สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๗ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

เศวต์ ทินกูล หารือเรื่องกรอบรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของพระมหากษัตริย์ และพุทธศาสนาในประเทศไทย พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้ทุกข์ทรมาน และส่งเสริมความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ

นายเศวต์ ทินกูล

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เศวต์ ทินกูล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตัวแทนเกษตรกรครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่อง กรอบที่ ๑ ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชนและการกระจายอำนาจ ผมเห็นว่ามีการเลยเรื่องแนวทางหลักมาก่อน เรื่องแนวทางหลักเกี่ยวกับเรื่องของข้อ ๓ เรื่องของในหมวดพระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งในฐานะเปึ้นที่เคารพสักการะ ผู้ใด ละเมิดมิได้นะครับ คือรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ได้เขียนไว้ว่า เท่าที่จําไม่ผิดได้เขียน บัญญัติไว้เกี่ยวกับเรื่องว่า พระมหากษัตริย์ทรงเปึนพุทธมามกะครับผม อยากจะให้ ท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ได้ตรวจท่านเรื่องนี้ด้วยนะครับ เรื่องที่ ๒ เรื่องที่มีการพูดกันมาก และก็กำลังเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภากำลังร้อนแรงอยู่ขณะนี้ เรื่องของพุทธศาสนา เปึ้นศาสนาประจำชาติที่จะต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ก็เปึ้นข้อคิดข้อเถียงเกี่ยวกับเรื่อง ว่าจะสร้างความแตกแยกหรือไม่ในตรงนี้ ผมก็อยากจะเรียนชี้แจงว่าอยากให้กรรมาธิการ ยกร่างฯ นำไปใคร่ครวญ เนื่องจากประวัติศาสตร์ชาติไทยนั้นยาวนาน ท่านประธานครับ ยาวนานคู่สถาบันพระมหากษัตริย์หมายถึงชาตินักรบ กษัตริย์คือชาตินักรบที่กอบกู้ ผืนแผ่นดินไทยมา หล่อหลอมรวมกันเปึนพุทธ์ เปึนพุทธศาสนามีพระสงฆ์องค์เจ้า ดำเนินการต่อเนื่องมา รวบรวมมาตั้งแต่หนองแส หรือน่านเจ้า หรือที่ไหน ๆ ก็ตาม ตามประวัติศาสตร์นะครับ จนมาเปึนแผ่นดินขวานทองอันบริสุทธิ์ยุติธรรมขณะนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือเรื่องศาสนา พุทธศาสนา ก็มีการพูดจาหารือ ในพุทธศาสนิกชนทั่วไป พุทธบริษัททั่วไป อยากจะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญนะครับ เรื่องศาสนาพุทธ์ จริงอยู่แม้สิทธิเสรีภาพของเรานั้นกำหนดให้ทุกคนสามารถมีสิทธิ เสรีภาพในการนับถือศาสนาไหนก็ได้ แต่รัฐธรรมนูญก็เขียนในมาตรา ๗ ที่เกี่ยวกับเรื่องว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญให้ยึดถือประเพณีการปกครองหรือว่าประเพณีที่ ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นประเพณีเราปฏิบัติมาเจ็ดร้อยกว่าป้ที่ผ่านมานะครับ เปึ้นชาติไทย หรือว่าสองพันกว่าป้ที่รวบรวมกันมาแค่ว้นสุวรรณภูมิก็เปึนพุทธศาสนา แล้วศาสนาพุทธ์ ก็คือเปึนศาสนาคู่โลกมาตั้งแต่ยุคก่อนภัทรกัป มี ๕ กัปนะครับ ดั่งคําว่า สัมพุทเธ อัฏฐะวีสัญจะ ทวาทะสัญจะ สะหัสสะเก แปลว่าพระพุทธเจ้ามีมาแล้วในอดีตจนถึง ปัจจุบันดั่งเม็ดดินเม็ดทรายในอนันต์จักรวาลนี้นับไม่ถ้วนอส่งไขย แต่อุบัติขึ้นอัฏฐะวีสะติ แปลว่า ๒๘ อัฏฐะวี เพราะฉะนั้นมีมาแล้ว ๒๘ พระองค์ องค์สุดท้ายคือ สมณโคดมที่เรา นับถือกันอยู่นี้ วงศ์วานว่านเครือของพระพุทธเจ้าก็มีมาเยอะแยะ แล้วก็นํามาสู่ประเทศ ไทยใช้ความอ่อนน้อมพุทธะ ความเปึนวิถีพุทธะมันก็เปึน วิถีเกษตร วิถีเกษตรแบบ พอเพียง มีวิถีชีวิตที่อ่อนช้อยงดงาม และมันเหมาะสมสภาพภูมิเศรษฐกิจสังคมที่ประเทศ ไทยดํารงคงอยู่ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนเรื่องฝากท่านกรรมาธิการ ยกร่างฯ อยากให้ อภิปรายและนำไปเสนออย่างกว้างขวางในประเด็นของพุทธศาสนาบรรจุไว้ใน รัฐธรรมนูญ เพราะว่าเราดูธงชาติไทย สีแดงหมายถึงเลือด เลือดเนื้อเชื้อไขคือประชากร ของเรา สีน้ำเงินหมายถึงพระมหากษัตริย์ สีขาวหมายถึงศาสนา สีขาวมาจากข้าวคือ เปึ้นอนัตตา สุญตา ว่างเปล่า เปึนนิพพานัง ปรมัง สุขัง คือนิพพานเปึนสุขยิ่ง น้ำไปสู่ จุดนั้นคือหัวใจของศาสนาพุทธ์ ดังนั้นผมขอฝากอีกครั้งหนึ่งย้ำอีก เพราะว่าผมเปึนห่วง วิตกจริง ๆ เกี่ยวกับเรื่องความเคลื่อนไหวนอกสภาในประเด็นนี้ มันจะเข้าไปสู่วิกฤติ เพราะว่าผมก็อยากจะให้รัฐธรรมนูญเราผ่านประชามติไปโดยราบรื่นและก็งดงามนะครับ สง่างามสมตามแบบอย่างที่เปึนประชาธิปไตยแบบไทย ๆ นะครับ

กรอบต่อไปก็จะเข้าสู่กรอบเรื่องสิทธิเสรีภาพนะครับ สิทธิเสรีภาพ ผมค่อนข้างจะวิตกสักเล็กน้อยครับท่านประธาน เรายังไม่พูดถึงหลักปราศจาก อาณัติสัญญาณใด ๆ นะครับ ผมค่อนข้างที่กระทบกระเทือนจิตใจว่า เมื่อเช้านี้ ท่านกรรมาธิการบางท่านได้ชี้แจง สมมุติผมยกตัวอย่างข้ามกรอบ เรื่องพรรคการเมืองอย่างนี้ ประชาธิปไตย ประชา แปลว่า ประชาชน ธิปไตย การปกครองโดยประชาชน แต่ผมแปลความง่าย ๆ แบบจับหลักใจความแล้วว่า ประชาธิปไตย คือ พรรคการเมือง แปลว่าอย่างนั้น แปลว่าคนไม่สังกัดพรรคการเมือง ก็คือไม่ต้องเปึน ไม่ต้องมีส่วนร่วมในสภา อํานาจการบริหารประเทศก็คือ ต้องพรรคการเมืองเท่านั้น แปลว่าร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพรรคการเมือง แบบนี้มันไม่ใช่หลัก นะครับ เพราะหลักต้องปราศจากอาณัติสัญญาณใด ๆ แม้แต่เราทําหน้าที่ในสภา สสร. เรายังปฏิญาณตน มีคำปฏิญาณตนว่า เราจะแสดงความคิดเห็นหรือทำอะไรก็แล้วแต่ โดยปราศจากอาณัติสัญญาณใด ๆ อย่างนี้ก็ฝากถึงคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับ นี่คือหลักเสรีภาพพื้นฐานนะครับที่เราจะต้องทำและต้องคิดในส่วนนี้ เหมือนกับเรื่อง การศึกษาเหมือนกัน พี่น้องบางคน แม้จะมวลชนเล็ก ๆ อยู่หน้าสภา เขาก็พูดถึงเรื่อง แนวทาง เรื่องสถาบันการศึกษาออกนอกระบบ เราจะทำร้ายเยาวชนเราหรือครับ เราควร ที่จะสร้างรัฐธรรมนูญปกปัองแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐขึ้นมา คนที่ด้อยโอกาส คนที่ ไม่เสมอภาคด้านเศรษฐกิจมันมีเยอะแยะนะครับ เราต้องเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อปกปัอง สถาบันการศึกษาให้เขาอยู่ฟรี กินฟรี พวกด้อยโอกาสไม่มีที่ทำกินต้องหาให้เขา มันถึงจะถูก แล้วกฎหมายรัฐธรรมนูญก็เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข เพราะสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง มันมีเหมือนกันในทั่วประเทศ ด้ามขวานก็เปึนอย่างหนึ่ง หัวขวาน ก็เปึนอย่างหนึ่ง คมขวานมันก็เปึนอย่างหนึ่ง เราจะทําอย่างไร เพราะสิ่งที่มันเกิดขึ้น ในโลกนี้มันมาจากมนุษย์ ๕ จำพวกนะครับ ที่มันอุบัติขึ้นโดยอวิชชาในอนันต์จักรวาลนี้ มันจึงมีชาติภพ ชรา มรณะ เกิดขึ้น มันก็จะมีมนุสสเนรยิโก พวกนี้ใจโหดเหี้ยม อำมหิต มนุสสเปโต พวกนี้ชอบกินนะครับ เปรตนรก และมนุสสดิรัจฉาโน พวกนี้ ชอบเสพกาม ลูกเขาเมียใครไม่ยอมคิด มนุสสภูโต ก็คนทำดีบ้าง ทำชั่วบ้าง ซื้อห่วยบ้าง กินเหล้าบ้าง ทำบุญเข้าวัดบ้าง แล้วก็มนุสสเทโว คือมนุษย์ที่ใจเปึ้นเทวดา ใจเปึนพรหม นะครับ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ก็ประมาณอย่างนี้ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ประเทศเรามันก็มีจิตมนุษย์ ๔ จำพวก แบ่งเปึ้นดอกบัว ๔ เหล่า เพราะฉะนั้นเราจะต้อง หากฎหมาย กฎหมายคือเครื่องมือที่ทำให้สังคมสงบสุข สังคมสงบสุขท่านก็มีหน้าที่ออก กฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อให้มันเปึนกลาง ๆ เวลาท่านไปฟังสวดอภิธรรมศ์พ์ก็จะได้ยินว่า กุศลา ธรรมา ธรรมที่เปึนกุศล อกุศลา ธรรมา ธรรมที่ไม่เปึนกุศล อัพยากตา ธรรมา ธรรมที่เปึนกลาง ๆ ไม่ชั่วไม่ดี เพราะฉะนั้นเราต้องหาเรื่องกฎหมายที่เปึ้นเครื่องมือที่ ควบคุมไม่ให้สังคมเกิดความวุ่นวาย ทำให้สังคมพอไปได้ ขับเคลื่อนไปได้พอสมควร แก่เหตุ เราก็รู้ว่ามีชาวไร่ ชาวนา คนยาก คนจนอยู่ในพื้นที่ เราก็ต้องทำกฎหมายให้เขา ได้รับอานิสงส์ ผมยกตัวอย่างเช่น แนวทางโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เวลาซื้อบุหรี่ ซื้อแชมพู ซื้อเหล้า เบียร์ ราคาเดียวกันทั่วประเทศท่านประธาน ที่ซื้อปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น ที่จะสร้าง บ้านแปลงเรือน ราคาบอกว่าค่าขนส่งมันไกล เพราะใช้กรุงเทพฯ เปึ้นฮับ (Hub) ใช้ท่าเรือ เปึ้นฮับ เวลาพอมือถือเท่ากัน สมัยก่อนเอาเปึน ๐๔๒ ๐๔๓ แบ่งเปึนช่วง ๆ มันเกิด วิกฤติขึ้น นั่นคือว่าสินค้ายุทธปัจจัย สินค้าที่มันเปึนความจำเปึนต่อความมั่นคง ต้องกำหนดให้มีการค้าขายอย่างเสรีเท่าเทียมกันโดยภายในกรอบที่กำหนดราคา เท่าเทียมกัน อีควอลิตี้ ไพรซ์ (Equality price) ในส่วนที่เปึนอย่างนี้มันถึงจะถูกต้อง เพื่อโพรเทกชัน (Protection) คือ ปกปัองชาวไร่ ชาวนา คนยาก คนจนที่อยู่ไกล สุไหงโก – ลก มันไกล เขาจะได้ใช้ปูนซีเมนต์เท่ากันกับกรุงเทพฯ ใช้สินค้า ที่มันเท่ากัน แต่พอเวลาค่าแรงงาน อยู่นครพนมบ้านผมเกี่ยวข้าวดำนาวันละ ๑๒๐ บาท มาทำงานที่ กรุงเทพฯ จริงอยู่ค่าแรงขั้นต่ำ ๒๐๐ เขาจ้างกัน ๒๕๐ รายได้มันต่างกัน แต่เวลาซื้อของ มันผิดกัน ผมทำงานเหนื่อยแทบตาย ชาวบ้านนอกบ้านนาบ้านผมทำงานเหนื่อยแทบตาย ซื้อของได้นิดเดียว แล้วเมื่อไรมันจะพัฒนาสักที แล้วอีกอย่างหนึ่งที่นำไปสู่เศรษฐกิจ พอเพียงท่านประธานครับ ที่มันสำคัญมาก พูดเศรษฐกิจ พอเพียง พอเพียง แต่ดีเทล (Detail) ลงรายละเอียดไม่รู้เรื่องอะไรเลย พื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียงมันมาจากตรงนี้ สังคมไทยเปึนสังคมพุทธมาจากสังคมภาคเกษตร แต่ก่อนที่เปึ้นชุมชนบ้านชุมชนเมือง ก็เพราะว่าสมัยก่อนเขาอยู่ป์าเขาลำเนาไพร อยู่พื้นที่ห่างไกลชนบท ที่ตำบลนั้นหมู่บ้านนี้ มันมีป์าเยอะเขาก็ออกไปทำไร่ไถนา กลางคืนมา เขากลัวเสือ กลัวสาง กลัวโจรเขาก็มา ชุมนุมกันอยู่เปึ้นชุมชนหมู่บ้าน นั่นคือเหตุและผลที่มาที่ไป เขาหากินกันด้วยวิถีการเกษตร แล้วก็ทรัพยากรปู ปลา ก็บ กุ้ง อะไรก็ว่าไป เขาก็หากินไป ข้าวไม่ได้หา ปลาไม่ได้ซื้อ เขาก็ว่ากันไป แต่เมื่อยุคโลกาภิวัตน์หมุนเวียนเปลี่ยนไป ธนบัตรนิยมเข้ามาแทนที่ ชุมชน แต่ละหมู่บ้านตำบลมันเติบโตขึ้น มันไม่มีที่ให้คนอยู่แล้ว ต้องแบ่งที่บ้านปลูกสร้างบ้าน แซมกันไปแน่นหน้าถาวร พื้นที่จะปลูกฝั่งทำการเกษตร พืชผักส่วนครัวรั้วกินได้ก็ไม่มี ชีวิต เขาก็เกิดเปลี่ยนแปลงไป โดยที่ตื่นเช้าขึ้นมาชาวบ้านเขาก็จะใช้ธ้นบัตรของเขาไปซื้อ ร้านค้าตามหมู่บ้าน ซื้อผัก ซื้อพริก พริก ๒ บาท ต้นหอม ๒ บาท อะไรก็แล้วแต่ ปลาทูบ้าง อะไรบ้าง เพื่อทำกินแต่ละวันเพื่อให้ลูกไปโรงเรียน