มนตรี เพชรขุ้ม หารือเรื่องภารกิจและหน้าที่ของท้องถิ่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจและความเข้มแข็งของท้องถิ่น
ท่านประธานที่เคารพครับ สมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม มนตรี เพชรขุ้ม ก็ต้องขอขอบคุณ ประการแรก ที่มีสมาชิก สสร. หลายท่านนะครับ เช่น คุณกรรณิการ์ คุณเกียรติชัย คุณสวิ่ง ที่ให้ความสำคัญกับท้องถิ่นเปึนอย่างสูงในขณะที่ผมนั่งฟังอยู่นะครับ และก็ต้อง แสดงความยินดีกับคุณอภิชาติ ดำดี ที่ท่านหายป์วยนะครับ เมื่อกี้ฟังดูท่านป์วย แต่หายแล้วครับ ท่านประธานครับ หลายท่านให้ความสำคัญกับท้องถิ่นเปึนอย่างดี ซึ่งผม ก็เปึนตัวแทนของท้องถิ่นโดยตรงเลยต้องทำหน้าที่ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง เพราะคน ชาวท้องถิ่นทั้งประเทศก็รอคอยอยู่ และโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ก็รอความหวังอยู่นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ภารกิจหน้าที่ของท้องถิ่น โดยเฉพาะ ผู้บริหารท้องถิ่นหรือว่านายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกองค์การบริหารส่วนของ เทศมนตรี เทศบาลนะครับ นายกองค์การบริหารส่วน อบจ. นะครับ ก็มีหน้าที่บทบาท มากมายเหลือเกินครับ บ้านนอกอาจจะไม่เหมือนในกรุงเทพฯ ก็ได้ครับท่าน บ้านนอกนี่ น้ำมา อย่างที่น้ำมาฝนตกหนักนี่ทางน้ำระบายไม่ทัน ไม้สักอันมาติดอยู่ที่คู่น้ำนี่ครับท่าน ชาวบ้านโทรศัพท์มาแจ้งแล้ว ท่านนายกฯ ไม้ขวางทางน้ำนะครับ ให้ไปช่วยเอาออกหน่อย ทั้ง ๆ ที่ว่าเดินไปเขี่ยนิดเดียวก็ลงแล้ว ก็ไปแล้ว ก็ต้องแจ้งนายกฯ ตลอด และผมเรียน ให้ทราบว่าผู้บริหารท้องถิ่นทุกคนต้องทำงาน ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช่ว่าแค่ ๘ ชั่วโมง ๖ ชั่วโมง ๑๐ ชั่วโมง ๙ ชั่วโมง ไม่ใช่ นอนแล้วก็ต้องตื่นครับโทรศัพท์เข้ามา เดือดร้อนเรื่องอย่างนั้น เดือดร้อนเรื่องอย่างนี้ต้องไปนะครับ ไปทำหน้าที่นะครับ ตลอดเวลานะครับ นี่คือหน้าที่ และภารกิจหลัก ๆ ที่สำคัญของท้องถิ่นนะครับ เมื่อทุกคนให้ความสำคัญกับผม ผมต้อง ขอขอบคุณ และผมก็ต้องขอกล่าวว่า ภารกิจสำคัญที่เราต้องทำกันนะครับตลอดไป เช่น การศึกษา แม้ว่าไม่ได้รับการถ่ายโอนจากกระทรวงศึกษาฯ บางที่ก็รับไปแล้วบ้าง บางที่ ก็ยังไม่ได้รับ แต่ภารกิจหลักเราก็ต้องทำอยู่ตลอดเวลา เช่นว่าส่งเสริมการศึกษานะครับ ไม่ว่าจะด้านของอุปกรณ์การเรียนการสอน ทุนการศึกษาต่าง ๆ นี่ครับ อบต. หรือว่า เทศบาล อบจ. ต้องดูแลตลอด นั่นคือส่วนหนึ่งนะครับ ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน นะครับ ถนนหนทาง ไฟฟัา ประปา โทรศัพท์ ท้องถิ่นก็ต้องดำเนินการให้ชาวบ้าน เพื่อชาวบ้านจะได้มีความสะดวกในการสัญจรไปมา ในการขนส่งพืชผลทางการเกษตร นะครับ ในทุก ๆ อย่าง นั่นคือสิ่งที่ภารกิจหลักที่ต้องทํานะครับ แม้ว่ารัฐบาลกลางนะครับ ซึ่งประเทศไทยก็มีรัฐบาลเดียวนะครับ จะได้มีภารกิจถ่ายโอนลงไปยังท้องถิ่นหรือ กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นที่จะไปดำเนินการทางด้านต่าง ๆ อย่างที่ผมนำเรียนว่า เช่น การศึกษาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านสาธารณสุข ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ ส่งเสริม อาชีพความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนะครับ สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ดูแล ทรัพยากรธรรมชาติอะไรเปึนต้น ที่ผมได้กล่าวมานี้คือหน้าที่หลัก ๆ ที่ต้องทำอยู่ตลอด นะครับ ฉะนั้นการที่หลายท่านก็ยังพูดอยู่เสมอว่า ยังไม่เข้มแข็งพอ แต่ผมก็ยืนยันว่า ๑๐ ป้ ที่มี อบต. หรือว่ากว่า ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ มีเทศบาล มี อบจ. ผมเชื่อว่าความเข้มแข็ง ตรงนี้ก็พอเพียงนะครับ เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลหรือ อบต. ๑๐ ขวบ ที่เกิดขึ้น และที่มีมานะครับ ทุกคนก็ทำหน้าที่ได้ดี และภูมิใจชาวบ้านเหลือเกิน ชาวบ้านก็ถูกใจ เพราะได้รับความสะดวก ได้รับการแก้ไขเยียวยาอย่างเร่งด่วนนะครับ เพราะไม่ต้องรอ งบประมาณกลางจากภาครัฐหรือว่าจากกระทรวงต่าง ๆ ท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ จัดการได้ นั่นคือในกระบวนของการกระจายอำนาจโดยตรงนะครับ และสิ่งที่ท้องถิ่น ตระหนักอยู่อีกประการหนึ่งคือ ส่วนภูมิภาคยังต้องกำกับดูแลอยู่อย่างเข้มแข็ง ตรงนี้ทำให้ การบริหารจัดการของท้องถิ่นอาจจะอึดอัดไปนิดหนึ่ง คือเดินไปข้างหน้าต้องเหลียวไป ข้างหลังด้วย ต้องระวังข้างหลังด้วย กลัวจะมีปัญหาด้านหลัง ทั้ง ๆ ที่ว่าการกระจาย อำนาจแท้จริง ผมอยากให้ท้องถิ่นทุกท้องถิ่นสามารถที่จะดำเนินการไปได้โดยตนเอง นะครับ นั่นคือการกระจายอำนาจที่แท้จริงนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นว่าบางท้องที่ บางท้องถิ่น ถ้านายกองค์การบริหารคนนั้นไม่ถูกกับนายอำเภอก็มีปัญหาอีก นายอำเภอก็ไม่เซ็นบ้าง ล่าช้าบ้าง มีปัญหาไปบ้าง ตอนนี้ผมเห็นท่านผู้ว่าฯ ท่านก็มานั่งอยู่ ท่านผู้ว่าฯ ก็เพิ่ง เกษียณอายุราชการมาจากสุราษฎร์ธานี ท่านวิจิตร วิชัยสาร ขออภัยด้วยครับที่เอ่ย ชื่อท่าน ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งจาก คมช. มาเปึน สสร. และอีกท่านหนึ่งก็ขออภัยที่จำชื่อ ไม่ได้ ๒ ท่านเข้ามา ท่านก็เคยให้ความสําคัญกับท้องถิ่นมากที่อยู่สุราษฎร์ฯ เพราะท่าน ก็เปึ้นผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมก็เข้าไปจังหวัดตลอด และท่านก็ให้โอกาสที่ ส่วนท้องถิ่นหรือหัวหน้าส่วนราชการเข้าประชุมทุกเดือน ผมก็มีโอกาสที่จะนำเสนอ ในที่ประชุมของจังหวัดตลอดเวลา ขออภัยที่เอ่ยชื่อท่านและเอาเรื่องของจังหวัดมากล่าว ตรงนี้ ขออภัยด้วยนะครับ ฉะนั้นในหลายบทหลายตอน อย่างเช่นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาตรา ๒๘๕ วรรคสี่ กำหนดและบัญญัติไว้ว่า ท้องถิ่นให้อยู่ในวาระได้แค่ ๒ วาระ หรือ ๒ สมัย ตรงนี้ถ้าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเขียนกฎหมายหรือแก้ไขให้ สักหน่อยก็เปึ้นดี แล้วก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยครับ เปึนเรื่องใหญ่ ท่านเชื่อไหมว่าถ้า ๒ วาระ หรือ ๒ สมัย การทำหน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่นหรือของนายกฯ ทุกนายกฯ ทำหน้าที่ได้ ไม่เต็มที่เพราะวาระแรกหมดไป วาระ ๒ ก็ต้องหยุดแล้วหยุดพักอีกวาระหนึ่ง อันนั้นคือ ปัญหาเลยครับ อยู่ในวาระได้แค่ ๒ สมัยนี้เปึ้นเรื่องที่ยุ่งยาก และคนใหม่เข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ต้องมานับหนึ่งใหม่ เพราะคนใหม่มาผมเชื่อเหลือเกินว่าบางคนก็เข้ามาไม่รู้เรื่อง ผมพูดได้ อย่างนี้เลย อย่างท้องถิ่นหลายท้องถิ่นก็ต้องนั่งคลำไปประมาณ ๑ – ๒ ป้ หรือว่าใน สมัยหนึ่ง ๔ ป้ต้องอยู่อย่างนั้นหลาย ๆ ที่ ฉะนั้นการที่กฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ กำหนดไว้ว่า ให้อยู่ในวาระได้แค่ ๒ สมัย หรือ ๒ วาระ ตรงนี้คือประเด็นที่หนักมาก และยุ่งยากกับชาวบ้าน ชาวบ้านนี่ต้องไว้วางใจกับผู้ที่ทำหน้าที่ ขออภัยครับ ต้องทำหน้าที่ ให้กับชาวบ้านและชาวบ้านได้รับการตอบสนองที่ดี และนั่นคือสิ่งที่ท้องถิ่นได้ทำมาตลอด กฎหมายฉบับนี้ผมเข้าใจว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ กลัวว่าผู้ที่อยู่ในอํานาจ มากเกินไปจะมีอิทธิพล มีอํานาจสืบทอดต่อไป ไม่ใช่นะครับ ไม่เปึนจริงอย่างนั้น ผมเชื่อ เหลือเกินว่าคนที่ทำดีก็อยู่ได้ตลอด คนที่ทำไม่ดีก็อยู่ได้ไม่นานหรอกครับ ต้องไป ชาวบ้าน ตอนนี้หูตาสว่าง เมื่อทำไม่ดี ไม่ทำหน้าที่หรือไม่มีความรับผิดชอบ เมื่อชาวบ้านไม่ได้รับ ผลประโยชน์ ชาวบ้านไม่ได้รับความเปึนธรรม สมัยต่อไปไม่ว่าคุณจะมีอิทธิพลแค่ไหน มีญาติ พรรคพวกพี่น้องมากแค่ไหนชาวบ้านก็ไม่เลือกนะครับ ชาวบ้านก็ต้องเลือกคนที่ทำ หน้าที่ให้กับชาวบ้านและคนที่ทำหน้าที่ให้กับส่วนร่วม คนที่มีความจริงใจช่วยสังคม อย่างแท้จริง นั่นคือประเด็นที่ว่าอยากให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้แก้ไขให้ท้องถิ่น แล้วก็ในส่วนอื่น ๆ ผมก็เห็นว่าสมาชิกหลายท่านได้พูดไปหลายประเด็นและหลาย ๆ เรื่อง ผมก็จะไม่ซ้ําซ้อนและจะไม่พูดต่อนะครับ เพราะประเด็นของท้องถิ่นเมื่อกี้อย่างที่ผมนํา เรียนตอนต้นที่มีผู้พาดพิง ที่ผมขอใช้สิทธิในการถูกพาดพิงกล่าวไปแล้วว่า ได้มี ท่านนายกฯ จากสงขลาพูดไปแล้วก็คงจะไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน แล้วก็หลาย ๆ เรื่องผมก็จะ ไม่พูดต่อนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่าน สสร. ทุกท่านที่ให้ความสำคัญกับท้องถิ่น ที่ท่าน ได้เห็นท้องถิ่นเปึนองค์กรที่สําคัญ จริง ๆ อย่างที่ท่านคิดเพราะท้องถิ่นต้องอยู่กับ ประชาชน ต้องอยู่กับชาวบ้านตลอดและต้องคอยดูแลชาวบ้านทุก ๆ เรื่อง อย่างที่ผม นำเรียนตอนต้นว่าแม้แต่ไม้ขวางทางน้ำอยู่ก็ต้องโทรหานายกฯ แม้แต่ภรรยาของใคร ปวดท้องจะเข้าโรงพยาบาลต้องโทรหานายกฯ นี่เรื่องจริงครับท่านประธาน บ้านนอกเปึน แบบนี้นะครับ อาจจะในกรุงหรือว่าเมืองใหญ่ ๆ อาจจะไม่เหมือนกับต่างจังหวัด ปัญหา เล็กน้อยก็ต้องโทรหานายกฯ โทรศัพท์ตอนนี้เครื่องเดียวไม่พอแล้วท่านประธานครับ ต้อง ๒ – ๓ เครื่องเพื่อไว้รับให้ทัน อย่างผมประชุมอยู่ที่รัฐสภาแห่งนี้ต้องป่ดโทรศัพท์ ทั้ง ๒ เครื่อง ครับท่าน เกรงว่าเดี๋ยวชาวบ้านโทรมาอ้างว่าติดภารกิจเดี๋ยวชาวบ้าน จะน้อยใจเอา ก็ไม่เฉพาะแต่ผมครับ ทุก ๆ คนครับ ที่ทำหน้าที่เพื่อท้องถิ่น แต่ที่ผมพูดอย่างนี้ ไม่ได้หมายถึงว่าองค์กรอื่นหรือว่าองค์กรใด ๆ ไม่สำคัญ สำคัญหมดครับ แต่ผม มาในนามของท้องถิ่นก็ขอพูดเรื่องท้องถิ่นเพียงอย่างเดียวก่อน เรื่องอื่นผมก็จะ พูดต่อในโอกาสต่อไปนะครับ ถ้ามีโอกาส ขอขอบคุณท่านประธานมากนะครับ ขอบคุณมากครับ