มนตรี เพชรขุ้ม ได้หารือเกี่ยวกับการกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องการกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น และเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญระบุให้ชัดเจนว่าท้องถิ่นต้องตัดขาดจากภูมิภาคหรือให้มีส่วนร่วมน้อยที่สุด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะการศึกษา และเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญระบุว่าการศึกษาต้องเรียนฟรีถึงระดับใด และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อให้ประชาชนทราบว่าการศึกษาสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ท่านประธานสภาที่เคารพ คณะกรรมาธิการยกร่าง เพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม มนตรี เพชรขุ้ม ครับ จริง ๆ ผมก็ต้องพูดเรื่องกรอบที่ ๑ นะครับท่านประธาน เพราะกรอบที่ ๑ เกี่ยวข้องกับผมโดยตรง นะครับ ซึ่งผมก็จากท้องถิ่นนะครับ
ประการแรก ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับ ที่ให้ ความสําคัญต่อท้องถิ่นเปึนอย่างมากนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของการกระจายอํานาจ นะครับ จริง ๆ แล้วหลักการกระจายอํานาจนี้ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วก็ได้บอกว่าการกระจาย อํานาจสู่ท้องถิ่นต้องมีความจริงจัง และก็ต้องให้ท้องถิ่นมีอํานาจเต็มที่นะครับ ฉะนั้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ในขณะที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ บอกว่าการกระจายอํานาจลงสู่ ท้องถิ่น ผมยังเกรงว่าท้องถิ่นจะต้องถูกควบคุมดูแลจากภาครัฐหรือว่าภูมิภาค หรือว่า อําเภอ หรือจังหวัด ยังเปึนประเด็นที่ยังสงสัยอยู่นะครับ ฉะนั้นผมอยากให้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ระบุให้ชัดเจนว่าท้องถิ่นต้องตัดขาดจากภูมิภาคหรือว่าให้มีส่วนร่วมน้อยที่สุด นั่นคือส่วนที่ผมจําเปึ้นที่จะต้องพูดตรงนี้นะครับ เพราะท้องถิ่นทําหน้าที่ใกล้ชิดประชาชน ที่สุด มีความผูกพันและคลุกคลีกับประชาชนอยู่ตลอดเวลา ท้องถิ่นต้องเข้าใจท้องถิ่น เข้าใจประชาชนนะครับ พร้อมที่จะทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนตลอดเวลา แต่บางครั้งก็อาจเสียโอกาสเพราะว่าถูกภาครัฐ คือภูมิภาคเข้ามาทําหน้าที่ควบคุมอยู่ด้วย เปึ้นส่วนใหญ่นะครับ อันนี้ก็เปึนเรื่องหนึ่ง
ประเด็นต่อไปนะครับ ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพ ผมจะพูดเรื่องของ การศึกษานะครับ ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็พูดเช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้เขียนขึ้นมานะครับ จะส่งเสริมการศึกษา จะดูแลเรื่อง การศึกษาเปึนอย่างดี ฉะนั้นผมสงสัยเหลือเกินว่าการศึกษาที่บอกว่าจะดูแลเปึ้นอย่างดี ดูแลถึงระดับไหน ขนาดไหน ปัจจุบันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ถามได้ทุก ๆ สถานที่ ศึกษานะครับ การเก็บค่าเล่าเรียน การเสียค่าใช้จ่ายของการเล่าเรียนของผู้ปกครอง สูงมากนะครับ และบางสถานที่ ผมนำเรียนที่ประชุมแห่งนี้ว่ายังต้องเสียค่าอะไร ต่อมิอะไรอีกเยอะแยะกว่าจะเข้าเรียนได้ ถึงแม้ว่าเด็กสอบเข้าได้ก็ตามเถอะ นั่นคือ ส่วนหนึ่ง และประเด็นนี้ก็ถูกฝากมาตลอดนะครับว่าให้ถามคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ว่ามี ความสําคัญขนาดไหนที่จะทำให้การศึกษาได้รับการส่งเสริมอย่างแท้จริง ไม่ใช่ว่าส่งลูกไป โรงเรียน ผู้ปกครองเสียอะไรต่ออะไรมากมายนะครับ แม้แต่โรงเรียนต้องเรียกเก็บค่าอะไร ต่ออะไรอีกมากมาย อย่างนี้ทุกคนก็ทราบอยู่แล้ว ฉะนั้นผมอยากให้รัฐธรรมนูญระบุ อย่างชัดเจนว่าการศึกษาต้องเรียนฟรีถึงระดับไหน ๆ และให้ชัดเจนว่าไม่ต้องเสียอะไร แน่นอนนะครับ เพื่อเปึนการยืนยันต่อประชาชนที่ฝากถามผมมา นั่นคือส่วนหนึ่ง ฉะนั้น รัฐธรรมนูญที่ให้ความสำคัญกับเสรีภาพและสิทธิของประชาชนผมมองว่าเปึ้นเรื่องสําคัญ และเปึนกรอบแรกที่วางไว้ และผมก็ยังอยู่ในกรอบแรก ฉะนั้นในกรอบนี้หลาย ๆ คน ก็ให้ความสำคัญและได้พูดไปแล้ว หลาย ๆ คนก็ให้ความชัดเจนพอสมควรนะครับ และผมก็ขอยืนยันย้ําว่าให้รัฐธรรมนูญเขียนให้ชัด ระบุไว้ให้ชัด ประเด็นสําคัญที่ผมจะพูด อย่างที่ได้นำเรียนน้ำกล่าวมาแล้ว
สําหรับเรื่องของความโปร่งใสนะครับ ในข้อที่ ๓ ที่รัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ ที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้เขียนและกำหนดไว้ว่าความโปร่งใสในระบบการตรวจสอบ นะครับ ผมยืนยันอีกครั้งว่าท้องถิ่นมีหลาย ๆ ท้องถิ่นในประเทศไทย โดยเฉพาะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าระบบการตรวจสอบสูง มีทั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิ ประชาชน ประชาคมและนิติบัญญัติของสภา แต่ละสภาก็ตรวจสอบอยู่แล้ว แม้แต่ภาครัฐนะครับ ฉะนั้นก็ไม่ต้องเปึนห่วงว่าการกระจายอํานาจลงสู่ท้องถิ่นแล้ว จะเกิดประโยชน์กับประชาชนน้อย คงไม่น้อยหรอกครับ คงจะเกิดประโยชน์กับประชาชน มากที่สุด และการคอร์รัปชั่นหรือว่าความที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้บอกว่ากลัวจะไม่โปร่งใส โปร่งใสแน่นอนครับ ยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะว่าการตรวจสอบทุกภาคที่ผม กล่าวมาแล้ว แม้แต่ภาครัฐก็ดี หรือส่วนอื่นก็ดีนะครับ เขาตรวจสอบท้องถิ่นอยู่ตลอด และทุกคนที่ทำหน้าที่บริหารท้องถิ่นก็ทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจและความภาคภูมิใจ ที่จะรับใช้ประชาชนนะครับ เพื่อสนองตอบต่อประชาชน ที่จะให้ประชาชนหรือ สาธารณชนได้รับประโยชน์สุขมากที่สุดครับ สำหรับผมเองก็ต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ อีกครั้งหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับท้องถิ่น ขอขอบคุณมากนะครับ