สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๗ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

อภิชาติ ดําดี หารือเรื่องหลักการของรัฐธรรมนูญในกรอบที่ ๑ และเรียกร้องการออกแบบระบบการเมืองให้เข้มแข็ง รัดกุมเพื่อป้องกันการซื้อสิทธิ ขายเสียง และเรียกร้องให้ประชาชนพึ่งตนเอง มีความพอประมาณ และใช้ความรู้อย่างมีจริยธรรม

นายอภิชาติ ดําดี

ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอเรียนชี้แจงท่านประธานนะครับว่าสิ่งที่ ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ไม่ได้ซ้ํากับรอบเช้า เปึนหนังคนละม้วน เพราะรอบเช้านั้นเปึนการ เสนอแนะช่องทางที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ พึงจะเป่ดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยตรง ในขณะที่ผมจะอภิปรายในรอบบ่ายนี้ก็จะเปึ้นเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ ในกรอบที่ ๑ ซึ่งก็เปึ้นที่น่ายินดีว่าในขณะนี้ท่านประธานอนุกรรมาธิการ กรอบที่ ๑ คุณหมอชูชัย ศุภวงศ์ ก็ยังอยู่ตรงนี้ นั่นก็คือผมจะอภิปรายส่งผ่านความคิดเห็นถึง ท่านประธานไปยังท่านประธานอนุกรรมาธิการ กรอบที่ ๑ โดยตรงเลยครับ ผมขออนุญาต นะครับว่าเมื่อมีการเป่ดอภิปรายหลักการกว้าง ๆ ในเดือนที่ผ่านมานั้น ผมได้เคยอภิปราย เรื่องนี้ไปแล้ว ขออนุญาตใช้เวลาในช่วงนี้ย้ําความคิดเห็นที่มีต่อรัฐธรรมนูญในกรอบที่ ๑ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อยืนยันความคิด แล้วก็มอบให้ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้นได้รับไว้ พิจารณาต่อไป เพราะเท่าที่ผมติดตามการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้นก็เริ่มมี เสียงสะท้อนเบา ๆ เพียงแต่ผมอยากจะให้เสียงนี้หนักแน่นขึ้น ดังขึ้น และก้องกังว่านไป ทั่วประเทศ เราเริ่มต้นจากโจทย์การเมืองสําคัญนะครับ ท่านประธานครับ ว่าในระบอบ ประชาธิปไตยแบบตัวแทนนั้น ความชอบธรรมนั้นเรามักจะบอกกันว่าความชอบธรรมของ ระบอบประชาธิปไตยตัวแทน ก็คือประชาชนได้มีโอกาสเลือกตั้งตัวแทนที่จะเข้าไปทำ หน้าที่ ไม่ว่าคุณภาพของผู้เลือกหรือคุณภาพของผู้ได้รับเลือกจะเปึนอย่างไรก็ตาม นั่นก็ ถือว่าเปึนความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตยตัวแทน บางท่านบอกว่าผู้แทนราษฎร คือเงาสะท้อนของประชาชน เราปฏิเสธโจทย์แรกนี้ไม่ได้ว่ากลายเปึนความชอบธรรมทาง การเมืองที่เปึ้นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันเราก็มีโจทย์ ข้อที่ ๒ ที่บอกว่า จะทำอย่างไรให้ระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทนนั้นสามารถสกัดกั้นนักการเมืองที่ใช้เงิน ซื้อเสียง ถือว่าการลงทุน ถือว่าการ ซื้อสิทธิ ขายเสียงเพื่อเข้าสู่อำนาจทางการเมืองนั้น เปึนการลงทุน การบริหารราชการแผ่นดินในโครงการต่าง ๆ นั้นเปึนการประกอบการ และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง พวกพ้อง และพรรคนั้นเปึ้นผลกำไรจากการ ประกอบการ เราจะสกัดกั้นนักการเมืองที่ว่านั้นอย่างไร นั่นเปึ้นที่มาของความพยายามของ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ที่ได้พยายามคิดออกแบบระบบการเมือง พยายามคิดออกแบบ การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐให้รอบคอบ รัดกุมที่สุดเพื่อปัองกันสิ่งเหล่านี้ แต่ท่าน ประธานครับ หลายฝ์ายกำลังมีความวิตกกังวลครับว่าเราจะออกแบบระบบการเมือง เรา จะออกแบบระบบการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐให้เข้มแข็ง รอบคอบ รัดกุมอย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ที่ประชาชนยากจนพึ่งต้นเองไม่ได้ และยังอยู่ในร่มเงาของระบบ อุปถัมภ์ของนักการเมืองนั้น พฤติกรรมการซื้อสิทธิ ขายเสียงซึ่งเปึนความสมยอมระหว่าง ผู้ซื้อกับผู้ขาย พฤติกรรมทางการเมืองแบบเงินไม่มากาไม่เปึ้นนั้นจะลดน้อยถอยลงได้ จริงหรือ ผมไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนที่ภาคอีสานก็เลยได้ภาษิตการเมือง มาบทหนึ่ง พี่น้องทางอีสาน เขาบอกว่า หัวคะแนนได้ ๕ คนพามาได้ ๔ คนมีชื่อได้ ๓ คนเดินตามได้ ๒ คนติดปัายต่อกตะปูป็อก ๆ ได้ ๑ นี่เปึนภาพสะท้อนว่าค่าใช้จ่าย ทางการเมืองที่เกิดขึ้นนั้น ในค่าใช้จ่ายที่เปึ้นเนื้องานหรือการดำเนินงานนั้นเล็กน้อย เท่านั้น แต่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เปึนการลงทุนการเมืองไปกับการซื้อสิทธิ ขายเสียง เมื่อสักครู่มีท่านสมาชิกบางท่านได้ตั้งคำถามว่าจะคิด จะออกแบบอย่างไรให้ประชาชน หลุดพ้นจากระบบอุปถัมภ์ คนแบบไหนหนอที่เงินง้างไม่ได้ ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์เฉพาะ หน้าที่นักการเมืองมานำเสนอชั่วคราวในช่วงที่มีการเลือกตั้ง ผมคิดว่าคนแบบนี้จะเกิด ขึ้นได้ คนแบบนี้ผมขออนุญาตเรียกว่า คนพันธุ์พอ ครับ เวลานี้มีคนพันธุ์เอเอฟ (AF – Academy Fantasia) มีคนพันธุ์อา (อาชีวศึกษา) แต่คนที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องออกแบบ สังคมให้่คนแบบนี้เกิดขึ้้นเยอะ ๆ ชุมชนแบบนี้เกิดขึ้นเยอะ ๆ คือคนพันธุ์พอ คนพันธุ์พอ นั้นเขาจะต้องมีอาวุธทางความคิด ติดอาวุธทางปัญญา ที่เรากำลังอภิปรายกัน ที่เรา พูดถึงกันนั่นก็คือหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ตรงที่การมีเหตุผล มีความรู้จักพอประมาณ มีความรอบรู้ และที่สำคัญเงื่อนไขก็คือจะต้องใช้ความรู้อย่างมี จริยธรรม ซึ่งหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นไม่ได้หมายถึงเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น แต่รวมความเปึนหลักคิดที่ใช้ได้ทั้งการดำเนินชีวิตและการดำเนินกิจการในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเปึนกิจการขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ เพราะปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงนั้นเปึนหลักคิด เปึนภูมิปัญญา จากประสบการณ์ในฐานะที่ผมเปึนสื่อชาวบ้าน สื่อชุมชน และสื่อเกษตรกร ผมยืนยันกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญครับว่า ถ้าเกิดคนรู้จักพึ่งตนเอง มีความพอประมาณ ใช้ชีวิตด้วยความมีเหตุ มีผล ใช้ความรู้อย่างรอบคอบ ระมัดระวังและเปึนความรู้คู่คุณธรรม คนใดก็ตาม ชุมชนใด ก็ตามที่ได้ติดอาวุธทางปัญญา ติดอาวุธทางความคิดเช่นนี้แล้ว เขาจะเปึนไท เขาจะเปึน อิสระ เขาจะปลอดพ้นจากพันธนาการของผลประโยชน์เฉพาะหน้าที่นักการเมืองมอบให้ ชั่วครั้งชั่วคราว ผมจึงเรียนกับท่านประธานนะครับว่าหน้าที่สำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นั้น นอกจากจะต้องออกแบบระบบการเมืองที่รอบคอบ รัดกุม คิดอ่านกันตั้งแต่ กระบวนการเข้าสู่อำนาจทางการเมือง ระหว่างอยู่ในอำนาจทางการเมืองและเมื่อพื้นจาก อำนาจทางการเมืองไปแล้ว นอกจากจะต้องออกแบบระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจ รัฐอย่างรอบคอบ รัดกุม นั่นเปึนเรื่องของการเมืองระหว่างทางและการเมืองปลายทาง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมนําเสนอนั้นผมถือว่าเปึนการแก้ปัญหาการเมืองที่ต้นทาง เราต้องสร้างสังคม สร้างคน สร้างชุมชนที่ยึดมั่นในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าเกิดเรามี คนพันธุ์พอกันมาก ๆ ไม่ว่าคนพันธุ์พอนั้นจะอยู่ในโครงสร้างส่วนบนของประเทศนี้ หรือจะ อยู่ในโครงสร้างส่วนล่างของประเทศนี้ การเบียดบังสังคม การเบียดบังส่วนร่วมก็จะลด น้อยถอยลง นั่นจึงเปึ้นที่มาว่าผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเพื่อยืนยันและนำเสนอความ คิดเห็นอีกครั้งหนึ่งว่า ขอให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นได้บรรจุปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงลงใน แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งอยู่ในกรอบที่ ๑ ที่เรากำลังพิจารณากัน และคำว่า แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าจากการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนหลายแห่ง ประชาชนได้แสดงความเห็นอย่างซื่อ ๆ ตรง ๆ ว่าแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐนี่ฟังยาก ทําไมไม่บอกตรง ๆ เลยว่า หน้าที่ของรัฐ เพราะว่าแต่ละมาตรา นั้นบอกอยู่ตลอดเวลาว่า รัฐต้อง รัฐต้อง เพราะฉะนั้นในแนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐนั้น ผมต้องยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ขออนุญาตให้ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้หยิบยกเรื่อง ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปพิจารณาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเปึนหลักคิดที่ไม่เพียงแต่จะเปึนภูมิคุ้มกันทาง เศรษฐกิจเท่านั้น เศรษฐกิจของเราจะได้รับการคุ้มกัน จะมีภูมิคุ้มกันจากผลกระทบ ไม่ว่า จะเปึนภายในหรือภายนอก ไม่ว่าจะเปึนปัจจัยที่ควบคุมได้หรือควบคุมไม่ได้ ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงจะเปึ้นร่มเงาให้ความคุ้มครองคนเล็ก ๆ ทุนเล็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ ในสังคมนี้ การพัฒนาทางเศรษฐกิจจะได้มีความสมดุลระหว่างทุนชุมชน ทุนชาติ กับทุนข้ามชาติ ที่มาพร้อม ๆ กับโลกาภิวัตน์ ผมยืนยันว่าไม่เฉพาะเปึนภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจเท่านั้นครับ ท่านประธาน สิ่งนี้จะกลายเปึนภูมิคุ้มกันทางการเมืองให้เราได้แก้ปัญหาการเมืองกันที่ ต้นทาง เพราะเมื่อประชาชนพึ่งตนเองได้ ประชาชนก็จะไม่ตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของระบบ อุปถัมภ์ของนักการเมืองที่ใช้เงินซื้อเสียง ผมขออนุญาตที่จะนำเสนอเปึนถ้อยคำเพื่อ ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ผมใฝ์ฝันเหลือเกินว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ในป้มห้ามงคลนี้จะมีสักมาตราหนึ่งที่ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่ จะบัญญัติไว้ว่า รัฐต้องปลูกฝั่ง ส่งเสริม สนับสนุนการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงในการดําเนินชีวิตกิจการงานของประชาชนทั้งระดับครอบครัว ชุมชน และ ระดับชาติ ผมคิดว่าถ้ามีสักมาตราหนึ่งที่ได้บัญญัติเช่นว่านั้นแล้ว ภารกิจของพวกเรา ทั้งหมดในฐานะสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งท่านคณะกรรมาธิการยกร่างฯ เราจะ ไม่เพียงแต่ได้เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อประคับประคองบ้านเมืองกลับสู่ภาวะประชาธิปไตย ตามปกติเท่านั้น แต่ความหมายที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นก็คือ เราท่านทั้งหลายทั้งหมดนี้ได้ เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ได้สร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ให้ไว้ กับผืนแผ่นดินนี้ตราบชั่วนานเท่านาน ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ