สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๗ · ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

เสริมเกียรติ วรดิษฐ์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 และเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดกรอบในการพิจารณาปรับปรุงรัฐธรรมนูญ และควรจะพิจารณาปรับปรุงเฉพาะประเด็นที่เกิดปัญหาหรือมีปัญหาในการปฏิบัติอยู่เท่านั้น

นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านที่เคารพ กระผม เสริมเกียรติ วรดิษฐ์ สสร. หมายเลข ๐๘๗ กระผมขออนุญาตชื่นชมคณะอนุกรรมาธิการยกร่างฯ ทั้ง ๓ คณะ ที่ได้ทำการบ้าน แล้วก็ พยายามเสนอแนวทาง รวมทั้งประเด็นต่าง ๆ ในการที่จะแก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญ ยกร่าง ฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งความเห็นตรงกันหมดครับ ทางท่านวัชราก็ดี ท่านเมื่อกี้ที่ อภิปรายก็ดี ความเห็นไม่ได้ขัดแย้งกัน ที่ว่าแนวทางรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึ้น แนวทางที่คณะ สสร. จะต้องยกร่าง แต่ว่ามิได้หมายความว่าจะต้องเปึนแม่แบบ เอาเปึน เพียงแนวทางซึ่งถ้าส่วนใดไม่ดีก็ต้องปรับแก้ ส่วนใดขาดหายไปก็ต้องเพิ่มเติม ส่วนใดที่ มันมากเกินไปเปึนลูกก็ต้องตัดออกอย่างที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านกรรมาธิการวิชาได้ กล่าวถึงในเรื่องกฎหมาย วิอาญา เอามาใส่ในรัฐธรรมนูญตั้งเยอะแยะ อันนี้ก็ไม่ควรจะ ไปใส่ โดยเฉพาะ วิอาญา ฉบับที่ ๒๒ ก็แก้ไขไว้เรียบร้อยแล้วในเรื่องการจับ การควบคุม การค้น ไม่น่าต้องบัญญัติในรัฐธรรมนูญ อันนี้เราก็เห็นชอบด้วย แต่สิ่งหนึ่งกระผมขอกราบเรียน ที่ท่านประธานได้บอก สสร. แห่งนี้ว่า ณ เวลานี้ เราควรจะ พิจารณากรอบก่อนว่ากรอบเห็นด้วยกับทางท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ที่วางไว้หรือไม่ กระผมขอกราบเรียนว่าแนวความคิดในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ หากเรา คิดว่าอะไรที่มันดี อะไรที่ควรจะมีแก้ อะไรที่ควรจะปรับมากประเด็นขึ้น โดยเฉพาะในท้าย ของระเบียบวาระนี้มีถึง ๒๘ ประเด็น และยังอาจจะมีประเด็นอื่น ๆ ที่ทาง คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ยังไม่ได้นำมาเสนอ และยังมีอีกหลายประเด็นที่ประชาชน ต้องการ ซึ่งถ้าหากว่าเราเอาทุกประเด็นเอามาพิจารณาดูแล้วว่า ถ้ายิ่งมากประเด็น โอกาสที่จะประชามติผ่านมันก็ยิ่งน้อยลง อย่างเมื่อกี้ท่าน สสร. ท่านเมื่อกี้ได้พูดถึงเปึน ข้อคิดที่เราจะต้องเอามาพิจารณาว่า ๑ ประเด็น ก็มีคนทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ๒ ประเด็นก็ยิ่งมากขึ้น พอ ๑๐ ประเด็นก็มากขึ้น พอมา ๓๐ ประเด็นยิ่งมากขึ้นอีก เมื่อ มากขึ้นแล้ว โอกาสที่คนจะเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมันยิ่งมากขึ้น โอกาสประชามติไม่ผ่าน มันยิ่งสูงขึ้น ผมถึงกราบเรียนว่าประเด็นยิ่งน้อยโอกาสผ่านก็ยิ่งมาก ประเด็นยิ่งมาก โอกาสผ่านก็ยิ่งน้อย ถ้าหากว่าท่านคิดจะแก้ไขปรับปรุงให้มันมากเพื่อจะให้เกิดความ สวยงามดีเลิศยิ่งกว่าฉบับป้ ๒๕๔๐ ทุกแง่ทุกมุม ผมยังคาดการณ์ว่าอนาคตวันที่ ประชามติคงจะต้องมีการหยิบรัฐธรรมนูญในตู้มา ๑ ฉบับ แล้วมาปรับแก้ใช้ ผมคาดเดา อย่างนั้นจริง ๆ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าควรจะกำหนดกรอบของ สสร. โดยเฉพาะกรรมาธิการยกร่างฯ ว่า เราต้องเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาดูว่าที่ใช้มานี้มัน เกิดปัญหาวิกฤติอะไรบ้าง ปัญหาที่เด่นชัดควรจะเอามาปรับแก้ ส่วนที่ไม่มีปัญหาควรจะ ปล่อยไปก่อนดีไหม เพื่อให้ประเด็นมันน้อย ประชามติจะได้แตกต่างน้อยลง อย่างเช่น เรื่องที่มันไม่ใช่เปึนปัญหา การเพิ่มอำนาจของตุลาการ ซึ่งท่านเจิมศักดิ์ก็บอกว่าตุลาการมี คุณภาพ ทำประโยชน์สังคม เพิ่มตอนนี้เหมาะไหม การไปลดบทบาทองค์กรอัยการ ไปมีอัยการพิเศษ มีผู้ว่าการแห่งชาติอะไรนี่มันเหมาะไหม ตรงนี้มันไม่เกิดปัญหา ถ้าเราไปแตะทุกอย่างมันต้องมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทำให้ประชามติ มันไม่ผ่านยิ่งขึ้นจริงหรือเปล่า ผมกราบเรียนว่าประเด็นภาพกว้างที่ สสร. เราควรจะไปดู อย่างเช่นว่า เกี่ยวกับเรื่องที่บอกว่าตั้งผู้ว่าการ สตง. มันเกิดปัญหา ควรจะทำอย่างไร ในเรื่องที่ตั้งคณะกรรมการ ปปช. ๑๘ ล้าออกไป ๑ เหลือ ๑๗ เกิดปัญหาจะทำอย่างไร ในเรื่องที่เลือก สส. บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน เกิดลาออก ๑ คน ไม่ครบ ๕๐๐ จะเป่ดสภา ไม่ได้จะทำอย่างไร ในเรื่องที่ควรจะมี สว. หรือไม่ สว. นี่บอกว่าให้แนะนําตัวได้ ให้หาเสียง ไม่ได้ มันขัดหลักธรรมชาติของมนุษย์ไหม การเลือกตั้งเมื่อแนะนำตัว ก็ต้องบอกว่าให้เลือกผม ถ้าบอกเลือกผมแล้วผิดควรมีหรือไม่ หรือควรที่จะเห็นว่า ปัญหามันเกิดขึ้น ควรจะเปึน สว. โดยแต่งตั้ง ถ้าแต่งตั้งเกิน ๑ สมัย มันก็มีการผูกพัน เพื่อตอบแทนคนแต่งตั้งก็ต้องมีใบสั่งมา สว. ได้ ควรจะ ๑ สมัยไหม อันนี้คือภาพกว้าง ต่าง ๆ ซึ่งท่านวัชราพูดถูกต้อง ถ้าหากว่าเราเอาฉบับป้ ๒๕๔๐ มาเปึ้นแนวทางแก้ไข โดยขอความกรุณาท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ว่าไปดูในมาตราในหมวดของท่าน มี ๑๒ หมวด แบ่งคณะออกไปว่าคณะละกี่หมวด แล้วก็ไปดูว่าแต่ละหมวดมีมาตราใด ที่ทำให้เกิดเกม (Game) การเมืองหรือทำให้เกิดปัญหา ทำให้เกิดทางตันว่าจะเดินหน้า หรือถ้อยหลังไม่ได้ อย่างนี้จะทำอย่างไร อย่าไปใช้มาตรา ๗ มาตรา ๗ มันเปึ้นบทบัญญัติ ซึ่งกว้างขวางเกินไป ไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ ในกรณีที่ว่า สส. ไม่ครบ ๕๐๐ ควรจะเป่ด ได้ไหม ควรจะให้องค์กรใดกำหนดไปเลย เช่นว่าองค์กรที่มีอยู่แล้วไม่ต้องไปเพิ่มบุคลากร ไม่ต้องไปเพิ่มงบประมาณ อย่างเช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ให้บัญญัติในป้ ๒๕๕๐ ไปเลยว่า กรณีที่มีปัญหาใดในการปฏิบัติไม่ว่าเรื่ององค์กรขัดแย้งหรือว่าเกิดทางตันว่าทำได้ เดินหน้าถ้อยหลังไม่ได้ ให้องค์กรนี้ชี้ขาดว่าจะทำอย่างไร แล้วคำชี้ขาดเปึ้นที่สุด ซึ่งคำชี้ขาดตรงนี้ให้มันเปึนที่สุดโดยทุกคนก็ต้องยอมรับว่าประชาชนเปึ้นคนตรวจสอบ องค์กร หากองค์กรมีมติในทางที่ขัดหูขัดตา องค์กรนั้นอยู่ไม่ได้หรอกครับ ผมกำลังคิดว่า ๑๘๐ วัน ถ้าท่านจะทำป้ ๒๕๕๐ ให้เลอเลิศประเสริฐศรีเหนือป้ ๒๕๔๐ ผมว่าเปึนไปไม่ได้ เปึ้นไปไม่ได้อย่างแน่นอน สุดท้ายเมื่อยิ่งมากประเด็น ตอนนี้ ๒๘ แล้ว อาจจะเปึน ๔๐ ๕๐ โอกาสประชามติไม่ผ่านยิ่งสูง ผมขอกราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้ว่าน้อยประเด็นเท่าไร โอกาสประชามติผ่านยิ่งมากเท่านั้นครับท่านประธานครับ ขอบคุณมาก