สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๖ · ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

อุทิศ ชูช่วย ระบุว่าประชาชนที่ร่วมสัมมนาในภาคใต้ให้ความเห็นโดยใช้อารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่ระบบการคิด และเรียกร้องให้สภาแห่งนี้รีบออกไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

นายอุทิศ ชูช่วย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม นายอุทิศ ชูช่วย สสร. หมายเลข ๐๙๙ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกและท่านกรรมาธิการยกร่างฯ อยากจะกราบเรียนในเรื่องของความก้าวหน้า ของงานของสภาแห่งนี้ให้ท่านประธานได้รับทราบว่า เมื่อวันที่ ๑๐ ที่ผ่านมา กรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในภาคใต้ได้ร่วมกับกรรมาธิการ ประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ ซึ่งมีท่าน ดร.เจิมศักดิ์เปึนประธานได้ร่วมมือกับ ว่าที่กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัด เราได้จัดสัมมนาอย่างที่ได้กราบเรียนในเบื้องต้นแล้วนะครับว่า เพื่อทำความเข้าใจให้ กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัดของภาคใต้นะครับ ได้เข้าใจถึงขั้นตอน ของการทำงานรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในแต่ละจังหวัด คราวนี้อยากจะ กราบเรียนท่านประธานเพื่อต้องการที่จะรายงาน หรือให้กรรมาธิการยกร่างฯ ได้เห็นว่า การทำงานควบคู่ไปกับการยกร่างฯ นี่นะครับ ก็คือการฟังความคิดเห็นของประชาชน ในส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาคใต้เราเริ่มแล้วครับ นอกจากสัมมนาขั้นตอนการรับฟังแล้ว นะครับ ในช่วงบ่ายก็จะมีการเป่ดเวทีรับฟังความคิดเห็น จากเวทีที่พี่น้องประชาชนได้มา ร่วมแสดงความคิดเห็นนะครับ ผมอยากจะเพิ่มเติมเสริมของท่าน ดร.เจิมศักดิ์นะครับ ตามที่ได้รับจากเวทีเมื่อวันที่ ๑๐ เปึนเรื่องที่น่าเปึ้นห่วงครับ กรณีของการให้ความเห็นผ่าน สื่อของกรรมาธิการยกร่างฯ เท่าที่ฟังพี่น้องประชาชนให้ความเห็นนั้นนะครับ ผมมองว่า เปึ้นการให้ความเห็นแบบใช้อารมณ์ความกลัวจากประสบการณ์เหตุการณ์บ้านเมือง ที่ผ่านมา ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมามากกว่าที่จะเสนอแนะ หรือคิดอย่างเปึ้นระบบ หรือที่ เรียกว่าระบบคิดในหลักการของประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าเท่าที่สดับตรับฟังมานี่นะครับ ประชาชนเขาค่อนข้างจะเสนอแนะในเรื่อง ของใช้อารมณ์ในการเสนอแนะด้วยความกลัวนะครับ ด้วยความกลัวเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิด อาจจะเกิดขึ้นอีก เช่นว่ากลัวจะเกิดความแตกแยก กลัวจะเกิดการทุจริต กลัวจะ เกิดองค์กรอิสระจะไม่เปึนอิสระ แสดงความรู้สึกด้วยอารมณ์ และผสมผสานกับการที่ กรรมาธิการยกร่างฯ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อนะครับ เปรียบเสมือนการชี้นําที่ทําให้ ความคิดอิสระของประชาชนนี่นะครับ ผมคิดว่าจะบิดเบี้ยวไปนะครับ แทนที่ที่จะคิดโดย ใช้ระบบคิดนะครับ กลายเปึนใช้อารมณ์คิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ผมอยากจะกราบเรียนว่าไม่ควร ที่จะแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อมากนักนะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็อยากจะกราบเรียน เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้นะครับว่าเราต้องรีบที่จะออกไปจัดเวทีตั้งเวทีรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนโดยด่วน เพื่อที่จะตีคู่เคียงกันไปกับคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ถ้าไม่อย่างนั้นนะครับ ผมคิดว่าการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้นี่นะครับจะไม่เปึ้นที่ยอมรับของ พี่น้องประชาชน เพราะว่าเท่ากับว่าเราไม่ฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง เพียงแต่ในทฤษฎีเท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่า การที่กรรมาธิการภาคต่าง ๆ นี่นะครับ เราตั้งวันนี้ถือว่าค่อนข้าง ครบหมดนะครับ ถึงแม้ว่ากรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดจะยังไม่เรียบร้อย ก็อยากจะกราบเรียนสภาแห่งนี้ว่าขอให้ใช้ช่องทางของกรรมาธิการภาคนั้น ๆ ดำเนินการ เพราะกรรมาธิการภาคนะครับขณะนี้ถือว่ามีคน มีเงินสามารถที่จะใช้จ่าย สามารถที่จะ ไปดำเนินโครงการในภูมิภาค หรือในจังหวัดต่าง ๆ ได้แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ท่านไม่ต้องรอกรรมาธิการวิสามัญระดับจังหวัดว่าจะมีการปฏิบัติที่ชัดเจนในเรื่องของ งบประมาณหรืออะไรหรอกครับ ท่านใช้ภาคเลยครับ ใช้โครงการของภาค ใช้เงินของภาค ลงไปจังหวัดต่าง ๆ ที่ท่านคิดว่าพร้อมแล้วนี่นะครับ รีบรับฟังเสีย ภายในอาทิตย์นี้ ผมอยากจะเห็นสภาแห่งนี้ได้กระจายกันไป ออกรับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควบคู่ไปกับการชี้แจงทำความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติงานของท่านประธานเจิมศักดิ์ ป่ืนทอง นะครับ ในฐานะประธานประสานการมีส่วนร่วมและการประชามตินี่นะครับ ทุกเวทีที่ไปชี้แจง สัมมนาขั้นตอนการปฏิบัติงานนี่ผมคิดว่าควรจะรับฟังความคิดเห็นเสียเลยนะครับ และใช้ ในนามภาคแต่ละภาค ผมเชื่อว่าจะทำงานได้ครับ ท่านประธานครับ นี่เปึนความห่วง ที่อยากจะฝากไว้กับท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกทุกท่าน กราบขอบคุณมาก ท่านประธานครับ