สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๗ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

พิเชียร อํานาจวรประเสริฐ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ และเสนอแนะให้ไม่ยึดรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๔๐ เป็นแม่แบบในการร่าง

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ นะครับ ท่านกรรมาธิการยกร่างฯ เพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และท่านผู้ที่กำลัง รับฟังรับชมการอภิปรายของ สสร. ในเช้าวันนี้นะครับ ตามร่างญัตติที่เพื่อนสมาชิก ท่านหนึ่ง คือท่านวัชรา หงส์ประภัศร ได้กรุณานำเสนอต่อที่ประชุม ขอเสนอญัตติการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ลงวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ มีเนื้อหาสาระใจความ ต้องการ ให้อยู่ในวรรคสามของจดหมายที่บอกว่าในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นจะต้องยึดถือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เปึนแนวทางหรือแม่แบบแล้ว แก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสมสอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมคิดว่าตรงนี้เปึนสาระสําคัญนะครับท่านประธาน แล้วก็ควรจะมีการเป่ดให้อภิปรายกัน อย่างกว้างขวางนะครับ คือโดยส่วนตัวแล้วกระผมเองนั้นก็เห็นคล้าย ๆ กับท่านทั้งหลายนี้ ละครับว่าเราควรจะนํารัฐธรรมนูญ ป้พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาประกอบในการพิจารณา ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่นี้นะครับ ผมก็มิได้เห็นแตกต่างจากท่านทั้งหลายในหลักการ ทั่วไป แต่สิ่งที่ผมอยากจะเพิ่มเติมและก็อยากจะเสนอแนะก็คือว่าถ้าเรามากำหนดตาม ร่างญัตติของท่านวัชรา เช่นนี้มันจะเปึนการบีบกรอบมากจนเกินไป กระผมอยากจะให้ การร่างรัฐธรรมนูญ ป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ ครั้งนี้เปึ้นร่างรัฐธรรมนูญที่เป่ดโอกาสให้พี่น้อง ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีโอกาสในการเข้าร่วม ทั้งในเรื่องของกระบวนการร่างแล้วก็ ทั้งในเรื่องของเนื้อหาสาระของร่างให้มากที่สุดเท่าที่จะเปึ้นไปได้ จริงอยู่แม้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๔๐ นั้น โดยทั่วไปจะดูว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่ดีนะครับ แต่ท่านทั้งหลายก็ต้องตระหนักและก็ต้องยอมรับในระดับหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีจุดอ่อนที่สำคัญหลายประการ และเปึนจุดอ่อนที่ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองตามมาในช่วงสองสามป้ที่ผ่านมานี้ นั่นก็คือการเป่ดโอกาสให้ฝ์ายบริหารนั้น คือรัฐบาลมีอํานาจมากเหลือเกิน มากจนน่ากลัว ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถ้าหากเราจะไปยึดแบบอย่างเปึนแนวทาง ผมคิดว่า พอได้นะครับ แต่ว่าถ้าถึงขั้นจะให้เปึนแม่แบบเลย กระผมคิดว่าผมกลัวครับ ผมเรียน ตามตรง ผมกลัวว่าการที่อํานาจของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มันมีมากจน อาจจะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาในอนาคตได้อีก ดังนั้นจะเปึ้นไปได้ไหมว่าเราเขียน ว่าเปึนแนวทางก็พอ แต่ว่าถึงขั้นที่จะเปึนแม่แบบเลย อันนี้ผมคิดว่าจะยังมีพี่น้อง ประชาชนในหลายส่วนที่อาจจะยังไม่เห็นด้วย เพราะว่าเขามีความรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั่นแหละ ที่ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองในช่วงสองสามป้ที่ผ่านมา นี่เปึ้น ประการที่ ๑ นะครับ แต่ว่าในวรรคสองที่ท่านได้กล่าวถึงว่าการแสดงความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชน ขณะนี้อาจจะดำเนินไปไม่เต็มที่ เพราะว่าส่วนหนึ่งท่านบอกว่าทาง กรรมาธิการยกร่างฯ มีการเสนอแนะแล้วก็มีการให้ข่าวหนังสือพิมพ์ค่อนข้างจะมาก จนทําให้ผู้คนรู้สึกสับสนนะครับว่า ความคิดของตนอาจจะไม่เปึ้นประโยชน์อีกต่อไปแล้ว ตรงนี้กระผมคิดว่าน่ารับฟังยิ่งครับท่านประธาน และกระผมอยากจะขออนุญาตเรียน ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓๕ ท่านนะครับว่าความรู้สึกนี้มีอยู่จริง ในหมู่พี่น้องประชาชนจำนวนมากที่พวกเราได้ออกไปรับฟังความคิดเห็น ดังที่ท่าน อาจารย์เจิมศักดิ์ก็ได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ ดังนั้น ท่านจะทําอย่างไรที่จะทําให้การยกร่างของ ท่าน ซึ่งท่านประธานประสงค์ แล้วก็หลายท่านได้กรุณาชี้แจงแล้วนะครับว่าท่านยังไม่เปึ้น ที่ยุติ ตรงนี้ผมคิดว่าท่านจะทําอย่างไรที่จะทําให้พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศได้มั่นใจ ในส่วนนี้ว่าข้อคิดเห็นของเขาที่ได้เสนอผ่านมาในทุกทาง ท่านทั้งหลายจะนำไปประกอบ ในการพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพิจารณานัดสุดท้ายที่ท่านจะกำหนดออกมา เปึ้นเนื้อหารายมาตรา ตรงนั้นสำคัญยิ่ง และนอกจากนั้นที่มีข่าวว่าท่านจะไปประชุมกัน แบบเข้าแคม่ปี (Camp) ในวันที่ ๕ ถึง ๑๐ มีนาคม เดือนหน้าที่จะถึงนี้ ก็มีหลายส่วนได้ กรุณาซักถามผมมาว่าการไปป่ดแคมปีอย่างนั้นจะเฉพาะ ๓๕ ท่านนี้หรือไม่ หรือว่า สสร. ท่านอื่นจะมีโอกาสเข้าไปร่วมรับฟังหรือร่วมเสนอแนะแสดงความคิดเห็นได้หรือไม่ นี่คือส่วนหนึ่ง แล้วก็แม้กระทั่งพี่น้องประชาชนบางส่วน หรือจากกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ที่ อยากจะเข้าไปสังเกตการณ์ หรือรับฟังการพิจารณาระหว่างวันที่ ๕ ถึง ๑๐ มีนาคมนั้น ท่านอนุญาตหรือไม่ ตรงนี้ก็ขออนุญาตเรียนสอบถาม เพราะว่าเปึ้นสิ่งที่พี่น้องประชาชน สอบถามมามาก ในส่วนของกระผมนั้นนะครับ กระผมคิดว่าผมได้ดูในรัฐธรรมนูญ ชั่วคราวนะครับ ในมาตราต่าง ๆ ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนครับ ท่านประธาน โดยได้เขียนไว้ ตั้งแต่ในมาตรา ๑๙ นะครับ มาตรา ๑๙ เขียนไว้ว่า ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทํา ร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ตรงนี้เขียนไว้ ชัดนะครับในมาตรา ๑๙ ว่า เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ เพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ นี่มาตราที่ ๑ นะครับ คือมาตรา ๑๙ แล้วก็ถัดมาในมาตราที่ ๒๕ ครับ ในการจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญ ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้น คณะหนึ่ง ตรงนี้ในมาตรา ๒๕ ก็เขียนไว้ชัดเจนอีกว่า ในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ ในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นนี่คือมาตราที่ ๒ และมาตราที่ ๓ ในมาตรา ๒๖ ก็ได้เขียนไว้นะครับว่า เมื่อคณะกรรมาธิการยกร่างฯ จัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้จัดทำคำชี้แจงว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีความแตกต่างกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ในเรื่องใดพร้อมด้วยเหตุผล ตรงนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้วนะครับว่า ให้จัดทำร่างใหม่ แล้วก็ในมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ ก็ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าจัดทําร่าง รัฐธรรมนูญ รวมทั้งมาตรา ๓๐ ด้วย ได้ระบุไว้ต่างกรรมต่างวาระมากมายเช่นนี้ ถ้าเผื่อเรา ไปแก้ไขว่าให้เสมือนหนึ่งว่าเปึนการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วไซร้ กระผมคิดว่า อาจจะมีปัญหาในข้อกฎหมายได้ครับท่านประธาน ดังนั้นกระผมจึงคิดว่าร่างญัตติของ ท่านวัชรานี้มีประโยชน์ แต่ว่าควรเขียนไว้ว่าให้ยึด ป้ ๒๕๔๐ เปึ้นแนวทาง ถ้าอย่างนี้ก็คิด ว่าพอรับได้ แต่ว่าถ้าจะให้ยึดเปึนต้นแบบเลยนี่เกรงว่าอาจจะมีการคัดค้านกันขึ้นมาได้ โดยส่วนตัวกระผมเคารพความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอญัตติมา แต่กระผม คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นยังมีข้อบกพร่อง มีจุดอ่อนหลายประการ ซึ่งอันนี้ ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองและเราต้องมานั่งร่างรัฐธรรมนูญอยู่ในขณะนี้ ดังนั้น กระผมจึงคิดว่าขอให้เปึ้นแนวทางก็พอครับ ขอบพระคุณมากครับ