ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย หารือเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสแสดงความคิดเห็น และมีการเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญปี 2540 เพื่อให้เห็นความแตกต่าง และเรียกร้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพิจารณาและเสนอความเห็น
กราบเรียนท่านประธาน ผม ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย สสร. และเปึนเลขานุการของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ผมขออนุญาตเรียนความเห็นเพิ่มเติมจากสิ่งที่ท่านอาจารย์วุฒิสารได้กล่าวไป เมื่อสักครู่นะครับ โดยหลักนั้นผมเข้าใจว่าทุกคน แม้กระทั่งในส่วน สสร. เองหรือ คณะกรรมาธิการเองนั้นน่าจะมีความเห็นสอดคล้องกันว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ จัดทำในขณะนี้เปึ้นเพียงตุ๊กตาที่ให้กับคณะอนุกรรมาธิการยกร่างฯ ที่ไปดำเนินการขยาย รายละเอียดอีกทอดหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของสิ่งที่คณะกรรมาธิการซึ่งเปึนการ ดำเนินการโดยฝ์ายเลขานุการนั้นจะไม่ให้เปึนข้อยุติ อันนี้ผมคิดว่าน่าจะเปึนสิ่งที่ยืนยันได้ การจัดทําการยกร่างรัฐธรรมนูญในป้นี้นั้น เข้าใจว่าน่าจะมีส่วนที่แตกต่างค่อนข้างเยอะ จากในสมัยก่อนนั้น เนื่องจากว่าได้เป่ดโอกาสให้แก่สื่อมวลชนทุกท่านนั้นได้มีการเข้าฟัง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้แต่ละคนก็จะมีการอภิปราย การพูดในประเด็นต่าง ๆ นั้น ที่มีความเห็นที่หลากหลาย ในประเด็นเดียวกันนั้นอาจจะไม่ใช่เปึนข้อยุติของ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ แต่อย่างไร แต่ว่าเปึ้นเรื่องที่อยากจะเปึนประเด็นหลักการในการ ที่ไปพิจารณาต่อโดยคณะอนุกรรมาธิการยกร่างฯ และนำเสนอให้กับคณะกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นฯ ในการที่พิจารณาต่อไป ในประเด็นนี้นั้นผมคิดว่าอยากจะขอเรียน ชี้แจงในเบื้องต้นในขณะนี้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องความเห็นที่ประชาชนก็ดี หรือว่าคณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นฯ ในชุดต่าง ๆ ได้ดําเนินการนั้นจะผ่านไปถึงกรรมาธิการยกร่างฯ ได้อย่างไร ตรงจุดนี้นั้นก็เรียนให้ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการยกร่างฯ เองก็ได้มีการให้ทางสภานั้น จัดทำเว็บไซต์ (Web site) สำหรับการเสนอความเห็นเข้าไปยังกรรมาธิการได้โดยตรง นะครับ ซึ่งในส่วนนี้นั้นเดี๋ยวจะรบกวนทางสภาให้ข้อมูลกับเพื่อนสมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยว่าเว็บไซต์อย่างไร ในประเด็นเรื่องความคิดเห็นของประชาชนนั้น อย่างที่ได้เรียนนะครับว่าเนื่องจากหลักการที่ทำอยู่ในขณะนี้นั้นเปึนเพียงหลักการที่เปึน ตุ๊กตา เพราะฉะนั้นความเห็นของประชาชนก็ดี หรือความเห็นที่คณะกรรมาธิการทุกท่าน ได้รับฟังความเห็นมานั้นก็จะนำไปสู่ในการพิจารณา ซึ่งหลักนั้นก็อย่างที่ได้เรียนเบื้องต้น นะครับ ว่าถ้าดูกําหนดเวลานั้น วันที่ ๕ ถึงวันที่ ๑๐ นั้นคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็จะไป นั่งพิจารณาหลักการในรายละเอียดในแต่ละประเด็น ๆ แล้วก็จะได้นำเสนอต่อไป อีกรอบหนึ่งนะครับ
ในประเด็นที่ ๓ ที่ผมคิดว่าอยากจะขอเรียนความชัดเจนนะครับ ในประเด็นเรื่องการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึ้นเกณฑ์ในการจัดทำ ผมเองไม่อยากจะไปอภิปรายในเรื่องของมาตรา ๒๖ ว่าเปึนอย่างไร เพียงแต่ว่า ในการประชุมของคณะกรรมาธิการนั้น แม้เราจะพิจารณาดูกรอบรัฐธรรมนูญนั้น จะพิจารณาหลายฉบับก็ตามนั้น แต่ว่าเวลาที่จะพิจารณาดูนั้นก็คงต้องดูในประเด็นต่าง ๆ พยายามให้ได้ครบถ้วนในทุกประเด็น แน่นอนนะครับว่าเวลาที่จัดทำร่างฯ นั้น ทางฝ์าย เลขานุการซึ่งอาจจะเปึ้นฝ์ายที่ช่วยดําเนินการในการยกร่างฯ นั้น จะนําเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาปรับหรืออย่างไรก็ได้ ก็เปึนประเด็นที่ฝ์ายเลขานุการจะดำเนินการ เพียงแต่ว่าเวลาที่จะเสนอให้กับ สสร. นั้นจะต้องมีการเปรียบเทียบให้เห็นว่าในประเด็นที่ แตกต่างไปจากป้ ๒๕๔๐ นั้น แตกต่างกันอย่างไรบ้างนะครับ
ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะขอเรียนในที่นี้นิดหนึ่งนะครับว่า ในการอภิปรายในคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้น แน่นอนนะครับว่า เหตุในการที่นํามาสู่ การยกร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นั้นจะมีเหตุในเรื่องหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเปึ้นเหตุ ในเรื่องเกี่ยวกับธรรมาภิบาล ไม่ว่าจะเหตุในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตต่าง ๆ ซึ่งจะมีประเด็น ในการที่จะนํามาพิจารณา เพราะฉะนั้นในการเสนอความเห็นในคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งไม่ถือว่าเปึ้นที่สุดนะครับ อันนี้ผมย้ำว่าไม่ได้เปึนที่สุดว่าจะต้องเปึนในลักษณะอย่างนั้น ไม่ว่าจะเปึนจํานวนของ สส. จํานวนของ สว. หน้าที่ของ สว. จะทําอะไร แล้วก็วิธีการ ได้มาอย่างไรนั้น รวมตลอดจนถึงเรื่องของการที่จะกำหนดให้การฟัองร้องคดีคอร์รัปชั่น (Corruption) ตามอายุความหรือไม่นั้น ไม่ใช่เปึนจุดสุดท้ายที่เปึนความเห็นร่วมกันว่าต้อง เปึนอย่างนี้ แล้วก็นำเสนอเปึนลักษณะอย่างนี้นะครับ เปึนแต่เพียงประเด็นว่านำเสนอ เพื่อให้กรรมาธิการชุดอื่นนำไปขอความเห็นจากประชาชนนะครับ คณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ นั้น ผมคิดว่าทุกคนเคารพในความเห็นของประชาชน แล้วก็ยินดีที่จะนำเอา ความเห็นของประชาชนนั้นมา จริง ๆ แล้วจะบอกว่ายินดีก็ไม่เชิง แต่ว่าเปึ้นหน้าที่ ที่เราต้องน้ำมาพิจารณาประกอบเลยเสียด้วยซ้ำ ขอบคุณมากครับ