเมืองมีอิทธิพลมากเกินไป และเสนอแนวคิดที่จะใช้ประชาธิปไตยแบบ "ปราศจากอาณัติสัญญาณ" โดยให้ประชาชนเลือกตั้งผู้แทนโดยตรง ไม่ใช่ผ่านพรรคการเมือง นอกจากนี้ เศวต ยังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการเลือกตั้งให้สะอาดและยุติธรรม โดยการยกระดับเขตเลือกตั้งให้ใหญ่ และส่งเสริมให้ประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นและเสนอแนวนโยบายและอุดมการณ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม เศวต ทินกูล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตัวแทนเกษตรกรครับ ผมก็ไม่อ้อมค้อมเพราะเสียเวลาสภามาก ผมฟันธงเลยครับ ในกรอบของสถาบันการเมือง กรอบที่ ๒ ประชาธิปไตย ประชา แปลว่าประชาชน ธิปไตยแปลว่าการปกครอง การปกครองโดยประชาชนมันชัดเจนอยู่แล้ว ครับ เพราะฉะนั้นต้องมาจากประชาชน ผมมีความภูมิอกภูมิใจในรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ มันนานมาแล้วไม่ทราบว่าฉบับไหนที่บอกว่า ผู้แทนราษฎรเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย อันนี้กินใจ ผมมากเลย แต่วันนี้ผู้แทนราษฎรคือเปึนผู้แทนของคนสองสามหมื่นคน อันนี้มันผิด ไปแล้ว มันเบี่ยงเบนไปแล้วครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น สส. ก็แปลว่าสมาชิกผู้แทน ราษฎร ก็แปลว่าผู้แทนของราษฎร มันก็ไม่ควรเปึนผู้แทนของคนสองสามหมื่นคน ควรจะเปึนผู้แทนราษฎรของจังหวัดไหนก็ว่าไปเลย นี่คือเปึนหลักการ ตรรกะง่าย ๆ อยากให้ฝากคิดไปยังคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะว่าเราร่างรัฐธรรมนูญ ผิดหลักธรรมะ ผิดหลักความเปึนจริง มันก็เกิดวิกฤติอย่างที่เห็น นี่แหละครับถ้าเราเอา ผู้แทนราษฎรเปึนผู้แทนของปวงชนชาวไทยให้มันใหญ่เข้าไว้ มันก็จะเกิดผลดี ไม่เกิดวิกฤติ อย่างนี้ คราวนี้ สส. คําว่า ผู้แทนราษฏร ผมขออนุญาตท่านประธาน ผมกินใจกับเพลงของ แอ๊ดคาราบาว นะครับ เขาบอกว่านาย ก นายต้องมาจากเลือกตั้ง ไม่ได้มาด้วยกําลังและ ไม่ได้มาด้วยเงินทอง นี่มันชัดครับท่านประธาน คือไม่ได้มาโดยกําลัง คือรองเท้าบูต (Boot) ก็ดี ยกหีบเลือกตั้งก็ดี กําลังนะครับ แล้วก็ไม่ได้มาด้วยเงินทอง คือไม่ต้องมีเงินไปแจกหัวคะแนน แกนนํา ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ผมคลุกฝุ์นมาตลอด ผมก็รู้ก็เห็น รู้เช่นเห็นชาติความเปึนมา เปึนไปของพวกหัวคะแนน แกนนํา พวก สส. พวกที่ว่าเปึนผู้รากมากดี อ้างว่าเปึนเสียงสวรรค์ เสียงประชาชน แล้วก็ทําตัวน่าเบื่อหน่าย แล้วก็เอาเงินไปไล่แจกพี่น้องประชาชน ซื้อสิทธิ ขายเสียง แล้วก็ลอยหน้าลอยตาเข้าสภา แล้วก็มาทําผลประโยชน์ทับซ้อน ก็เกิดวิกฤติ ขึ้นมาครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมถึงฝากว่าหลักง่าย ๆ ที่ผมนําเสนอเพลงแอ๊ดเมื่อกี้ ค ือหลักนั้นละครับ
ต่อไปก็เปึนเรื่องของนายกฯ นายกรัฐมนตรีนี่เราพูดกันนักกันหนาว่ามาจากการ เลือกตั้ง มาจาก สส. แล้วสรุปกันค่อนข้างจะลงมาเปึน สส. แล้วมาจากสภาผู้แทนราษฎร ก็ยังไม่รู้ว่ามันมาจาก สส. หรือเปล่า คือผมก็เรียนว่าแล้วแต่การออกแบบ ประชาธิปไตย ก็มาจากประชาชน โดยผู้แทนมาแล้วออกแบบให้มาจาก สส.ก็ได้ มาจากสภาบ้างก็ได้ ก็แล้วแต่ มันไม่ได้จุดใหญ่ความสําคัญอะไร เพียงแต่ว่าจะเอาแบบไหนก็แบบนั้น จะออกแบบ เครื่องยนต์ดีเซล (Diesel) ก็ไปดีเซล จะออกแบบเครื่องยนต์เบนซิน (Benzine) ก็ไปเบนซิน ถ้าจะเอานายกฯ มาจาก สส. รัฐมนตรีก็ต้องมาจาก สส. ไม่ใช่หัวมังกุท้ายมังกร อย่างนี้เปึนต้น ครับท่านประธาน มันไม่ได้ดูดีเลย มันไม่มีเหตุผลที่จะบอกชาวบ้านว่าทําไมนายกฯ มาจาก สส. แล้วรัฐมนตรีจะต้องมาจากคนธรรมดา มันไม่ใช่ ถ้าจะเอาก็เอาไปทั้งเรื่องทั้งราว อย่างนี้เปึนต้นครับท่านประธาน แล้วยกตัวอย่าง อย่างเช่นว่าเมื่อกี้เราเลือก สว. กับ สส. กัน สส. นี่ไปนับคะแนนรวม ณ ที่ใดที่หนึ่ง รวมการนับคะแนน พอเลือก สว. นับตาม หน่วย ผมบอกว่า เอ๊ะ อะไรกันแน่ ถ้าชอบแบบใดก็เอาแบบนั้น ผมก็ไม่ได้ว่า เพราะว่า เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเรื่องการยกหีบมาเยอะแล้ว แล้วผมก็เคยสมัย กกต. ชุดที่แล้ว ผมให้ลูกน้องไปแอบถ่ายวีซีดี (VCD – Video Compact Dise) ยกหีบจนกระทั่ง ได้ใบเหลือง มาแล้ว ใบแดงไม่ได้นะครับ ก็มีอยู่ ก็ประมาณอย่างนั้นท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเราก็ต้อง มาดูเหตุและผลว่าเราจะออกแบบ สส. อย่างไรเรื่องพรรคการเมือง หลักก็มีอยู่ว่าถ้าเราเอาหลัก อิสระปราศจากอาณัติสัญญาณใด ๆ เราก็ไม่ต้องไปพูดถึงพรรคการเมืองแล้ว ไม่ต้องไปพูดถึง มีความพยายามที่จะบอกว่า สส.ไม่สังกัดพรรคการเมืองเปึน สส. ขายตัว ก็ขายตัวให้ใครล่ะ ขายตัวให้พวกที่เปึนพรรคการเมืองบ้าง พวกอยากเปึนนายกฯ บ้าง อยากเปึนรัฐมนตรีบ้าง อยากจะออกกฎหมายนั่น ผ่านร่างงบประมาณบ้าง พูดกันว่าเขาขายตัว แต่คนซื้อไม่ยอมพูด แปลกสภาที่ผ่านมานี่ แปลกจริง ๆ เลย ทําไมไม่บอกมาว่าพรรค ก ส่งอิทธิพลไปกว้านซื้อ ตัว สส. คนนั้นคนนี้เพื่อจะผ่านร่างงบประมาณ ผ่านนั่นผ่านนี่ ไม่พูด พูดว่า สส. คนนั้นมันไม่ดี ไปขายตัว ผมก็เคยได้ยินว่าพรรคการเมืองมันไม่ดี เพราะสิ่งที่มันเปึนอยู่ที่ผ่านมาคือว่า มันไม่ใช่ พรรคการเมือง มันบริษัทพรรคการเมืองไม่จํากัด ผมไม่ต้องพาดพิงคนอื่น สมมุติผมอยากเปึน สส. ท่านครับ ท่านหัวหน้าพรรคครับ ผมอยากจะเปึน สส. เหลือเกิน คุณจะช่วยพรรคได้ เท่าไรล่ะ มีไหมเงิน ช่วยตัวเองนะพรรคไม่มีเงิน เขาก็จะพูดอย่างนี้นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราต้องคิดให้ดี เราต้องออกแบบให้ดีว่าเราจะเอาหลักปราศจากอาณัติสัญญาณ ใด ๆ คือประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หรือจะเอาประชาธิปไตยแบบบริษัทพรรคการเมือง ถ้าจะเอาแบบบริษัทพรรคการเมืองก็ต้องมีกฎ มีเกณฑ์ เปึนสถาบันทางการเมือง ยกตัวอย่าง เช่น พรรคการเมือง ก ถ้าใครอยากเปึนหัวหน้าพรรคก็เอาไปทํา ไพรมะรี โหวต (Primary vote) มา โน่นมาเลยจังหวัดต่าง ๆ ผมอยากเปึนหัวหน้าพรรค ให้เขาเลือกมาทั่วประเทศ แล้วให้เปึน หัวหน้าพรรค ไม่ใช่ว่าผมอยากเปึนหัวหน้าพรรคเพราะผมมีเงินเยอะ มันไม่ใช่ แล้วใครอยาก จะสมัคร สส. อย่างนี้ จังหวัดผม สมมุตินครพนม คุณเปึนสมาชิกพรรค ก มีอยู่ ๒๐ คน จัดสรรหรือว่าอยากจะรับใช้บ้านเมืองก็สุดแท้แต่จะพูดไป คุณก็ไป ไพรมะรี โหวต มาว่า สมาชิกพรรคของจังหวัดคุณเลือกคุณเปึนหรือเปล่า อันนี้คือประชาธิปไตย คือประชาชน เลือกมา ไม่ใช่ว่าคุณมีเงินไหม คะแนนเสียงดีนะ เสียงดี ฐานเสียงดี ไม่ใช่ มันไม่ใช่แล้ว เพราะฉะนั้นมันเปลี่ยนแปลง บิดเบือนความเปึนจริง มันถึงเกิดวิกฤติที่ผ่านมาตลอดเวลา เพราะฉะนั้นขอฝากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยครับในเรื่องนี้นะครับ แล้วคราวนี้ เราแก้ไขว่าไม่ได้มาด้วยกําลัง ไม่ได้มาด้วยกําลังก็คือยกหีบ ยกหีบเราก็ต้องไปดูว่า เราทําอย่างไรให้ประชาชนมีส่วนร่วม เราพูดกันนักกันหนา วิธีการคือเราจะต้องติดกล้อง ซีซีทีวี (CCTV – Closed Circuit Television) ทั่วหีบเลือกตั้ง แต่เราไม่มีงบประมาณติด เราจะต้องติด ซีซีทีวี ในหัวใจ ในสายตาของพี่น้องประชาชนคนไทย ทุกคนให้ช่วยเปึนหูเปึนตา คอยดู คอยแลว่าใครโกงเลือกตั้ง ใครทําประพฤติไม่ดี เพราะฉะนั้นนี่คือการที่ประชาชนมี ส่วนร่วม การที่เขานับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งประชาชนเขาก็จะได้ดู เขาอยู่ใกล้บ้าน เขาจะได้ เปึนหูเปึนตา ชี้แจงช่วยเหลือทางราชการมันก็เปึนบริสุทธิ์ยุติธรรมขึ้นมาในระดับหนึ่ง อันนี้เปึน ดับเบิล สแตนดาร์ด (Double standard) สว. เลือกนับคะแนนที่หน่วย สส. ไปเลือกนับ ที่อําเภอ อะไรอย่างนี้ประมาณแบบนี้มันก็แย่ อันนี้คือใช้ประชาชน กฎหมายเราก็ต้องออกด้วย ออกบอกว่า ใครซื้อสิทธิ ขายเสียง เปึนหัวคะแนนแกนนํา เราจะต้องให้รางวัลนําจับ โทษฐานความผิด ปปง. ก็ยึดทรัพย์ เอาไปแบ่งคนที่เปึนสายลับ นักสืบ คนที่แจ้งเบาะแส อันนี้ให้เขาแจ้งเบาะแสเปึนกล้อง ซีซีทีวีให้ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องเจออํานาจเถื่อน อํานาจมืด ก็เกิดความไม่รวมตัวกันขึ้นมา ลองยึดทรัพย์กันดูสิว่าคนไหนทําตัวเปึนหัวคะแนนยึดเท่านี้บาท ใครเปึนตัวการยึดเท่านี้ ยึดเท่าไร แล้วได้เงินเท่าไรเอามาแบ่งกับคนที่ไปแจ้งความ แล้วก็ทําหลักฐานให้ถึงที่สุด รับรองขี้คร้านจะมีสายลับเกิดขึ้นในบ้านในเมืองเต็มไปหมด ติดกล้อง ซีซีทีวี ทั่วไปหมด ทั่วประเทศ อย่างนี้เปึนต้นครับท่านประธาน
แล้วอย่างที่ ๒ เรื่องทําอย่างไรให้คะแนนมันเปึนของผู้แทนปวงชน อย่างแท้จริง ทุกวันนี้ผู้แทน ๒๐,๐๐๐ คะแนน ๓๐,๐๐๐ คะแนน เขตมันแคบเขาก็ซื้อเสียง กันสนั่นหวั่นไหว เขาก็ยิงแม่นบ้าง อะไรบ้างตามเรื่องตามราว วิธีการก็คือว่าถ้าเราทํา เขตใหญ่ เขตใหญ่นี่เขาจะต้องเอาเงินมาซื้อเสียงไม่ไหว เมื่อ สส. เขาซื้อเสียงไม่ไหว เขาก็จะเลิกซื้อ เมื่อไม่มีคนซื้อมันก็ไม่มีคนขาย เอาง่าย ๆ เราก็ต้องทําเขตให้มันใหญ่ เมื่อเขตใหญ่แล้วซื้อไม่ไหว คนแข่งกันทําความดีก็จะพยายามไปหาเสียงปราศรัย ไฮด์ปาร์ก (Hyde Park) นําเสนอแนวนโยบาย อุดมการณ์ เหตุผลต่าง ๆ ขึ้นมา ก็เหนี่ยวนําไปสู่ การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม คนดีที่อยู่ในสังคมตามซอกหลืบต่าง ๆ เขาก็จะออกมาตาม ซอกหลืบเพื่อมานําเสนอข้อคิด ความเห็นแก่ชาติบ้านเมือง ไม่ใช่ทุกวันนี้ทําเขตให้มัน แคบเข้า แล้วก็พวกนักการเมืองประเภทกระเปิา เจมส์ บอนด์ (James Bond) ก็หิ้วกระเปิา เจมส์ บอนด์ มาก็ยิงพั่บ ยัดกระสุนดินดํายิงพั่บ เปึนอย่างนั้น
แล้วผมนําไปสู่ตุ๊กตาเกี่ยวกับเรื่องการแบ่งเขตเรียงเบอร์ ที่กําลังจะทํา กันอยู่ ๓ เบอร์นี่ พฤติกรรมป้ ๒๕๓๙ เห็นแล้ว ผมเคยเอาไมโครโฟน (Microphone) ติดเครื่องขยายเสียงกับรถไป พี่น้องสามอย่างบาท สามเบอร์ร้อย ผมบอกพี่น้อง สามอย่างบาท สามเบอร์ร้อย ผมไปว่ามาแล้วทั้งบ้านทั้งเมือง คือผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง คือเขาใช้ขาใหญ่มุมโน้น มุมนี้ มุมนี้ ๓ มุมมาแล้วก็รวมฮั้วกัน แล้วก็บอกว่าเลือก ๓ เบอร์ นะพี่น้องนะ แล้วก็ยิงกระสุนก็คือแจกเงินคนละ ๑๐๐ บาท ๓ เบอร์ แหม ซื้อถูกจริง ๆ ยิ่งซื้อถูก ถ้าประเภทเอาเบอร์เดียวในเขตเลือกตั้ง ๓ เบอร์นี่ ก็เอา วัน แมน วัน โหวต มันก็ใช้ วิธียิงแม่นครับท่านประธาน ศัพท์ของเขาคือยิงแม่น คือไปซาวเสียง ไปหาหัวคะแนนแกนนํา เอาญาติ เอาสมาชิก แล้วก็จ่ายหัวละ ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท เอายิงแม่น เขาเรียกอย่างนี้ คะแนนมันดาวน์โหลด (Download) ลงมา ถ้าเรียงเบอร์มันก็ยังจ่ายเยอะ แต่ว่าก็บริหารเงิน จ่ายน้อย เขาเก่ง พวกนี้เขาเก่งหมด ผมมีข้อเสนอคือรวมเขตจังหวัดไปเลย มันจะซื้อทั้ง จังหวัดต้องใช้บัตรไดเนอร์ส (Diners Card) มันซื้อทั้งจังหวัด มันเอาเงินที่ไหนมาซื้อ มันไม่มีเงินมาซื้อ มันก็แข่งขันกันทําความดี แข่งขันกันปราศรัยหาเสียง ชี้แจงข้อเท็จจริง ชี้แจงนโยบาย กับพี่น้องประชาชน คราวนี้ก็จะมีคนแย้งอีกล่ะ จังหวัดนั้นไม่เท่ากัน จังหวัดนี้ไม่เท่ากัน คําว่า ตัวแทนของจังหวัด ก็คือให้จบอยู่ที่จังหวัด ถ้าจะเปึน อิควอลิที (Equality) คือเปึน เท่ากันเป็ะ ๆ เหมือนกับเราไปซื้อหมู ๑ กิโลกรัม (Kilogramme) ไม่มีทางได้ ๑ กิโลกรัมเป็ะหรอกครับ ๑ กิโลกรัม ๑ มิลลิกรัม (Milligramme) ๑ ขีด ครึ่งขีด มันก็เกินกันอยู่นั่นล่ะ กรุงเทพฯ มันใหญ่ก็ไป ตามใหญ่เพราะว่าสื่อเขามันดี จังหวัดไหน มันเล็กก็ว่าไปตามจังหวัดไป กลบเกลี่ยเฉลี่ย กันไป อย่างนี้ธงเราตั้งอยู่ที่ไหน ธงเราตั้งอยู่ที่การไม่ให้มีการซื้อสิทธิ ขายเสียง ดังนั้นเรา จะมาแคร์ (Care) ทําไมในเรื่องว่าความเท่ากันของ ๓ คน เขตละสาม สามถึงออกแบบ เขตละสาม มันก็ต้องมีเศษเขตละสองอยู่เหมือนเดิมล่ะครับ มันก็ไม่เท่ากันอยู่เหมือนเดิมล่ะ ถ้าว่าเอาความเท่ากัน มันก็ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานถึงกรรมาธิการยกร่างฯ ด้วยว่ามันจะต้องแบบนี้นะครับ ผมก็ขอเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องสถาบันการเมือง เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ