พิสิฐ ลี้อาธรรม แถลงว่าในฐานะโฆษกของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้เหตุผลเกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ข่าวของสมาชิกสภา และย้ำว่าความเห็นของสมาชิกสภาแต่ละคนเป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่มติของสภา นอกจากนี้ยังแจ้งว่าได้ขยายเวลาการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและเตรียมนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้กับสภาในวันที่ 19 เมษายน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สสร. และเปึ้นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ผมขออนุญาต พูดเพิ่มเติมจากที่ท่านกรรมาธิการ ๒ ท่าน ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ คือ ท่านวุฒิสาร และท่าน ธิติพันธุ์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ก็เปึนประเด็นที่ท่าน สสร. เจิมศักดิ์ และท่านอุทิศ ได้แสดงความห่วงใยในการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับ ว่าในเรื่องของ การให้ข่าวนั้นจะเปึนการชี้นำหรือเปึนการที่จะให้ประชาชนมีความรู้สึกว่าพวกเรา มีคำตอบอยู่แล้วหรือไม่ ประเด็นนี้ผมก็อยากจะขออนุญาตกราบเรียนในฐานะที่เปึนโฆษก ของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ว่าในเรื่องการให้ข่าวนี้ ทางท่านประธานซึ่งเผอิญไม่ได้เปึน สมาชิกของสภาแห่งนี้นะครับ ท่านก็ได้ยกเปึนประเด็นขึ้นมาซักถามในที่ประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ได้มีการประชุม กันไป เพื่อที่จะหาข้อยุติเกี่ยวกับการให้ข่าว หรือการที่จะให้คณะกรรมาธิการแต่ละท่าน ได้มีเสรีภาพในการเสนอแนะข้อคิดเห็น ซึ่งที่ประชุมก็ได้มีความเห็นสอดคล้องกันว่าเรื่อง ของการให้ข่าวให้สัมภาษณ์นั้นเปึนสิทธิส่วนบุคคลที่ไม่พึงจะไปห้าม แล้วก็อาจจะเปึน เรื่องดีเสียด้วยซ้ำที่จะได้มีการกระตุ้นให้เกิดการแสดงความเห็นกันในวงกว้าง เพื่อจะให้ ประชาชนได้มีความสนใจในเรื่องต่าง ๆ แต่เผอิญการที่จะให้การให้ข่าว หรือการที่จะให้มี การแสดงความเห็นนั้น ถ้าหากเปึนการให้โดยมีเฉพาะแต่โฆษก็พูดก็อาจจะไม่เหมาะสม เนื่องจากโฆษก็ควรจะพูดในสิ่งที่ได้มีมติออกมาจากที่ประชุมว่ามีความเห็นอย่างไร เพราะฉะนั้นความเห็นของกรรมาธิการท่านต่าง ๆ ที่ไปพูดนั้น จึงขอให้ย้ําว่าเปึนความเห็น ส่วนตัว ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องกันว่าจะต้องเป่ดโอกาสให้ทุกท่านได้พูดในสิ่งที่ท่านเห็น แต่ว่าขณะเดียวกันก็ขอให้ย้ำว่าเปึนความเห็นส่วนตัว ยังไม่ใช่มติ ถ้าเปึนมตินี่ก็จะมีการ ประกาศให้ชัดเจน ซึ่ง ณ เวลานี้ซึ่งเปึนช่วงต้น ๆ ของการร่างรัฐธรรมนูญ ก็ขอกราบเรียน ท่านประธานแล้วก็ผ่านไปยังท่านกรรมาธิการชุดอื่น ๆ ที่เปึนอยู่ รวมไปถึงประชาชนด้วย ว่า เรายังอยู่ในช่วงของการเริ่มต้นของการพิจารณานะครับ แล้วก็ยังมีการทยอยรับ ความเห็นมาเปึ้นลำดับ ได้มีการส่งคำถามไป เริ่มจาก ๒๐ คำถาม แล้วก็เพิ่มมาเปึน ๒๘ คำถาม ซึ่งก็มีปรากฏอยู่ตามเอกสารแล้วก็สื่อสิ่งพิมพ์โดยทั่วไป ก็เปึนการดีที่ได้ มีการสนองกลับเข้ามา ทำให้กรรมาธิการยกร่างฯ ได้รับความเห็น ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ได้มีการแตกหน่อเปึ้น ๓ อนุกรรมาธิการย่อย ๆ เพื่อจะให้ไปดู ประเด็นต่าง ๆ ก็ขอกราบเรียนว่าถึงเวลานี้พวกเราที่อยู่ในคณะอนุกรรมาธิการก็ยังคงทำ หน้าที่ศึกษาในประเด็นต่าง ๆ อยู่ ยังไม่ได้มีข้อยุติที่จะต้องน้ำมายืนยันแต่อย่างไร แต่ก็ได้ มีการกำหนดเวลาไว้ว่าในช่วง ๒ สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์นี้ ก็จะได้มีการ เริ่มต้นนำเอาความเห็นของคณะอนุกรรมาธิการนำไปเสนอยังคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งในการประชุมระดับนั้นก็ได้มีการเป่ดทางให้สื่อมวลชนทุกแขนงเข้าไปทำข่าว เข้าไป ร่วมติดตามฟังอย่างใกล้ชิดว่ากรรมาธิการแต่ละท่านได้ให้ความเห็นอย่างไร เพราะฉะนั้น ก็จะเห็นได้ว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิทธิเสรีภาพที่สื่อจะนําไปเขียน หรือนําไปให้ ข้อคิดเห็น หรือจะไปสัมภาษณ์ผู้ใดก็ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ขอยอมรับว่ามันก็อาจจะสร้าง ความสับสน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อมองภาพรวมแล้วน่าจะเปึนเรื่องที่ดีที่ว่าอย่างน้อยมันเปึน การกระตุ้นให้เกิดข้อคิดเห็นที่อาจจะมีการขยายวงในวงกว้างต่อไปได้
ประการที่ ๒ ในเรื่องเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ขอ กราบเรียนว่าเราก็ได้มีการขยายเวลาในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้กว้างขึ้น ให้เปึนระยะยาวมากขึ้น จนถึงสิ้นกุมภาพันธ์หรือแม้กระทั่งต่อจากนั้นจากที่ได้มีการ นำเสนอไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่เราก็มีพันธะผูกพันว่าจะต้องมีการนำเสนอร่างแรกให้กับ สภาชุดใหญ่แห่งนี้ในวันที่ ๑๙ เมษายน เพราะฉะนั้นเราก็พยายามทำงานให้แข่งกับเวลา ที่เหลืออยู่อย่างจำกัด เพราะฉะนั้นสิ่งใด ๆ ที่ท่านสมาชิกได้รับฟัง ได้รับจากประชาชนมา ก็ขอให้ได้โปรดนำส่งนำเสนอมายังคณะกรรมาธิการยกร่างฯ โดยเร็ว เพื่อที่เราจะได้นำไป พิจารณากันอย่างถี่ถ้วนและละเอียดรอบคอบต่อไป แล้วก็ขณะเดียวกันก็ขอกราบเรียนว่า ในเรื่องของการให้ข้อมูล หรือให้ข่าว พวกเรามีโฆษกอยู่ทั้งหมด ๔ ท่านด้วยกัน เราก็จะ มีการผลัดเวรกันให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ เปึ้นระยะ ๆ อย่างน้อยในแต่ละวันที่มีการประชุมก็จะให้ข่าวถึง ๒ ครั้งด้วยกัน เพราะฉะนั้นเรื่องของ ข่าวสารข้อมูลนี่นะครับ ก็ขอรับประกันว่าได้มีการใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการที่จะ สื่อความถึงประชาชนโดยทั่วไป รวมไปถึงมีการแปลข่าวออกเปึนภาษาอังกฤษเพื่อที่จะให้ ประชาชนในต่างประเทศ หรือสื่อมวลชนต่างประเทศได้รับข้อมูลตามไปด้วยนะครับ สุดท้ายเรื่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ ก็ขอเรียนอีกครั้งว่า ในคณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ นี่ ก็ได้มีการถกประเด็นนี้เช่นกัน ก็ได้มีความเห็นพ้องกันว่า เนื่องจากกรอบของ กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เปึนอยู่นี่ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะต้องมีการนําเสนอ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เปรียบเทียบกับฉบับ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ เพราะฉะนั้น จึงเปึ้นการ เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนำเอาป้ ๒๕๔๐ มาพิจารณา แต่ไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องดำเนินการ ภายใต้กรอบของป้ ๒๕๔๐ เสมอไป อันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียนไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ