นรนิติ เศรษฐบุตร พูดถึงปัญหาทุนนิยมเสรี และผลกระทบต่อสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคที่เกินตัว ความสุขที่ไม่สำคัญ และอำนาจนิยมที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังพูดถึงการแพร่เชื้อของระบบทุนนิยมเข้าไปในระบอบประชาธิปไตยของไทย และผลกระทบต่อการเลือกตั้ง
ท่านต่อไป ท่าน สสร. สมยศ และจะตามด้วยท่าน สสร. ประสงค์ เชิญครับ แต่ในอดีตของเรามี ๑ ล้านกว่า ๆ ตารางกิโลเมตร ในช่วงประมาณที่ ๑๐๐ ป้เศษที่เรา สูญเสียในสมัยรัชกาลที่ ๔ ที่ผ่านมานั้น เราได้เอาตัวรอดมาด้วยการแลกพื้นที่ไป อันนี้ ผมก็จะเกริ่นน้ำในเรื่องของทุนนิยมเสรีที่เผยแพร่ด้วยระบบการค้า ในยุคนี้เขาเรียกว่า การค้าเสรี เข้ามาเชิญชวนพวกเราทำการค้ากันอย่างเสรี ประเทศที่ถูกเชิญชวนมากที่สุด ก็คือประเทศที่กําลังพัฒนา ในโลกนี้ตกเปึ้นเหยื่อของประเทศที่เจริญแล้ว ดังนั้นประเทศ ที่กําลังพัฒนาก็จะต้องทําสินค้าส่งออก คือว่าส่งไปให้เขาบริโภคแล้วเราก็บอกว่าเราได้ เงินมา อันนี้ก็เปึ้นบทซึ่งทุนนิยมเสรีมันเข้ามากระทบในบ้านเรา โดยทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ชีวิตของทุนนิยมที่มันจะอยู่ได้จะต้องมีการบริโภคติดต่อกัน ถ้าบริโภคติดต่อกันไม่ได้ ไม่สม่ำเสมอนี่ทุนนิยมล่มสลาย ดังนั้นจะต้องมีการเชิญชวนต่อเนื่อง ๆ ไม่ว่าจะเปึน รถยนต์ก็ดีจะต้องออกเวอร์ชัน (Version) ใหม่ ๆ นาฬิกาก็ดี โทรศัพท์มือถือก็ดี ไม่ว่า จะเปึนเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องในเรื่องพวกนี้จะต้องมีของใหม่ออกมาอยู่เสมอมากระตุ้นให้ เกิดการบริโภค ดังนั้นของเราเองก็ติดเชื้ออันนี้เข้าไปอย่างรุนแรง ผลของมันหรือครับ คนไทยเราขณะนี้กำลังป์วย ป์วยหนักมากนะครับ ป์วยด้วยเรื่องของทุนนิยมขึ้นสมองก็คือ มีการบริโภคเกินตัว เพราะเนื่องจากว่าถ้าเข้าสู่ทุนนิยมเสรีก็ต้องบริโภค เราก็ถูกกระตุ้น ให้บริโภค ไม่ว่าจะเปึนคนชั้นกลาง คนเงินเดือน บัตรเครดิต คนในชนบทก็เรื่อง กองทุนหมู่บ้าน กองทุน เอสเอ็มแอล (SML) อะไรนั้นก็กู้กันเข้าไป วัตถุนิยมหรือครับ อันนี้ ก็เห็นชัดว่าวัตถุนิยมเขาก็กระตุ้นกัน ที่สำคัญเรื่องของสุขนิยม อะไรก็ไม่สนใจ สนใจ แต่เรื่องของความสุข ลัทธิบูชาเงินเปึนใหญ่ เกิดอำนาจนิยม เรากำลังมาพูดกันถึง ในส่วนของตรงนี้สําคัญมาก เพราะว่าเกิดการแย่งชิงกันในเรื่องของอํานาจ เมื่อได้อํานาจ นั้นมาก็ใช้อำนาจนั้นในทางที่ไม่ควร แทนที่จะทำให้ประชาชนเปึนสุขกลับกลายเปึนว่า เปึ้นทุกข์ ผลแห่งการเสพมาก ๆ แล้วก็เปึนโรคนี่เจ็บป์วยอย่างรุนแรงคือคนขาด ความเชื่อมั่นในความดีที่ทํา มีความสงสัยว่าทําดีแล้วจะได้ดีจริงหรือไม่ เพราะว่า ไม่จําเปึนต้องคิดในเรื่องของการทําความดีมากนักก็ดูเสมือนว่าได้ดิบได้ดี คือเปึน ความเข้าใจกันอีกแบบหนึ่ง และสุดท้ายก็เปึนเรื่องของมายาชีวิตซึ่งจะต้องอยู่กับ โลกมายากันต่อไป ติดเชื้อจากโรคทุนนิยมนี้มันแพร่เข้ามาในระบอบประชาธิปไตย ในระบบทุน ผมเชื่อมโยงว่าระบบทุนนิยมนั้นมันแพร่เข้ามาในระบอบประชาธิปไตย ในระบบทุน กล่าวคือว่าถ้าใครมีทุนมากกว่าผู้นั้นก็ได้อำนาจนั้นไป ยิ่งมีทุนมากก็ยิ่งได้ อํานาจยาวนาน และสุดท้ายก็เปึนการผูกขาดอํานาจ ผูกขาดอํานาจอะไรก็ไม่สําคัญ ถ้าผูกขาดอำนาจทางด้านการเมืองนั้นสำคัญมาก ที่ผ่านมานั้นวนเวียนอยู่จนประชาชน ทั้งหลายหมดทางเลือก เพราะว่ามีอยู่ไม่กี่พรรคเท่านั้นเองที่โอกาสที่ประชาชนจะมีโอกาส ได้เลือก ในขณะที่รัฐธรรมนูญนั้นได้เขียนเอาไว้ว่าพรรคเลือกคนที่จะมาลงสมัคร แล้วก็ ประชาชนก็เลือกพรรค ไม่มีโอกาสเลยนะครับ จนมุม การลงคะแนนเลือกตั้งทุกครั้ง ผมคิดว่าประชาชนอึดอัดมาก เปึนภาระสำคัญมาก ปวดหัวมากว่าไม่รู้จะไปลงให้ใคร อย่างไร อันนี้ก็เรียกว่าเราก็ติดกับ ในเรื่องของการแพร่เชื้อจากระบบนายทุนใหญ่เข้าไปในระบอบประชาธิปไตยของเรา เปึ้นเหตุให้ที่มาของ ส.ส. นั้นจะต้องเกี่ยวพันกับเรื่องของฐานะการเงินหรือเงินถ้ามีเงิน มากก็โอกาสสูง ถ้ามีเงินน้อยก็ต้องคอยไปอีกนานนะครับ ในช่วงเวลานี้ผมคิดว่า ยังไม่อยากจะลงรายละเอียดนะครับ ไว้วันหลังค่อยลง แต่ผมจะขอกระโดดเข้ามาในเรื่อง ของสิทธิเสรีภาพของประชาชนในหมวดที่ผมให้ความสนใจ แตะนิดหน่อยนะครับเรื่องของ องค์กรที่จะคุ้มครองประชาชนที่แท้จริงยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ที่บ้านถ้าเผื่อว่ามีขโมย ขโจรหรือมีคนมาเกกมะเหรกเกเรหรือมาใช้อิทธิพล ที่ชนบทนี้แน่นอนนะครับ ก็อย่างที่ ท่านสมาชิกอภิปรายก็จะต้องไปพึ่งพาคนใดคนหนึ่งหรือไปพึ่งพาสายการเมือง อันนั้น เปึ้นหลักนะครับ ช่วยได้จริง ๆ ไม่ว่าจะผิดจะถูกอย่างไรก็ช่วยได้นะครับ สิทธิเสรีภาพนั้น จะต้องมีองค์กรที่คุ้มครองประชาชนได้อย่างแท้จริง อันนี้ผมแตะตรงนี้เอาไว้ก่อนนะครับ จะต้องทําอย่างไรให้มีให้ได้ ท่านประชาชนทั้งหลายคงจะทราบดีนะครับว่าไม่รู้จะไปพึ่ง ใครจริง ๆ นะครับ เข้ามาในเรื่องของการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ องค์กรอิสระที่มีอยู่นั้น ก็จะต้องสร้างองค์กรภาคประชาชน ทําอย่างไรให้สามารถที่จะมีสิทธิมีเสียงในการ ที่จะตรวจสอบได้ด้วยความเข้มแข็งนะครับเพราะทุกวันนี้ไม่รู้จะทําอย่างไร ที่ว่า ๕๐,๐๐๐ รายชื่อนี้เปึนอันว่า ไม่ประสบความสำเร็จนะครับ เปึ้นเรื่องที่เราจะต้องช่วยกัน คิดว่าจะทําอย่างไรให้เข้มแข็งให้จึงได้นะครับ ผมเข้ามาในส่วนเรื่องของสถาบันการเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเมือง ในส่วนนี้ก็คงจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของอำนาจ บริหาร อำนาจนิติบัญญัติ ผมก็ขอเสนอนะครับว่าในส่วนของสถาบันทางด้านการเมือง ภาคประชาชนจะทําอย่างไร จะต้องสร้างสถาบันขึ้นมาให้เข้มแข็งจากการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีผลในเชิงปฏิบัติจริงให้จึงได้นะครับ ในส่วนของเรื่องเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลพวงจาก รัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๘๙ ได้ให้มีการตั้งสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระผมเองได้มีโอกาสเปึ้นสมาชิกสภาในรุ่นที่ ๑ ที่ผ่านมาค้นพบว่าทำหน้าที่ได้ไม่มาก เท่าที่ในรัฐธรรมนูญอยากจะให้เปึน ก็เปึ้นอีกหนึ่งองค์กรที่มีแขนมีขาน้อยมาก มีเงิน งบประมาณน้อยมาก ตรงส่วนนี้ผมคิดว่าจะต้องทําอย่างไรให้เข้มแข็ง เอาจริงเอาจัง ในเชิงปฏิบัติที่เปึ้นรูปธรรมอย่างชัดเจน สุดท้ายนะครับในวันนี้ซึ่งผมคิดว่าผมจะย้ําเน้นใน เรื่องหมวด ๕ ซึ่งเปึ้นแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ บังเอิญสมาชิกสภาที่ปรึกษานั้นได้มี ความสัมพันธ์กับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเปึ้นประการสำคัญตั้งแต่มาตรา ๗๑ จนถึง มาตรา ๘๘ ถ้าหากว่าท่านสมาชิกและประชาชนทุกคนได้มีโอกาสอ่านและศึกษา มาตรานี้เปึ้น ความหวัง เปึนสิ่งที่ดีมากที่เขียนเอาไว้ แต่ผลนะครับ ผมยกตัวอย่างนิดหนึ่งมาตรา ๗๑ รัฐ ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราชและบูรณภาพแห่งอาณาเขต มาตรา ๗๖ รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วมร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย การ ตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมและการเมือง รวมทั้งการ ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐทุกระดับ อันนี้เปึนการยกตัวอย่างนะครับ แล้วอีกหลาย ๆ มาตรานั้นล้วนแล้วแต่ใช้คําว่า รัฐต้องจัด ตั้งแต่มาตรา ๗๑ รัฐต้อง มาตรา ๗๒ รัฐต้อง มาตรา ๗๓ รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์และคุ้มครองพุทธศาสนา มาตรา ๗๔ รัฐต้องส่งเสริม สัมพันธ์ไม่ตรี มาตรา ๗๕ รัฐต้องดูแล มาตรา ๗๖ รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วน ร่วม มาตรา ๗๗ รัฐต้องจัดให้มีแผนพัฒนาการเมือง มาตรา ๗๘ รัฐต้องกระจายอำนาจ นี่ ผมย่อ ๆ นะครับ มาตรา ๗๙ ต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ สงวนบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ มาตรา ๘๐ ไล่ไปเรื่อยครับ รัฐต้องหมดเลยนะครับ ผมตรวจสอบมาปรากฏว่ามีอยู่ ๒ มาตราเท่านั้นที่รัฐทํา ก็คือว่า ส่งเสริมในเรื่องของ สาธารณสุข มาตรา ๘๒ นะครับ มาตรา ๘๓ รัฐต้องดำเนินการกระจายรายได้ นอกนั้นยัง ไม่ได้ทําอะไรเลยที่เปึนรูปธรรม ผมถึงข้อเสนอว่าในหมวด ๕ นี้ทั้งหมดนี้นะครับ ขอยกให้ มาเปึน พ.ร.บ. ยกออกมาเลยครับ ทำ พ.ร.บ. ทุกมาตราให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้ มีผลใน เชิงปฏิบัติ มิเช่นนั้นแล้วมันก็จะนอนอยู่ตรงในรัฐธรรมนูญนี่ละครับ นอนสงบนิ่ง ไม่ทราบ ว่าใครเปึนคนต้องทํา คําว่า รัฐ นี่คือใครเปึนคนทํา เปึ้นหน้าที่ของใคร เมื่อไม่ได้กําหนดมี ความชัดเจนขึ้นมามันก็นอนอยู่ในนี้ เปึ้นที่น่าเสียดายมาก วันนี้ผมขอแตะ ในเรื่องของ หมวด ๕ ก่อนนะครับ ส่วนความหวังอันสูงสุดของคนทุกคนนะครับ ในการ ร่างรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ วิกฤติเปึ้นโอกาสนะครับ ผมว่าคงจะมองโลกในแง่ดี ผมหวังว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ จะมีอานิสงส์ให้กับประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินได้รับผลลัพธ์ดังต่อไปนี้นะครับ ๑ .ประเทศชาติมั่นคงร่มรื่น ประชาชนมั่งคั่งร่มเย็นมีความสุขสงบเรียบร้อย บ้านเมืองวิจิตร ตระการตาสุดพรรณนา ๒. ประชาชนมีแต่ร้อยยิ้มสรวลเสเฮฮาของเหล่าคนดีมีน้ำใจอยู่ ทั่วไป ๓. คนเลวคนชั่วหายไปไหนหมดก็ไม่ทราบอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ๔. ประเทศไทยเปึน ดินแดนที่คนดีมีฐานะ ต่างชาติทั่วโลกใฝ์ฝัน อยากจะเข้ามาท่องเที่ยวและอยู่อาศัยเปึนจำนวนมาก (เราต้องหวงแหน) ถึงขนาดว่า เราต้องหวงแหนนะครับ ไม่ใช่ใครอยากจะมาก็ได้นะครับ เราจะต้องหวงแหนนะครับ ๕. เปึนศูนย์กลางของการท่องเที่ยวที่ศิวิไลซ์ (Civilized) ที่สุดในโลก ๖. ประชาชนมีหน้าที่ การงานทำทั่วหน้า มีความภาคภูมิใจเปึ้นที่สุดที่ได้ทำงานในแต่ละอาชีพอย่างมีความสุข อันนี้ผมคิดว่าผลของมันคือผมคิดว่าถ้าเราร่างรัฐธรรมนูญ แล้วผลมันจะออกมาอย่างนี้ ก็เปึนความหวังที่ทุกคนอยากจะได้ และรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่จนถึงป้ ๒๕๙๕ นะครับ ผมตั้งความหวังไว้อย่างนั้น ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ