วัชรา หงส์ประภัศร หารือเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวถึงความไม่สมเหตุสมผลในการใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นแนวทางในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเสนอญัตติว่าควรยึดรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เป็นแนวทางในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
กราบเรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เคารพ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร สสร. ท่านประธานสภาที่เคารพครับ โดยที่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๔๙ มาตรา ๒๖ บัญญัติว่า เมื่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้จัดทําคําชี้แจง ว่าร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นใหม่นั้นมีความแตกต่างกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ ในเรื่องใด พร้อมด้วยเหตุผลในการแก้ไข การบัญญัติดังนี้แม้ไม่ได้ระบุ โดยตรงว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องถือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้ว เปึนแนวทางหรือแม่แบบในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่ง เปึ้นฉบับที่ ๑๘ ก็ตาม แต่ก็เห็นได้ถึงเจตนารมณ์ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญใช้รัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๔๐ เปึ้นแนวทางหรือแม่แบบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะได้บัญญัติไว้ว่า เมื่อใดที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่างไปจากรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๔๐ ต้องระบุและให้เหตุผลให้แจ้งชัด ประกอบกับรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราวได้กำหนดให้ระยะเวลาในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้สั้นมาก และยัง บังคับให้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ด้วย ประการสำคัญคือต้อง ให้ประชาชนออกเสียงประชามติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่นั้น ฉะนั้นจึงน่าจะเปึ้นที่ยุติได้ว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อันเปึ้นฉบับที่ ๑๘ ต้องใช้รัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๔๐ เปึ้นแนวทางหรือแม่แบบ แต่ทั้งนี้มิได้ หมายความว่าในการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะให้ยกหรือคัดลอกรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๔๐ มาทั้งฉบับ หากแต่นำเค้าโครงมาใช้และปรับแก้ไขส่วนเนื้อหา ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเหตุผลในปัจจุบัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ คือฉบับที่ ๑๘ ทำเปึ้นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในลักษณะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั่นเอง แต่เรียกว่าทำฉบับใหม่ เพราะฉบับที่ ๑๖ ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ดังตัวอย่างในประวัติศาสตร์ก็เคยมีคือรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้ใช้แก้ไขฉบับป้ ๒๔๗๕ และได้ใช้ชื่อเรียกเปึ้นที่ชัดเจนเช่นนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอประทาน กราบเรียนเพิ่มเติมว่าในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ในแรกเริ่มการพิจารณาร่าง ตลอดจนบัดนี้ไม่มีมติถึงหลักการ เหตุผล วัตถุประสงค์ หรือความคาดหวังไว้แต่อย่างใด ทําให้ไม่อาจล่วงรู้ถึงเจตนารมณ์ของการร่าง หรือการทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อันเปึน หัวใจของการออกกฎหมาย ความคิดดี ๆ ในโลกนี้มีมาก แต่เปึนการเหมาะสมแค่ไหนที่จะ นำมาบรรจุระบุไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นเปึ้นเรื่องที่จะต้องพิเคราะห์ และจะต้องดูเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ๆ เปึนหลัก การทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผิดกับการทํารัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๖ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ชัดเจน ปรากฏตามหมายเหตุท้ายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๓๔ ฉบับแก้ไขฉบับที่ ๖ ป้ ๒๕๓๙ ซึ่งบัญญัติว่าให้ทำรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ทั้งฉบับ ๑. เพื่อเปึนพื้นฐานที่สำคัญในการปฏิรูปการเมือง ๒. เพื่อปรับปรุงโครงสร้าง ทางการเมืองขึ้นใหม่ให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และ ๓. เพื่อเป่ดโอกาสให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุมัติรัฐธรรมนูญโดยการออกเสียงประชามติได้ด้วย ทั้งนี้ยังคงรักษาระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขไว้ตลอดไป นอกจากนั้นปรากฏตามคำปรารภ์ในพระบรมราชโองการให้ใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ มีสาระสำคัญความว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๑. เปึนการส่งเสริมและ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ๒. ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง หรือตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐเพิ่มขึ้น ๓. เพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองให้มี เสถียรภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้โดยได้คํานึงถึงความคิดเห็นของประชาชนเปึน สำคัญ ตามที่กระผมกราบเรียนนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ฉะนั้นในการทํารัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่นี้ เมื่อถือเอารัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๖ เปึ้นแนวทางหรือแม่แบบแล้ว ก็ถือได้ว่า ได้ถือเอาเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ มาเปึนหลักไปในตัวด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ไป ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้สมตามเจตนารมณ์ โดยครบถ้วน กล่าวคือรัฐมีเสถียรภาพ แต่การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐไม่มี ประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้เกิดผลเสียหายแก่ประเทศชาติมากมายมหาศาล อันเปึ้นที่ ทราบกันดีอยู่แล้ว อันสรุปได้ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีส่วนที่พอใจอยู่ส่วนหนึ่ง และมีส่วนที่ต้องแก้ไข ดังนั้นในการทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องค้นหาว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ มีจุดอ่อน จุดแข็งตรงไหน แล้วก็ปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมตรงตาม เจตนารมณ์ของการทํารัฐธรรมนูญต่อไป รวมทั้งการเพิ่มเติมในส่วนที่ยังขาดอยู่ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้ากระทำได้ดังนี้ ก็สมความคาดหวังของประชาชน และไม่ก่อให้เกิดความสับสน กระผมไม่ได้กล่าวหาว่า ความคิดของท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ไม่สมควรนะครับ หากแต่ที่กระผมได้กราบเรียนมา ก็เพราะความคิดดี ๆ ของท่านนั้นบางส่วนก็สมควรที่จะบรรจุลงในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ บางส่วนก็คงที่จะละเว้นไว้ก่อน กระผมใคร่ขอกราบเรียนเพิ่มเติมว่าขณะนี้ประชาชน สับสนอยู่ ๒ ประการคือ
ประการที่ ๑ เจตนารมณ์อย่างไร ซึ่งถ้าถือรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๖ คือ ฉบับป้ ๒๕๔๐ เปึ้นแนวทางหรือแม่แบบ ก็จะคล้ายความสับสนลงไปได้ว่าการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีเจตนารมณ์อย่างเดียวกับรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐
ในประการที่ ๒ การที่กรรมาธิการยกร่างฯ บางท่านออกมาให้สัมภาษณ์ ทางสื่อหลาย ๆ ครั้งว่าการร่างรัฐธรรมนูญใหม่แตกต่างไปจากเดิมนั้น จริง ๆ แล้วเปึน อย่างไร เปึนที่สงสัยหรือสับสนของประชาชนเปึนอย่างมาก คือถ้าได้มีมติให้ชัดว่า ถือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึ้นแนวทางหรือแม่แบบ ประชาชนเขาจะได้ทราบว่ายังไม่มี ข้อยุติ เพราะเมื่อมีความเห็นของกรรมาธิการยกร่างฯ แตกต่างไปจากเดิม จะต้องชี้แจง เหตุผลที่แตกต่างกับรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ และต้องฟังประชาชนด้วย ยังไม่ยุติ ตามนั้น ซึ่งประการนี้ทําให้กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนฯ ทํางานด้วย ความยากลำบาก เพราะขณะนี้ประชาชนสับสนมาก ประชาชนส่วนหนึ่งไม่มาให้ ความคิดเห็นเพราะเข้าใจว่าไม่เปึนผลแล้ว เพราะความคิดเห็นไม่เปึนประโยชน์เนื่องจาก ยุติไปแล้ว กระผมจึงจําเปึ้นเสนอญัตติว่าในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ต้องยึดถือ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ เปึ้นแนวทางหรือแม่แบบ แล้วแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสม สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป ขอบพระคุณครับ