สวิ่ง ตันอุด เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการเมืองไทย โดยลดอำนาจรัฐศูนย์กลางและเพิ่มอำนาจของประชาชน พร้อมเสนอระบบธรรมาภิบาล ระบบตรวจสอบ และสังคมสมดุล นอกจากนี้ยังเสนอการสร้างการเมืองภาคพลเมืองให้เข้มแข็ง โดยการสร้างประชาธิปไตยทางตรงให้กับประชาชน และจัดตั้งกองทุนเพื่อตรวจสอบรัฐโดยตรง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สวิ่ง ตันอุด สสร. ครับ ผมมีอยู่ ๒ – ๓ ประเด็นครับ ที่อยากจะนําเรียนไว้สําหรับที่จะเปึนกรอบในแง่ของ รัฐธรรมนูญนะครับ ผมคิดว่าที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าความล้มเหลวทางด้านการเมือง ของเราเองก็เกิดขึ้นจากการที่เราสร้างอํานาจรัฐศูนย์กลางหรือส่วนกลางมากเกินไป ทําให้ระบบทั้งหลายรวนไปหมด สิ่งที่เราจะต้องทํากันต่อไปในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้นะครับ ผมคิดว่าทําอย่างไรเราถึงจะชูธงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ชัดเจน ก็คือชูธง ว่าด้วยเรื่องของการลดอํานาจรัฐส่วนกลางให้เล็กลง แล้วเพิ่มอำนาจของประชาชน ให้มากยิ่งขึ้น สร้างระบบธรรมาภิบาล ระบบตรวจสอบ แล้วก็สังคมสมดุลให้เกิดขึ้น ผมคิดว่าถ้าเรา สามารถที่จะสร้างกรอบ หรือธงในเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ให้ชัดเจน เนื้อหา ทั้งหลายในรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า ผมคิดว่าก็จะเปึนความหวังสำหรับประชาชน ได้ ทีนี้ที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าคนที่เปึ้นนักการเมืองก็ดี คนที่เข้ามาเล่นการเมืองก็ดี เข้ามาบางที่ต้องการที่จะมาดำเนินการธุรกิจทางการเมือง ธุรกิจทางการเมืองอันนี้เอง เรา ก็จะเห็นได้ชัดว่าลงทุนต่ำเสี่ยงต่ำ แต่รายได้หรือผลประโยชน์ตอบแทนสูง ถ้าเปึนธุรกิจ แบบนี้ใคร ๆ ก็อยากจะเข้ามาทางการเมือง เพราะว่าเปึนการลงทุนต่ำเสี่ยงต่ำด้วย คำว่า เสี่ยงต่ำ ในความหมายก็คือว่าจะกินอย่างไรก็แล้วแต่แต่ว่าตัวเองสามารถที่จะปัองกัน ตัวเองได้สังคมไม่ลงโทษ หรือมีระบบตรวจสอบที่ไม่เพียงพอ ดังนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับต่อไป ทำอย่างไรเราถึงจะทำให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงการเมืองได้ โดยที่ลงทุนต่ำ เสี่ยงสูงครับ เสี่ยงสูงในความหมายนี้ก็คือว่าเราจะต้องสร้างระบบในแง่ของการตรวจสอบ จริยธรรม คุณธรรม ถ้าเขาพลาดนิดเดียวก็หมายความว่าเขาก็หมดโอกาสอนาคตทาง การเมืองของเขาได้ แล้วก็ที่นี่ไม่น่าจะเปึ้นพื้นที่มาสร้างผลประโยชน์ใด ๆ ซึ่งผมคิดว่า ถ้าเราสามารถที่จะยึดรูปแบบ แล้วสร้างธงในเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนี้ได้ ก็จะเปึ้นเรื่อง ที่ดี ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะพูด ๒ – ๓ ประเด็นนี้นะครับ ก็คือว่า ๑. เรื่องของทางด้าน กลุ่มเนื้อหาทางด้านรัฐธรรมนูญ เราทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีอยู่ ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกก็คือ ความสัมพันธ์ของนักการเมือง ระบบของการเมืองทั้งหลาย ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ก็ว่าไป อันที่ ๒ กลุ่มว่าด้วยระบบขององค์กรอิสระ ระบบตรวจสอบ นี่คือกลุ่มที่ ๒ แล้วกลุ่มที่ ๓ ก็คือกลุ่มว่าด้วยการเมืองภาคพลเมือง ซึ่งผมคิดว่าผมอยากจะอภิปรายประเด็นนี้ เปึ้นน้ําหนักที่สำคัญ เพราะว่าจริง ๆ แล้วถ้าเราสร้างฐานของการเมืองภาคพลเมือง ไม่ได้ชัดเจน ไม่ได้เข้มแข็ง ผมคิดว่าเราก็ยังอ่อนแอต่อไปในทางการเมืองบ้านเรา ทีนี้ ประเด็นเรื่องนี้ก็คือว่าทําอย่างไรเราถึงจะสร้างการเมืองภาคพลเมืองให้เข้มแข็ง สิ่งที่ สำคัญก็คือว่าทำอย่างไรเราถึงจะสร้างประชาธิปไตยทางตรงให้กับประชาชนได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งผมคิดว่าอันนี้สำคัญ ประชาชนเองผมคลุกคลี่อยู่กับเขา ผมเข้าใจดีว่าเขาไม่ต้องการ ออกมาเดินข้างถนนหรอกครับ เขาไม่ต้องการที่จะเดินตั้งแต่ด้อยเชียงดาวมาถึง หน้าทำเนียบ เพื่อที่จะเรียกร้องกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งหรอกครับ เพราะว่านั่นมันร้อน นั่นมันเหนื่อย นั่นมันหิว แต่ว่าโอกาสในทางสังคม โอกาสทางโครงสร้างทางสังคมไม่เป่ด โอกาสให้เขา ทําอย่างไรเราถึงจะทําให้โอกาสต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับเขามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาธิปไตยทางตรง ผมคิดว่ามีหลายเรื่องนะครับที่เราอาจจะต้องมา พิจารณากัน แล้วฝากไว้ให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ เอาไปพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมคิดว่าถ้าเราสร้างระบบเรื่องเกี่ยวกับองค์กรอิสระทั้งหลายนี่ให้ชัดเจน มีระบบ ตรวจสอบให้มากยิ่งขึ้น แล้วปลอดจากการเมืองได้แล้ว อีกอันหนึ่งก็คือว่าทำอย่างไรเรา ถึงจะให้ประชาชนมีช่องทางในการที่จะฟัองผู้มีอำนาจได้โดยตรงด้วย ผมคิดว่าอันนี้ ทำอย่างไรถึงจะเป่ดช่องให้ประชาชนฟัองผู้ที่ดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับประเทศชาติ บ้านเมืองให้เสียหายให้มีโอกาสช่องทางนี้มากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมากฎหมายมักจะป่ดกั้น บอกว่าประชาชนไม่ได้เปึนผู้ที่เสียหาย ทั้ง ๆ ที่ประชาชนเปึ้นผู้ที่เสียภาษี ทำอย่างไร รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถึงจะกําหนดเรื่องนี้ไว้ว่าประชาชนทุกคนผู้เสียภาษีทุกคนเปึ้นผู้เสียหาย ในการที่จะฟัองผู้มีอํานาจทั้งหลายได้ด้วย ซึ่งผมคิดว่านี่คือประเด็นหนึ่งในการที่จะเป่ด ช่องทางในเรื่องเกี่ยวกับประชาธิปไตยทางตรง
ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าสิ่งที่เปึนปัญหาสำหรับภาคประชาชนนี่ก็คือว่าเวลา จะฟัองผู้มีอำนาจใดก็ตาม ฝ์ายกฎหมายของประชาชนไม่มี ทำอย่างไรเราถึงจะมี กฤษฎีกาภาคประชาชนเกิดขึ้น นั่นก็คือนักกฎหมายกลุ่มกฏหมายที่เปึ้นที่ปรึกษาของ ประชาชน แล้วสามารถที่จะเปึ้นอิสระในการที่จะให้คำปรึกษา หรือกฤษฏีกาที่จะทำให้ ประชาชนได้เข้าไปมีสัดมีส่วนในการที่จะฟัองร้องผู้มีอํานาจได้โดยตรง ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ สำคัญ ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาเราก็ต้องทำกันเองว่าสภาทนายความบ้าง กลุ่มนั้นกลุ่มนี้บ้างเข้ามา ช่วย แต่ว่าทำอย่างไรถึงจะสร้างระบบนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะเพิ่มอำนาจให้กับประชาชนมาก ยิ่งขึ้น อันนี้คือเรื่องที่สําคัญนะครับ
อันต่อมาประเด็นที่ประชาชนลำบากมากที่สุด นั่นก็คือเวลาเคลื่อนไหว ทางการเมือง เวลาฟัองร้องรัฐก็ดี เวลาฟัองร้องหน่วยงานก็ดีที่จะทำความเสียหายให้กับ ประเทศชาติ ไม่มีกองทุนที่จะเข้ามาสนับสนุนเข้าในการที่จะดําเนินการเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้สามารถที่จะจัดตั้งกองทุนให้กับประชาชนในการที่จะตรวจสอบรัฐได้ โดยตรงหรือไม่ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ต้องทําครับ เพราะไม่เช่นนั้นเองนี่นะครับ พอนักการเมือง ก็ดี ใครก็ดีเข้ามามีหุ้นแล้วครอบคลุมหมดทุกอย่างกลไกลทั้งหลาย องค์กรทั้งหลายเปึน ของรัฐแล้วก็นักการเมืองทั้งหมด ผมคิดว่าภาคเอกชนก็เสียหายอยู่ดี อันนี้ก็คือการเมือง โดยตรงที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจจะต้องสร้างขึ้น
ประการต่อมาครับท่านประธาน ผมคิดว่าอันนี้ก็เปึนเรื่องที่สำคัญก็คือว่า เราเคยมีกฎหมายประวัติศาสตร์ ๕๐,๐๐๐ รายชื่อในการที่จะร่างกันขึ้นมา เรื่องเกี่ยวกับ กฎหมาย พ.ร.บ. ป์าชุมชน ๑๘ ป้ ที่เคลื่อนไหว พ.ร.บ. ป์าชุมชน ตอนนี้ก็ยังไม่สำเร็จที่ ท่านสมาชิกบางท่านอภิปรายไปแล้ว มติของประชาชน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ไม่มีความหมาย นะครับ ทําอย่างไรเราถึงจะทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับผูกพันมติของประชาชนให้มี ความสำคัญ ไม่ได้หมายความว่าประชาชนร่างขึ้นมาฉบับหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นเข้ามาที่ สภา หลังจากนั้นกระบวนการอะไรทั้งหลายเละหมดเลย ไม่เหมือนกับเปึนร่างเดิมที่ ประชาชนได้ขึ้นมา เรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ทั้งหลาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีหลักประกันเรื่อง เกี่ยวกับความผูกพันประชามติหรือมติของประชาชนนี้ได้อย่างไรรวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับ ๕๐,๐๐๐ รายชื่อทั้งหลายที่ผ่านมา มีคนเคยคำนวณว่าต้องใช้เงินประมาณ ๒ ล้านกว่า บาทเสียด้วยซ้ำไปในการที่จะทำ ๕๐,๐๐๐ รายชื่อด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ประชาชนไม่มีเงิน ขนาดนั้นหรอกครับ ประเด็นก็คือว่าทําอย่างไรเราถึงจะทําให้เรื่องนี้มันง่ายกว่านี้นะครับ เรื่องซีรอกซ์ (Xerox) บัตรประชาชน เรื่องอะไรทั้งหลายใช้เงินทั้งสิ้นครับในการที่จะ ดำเนินการเรื่อง ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ต้องฝากให้กับคณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ พิจารณาเรื่องนี้ให้สำคัญเลยนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้เปึนประชาธิปไตยทางตรงที่ ประชาชนนี่นะครับจะเข้าถึงตรวจสอบอํานาจรัฐได้โดยตรง รวมทั้งนะครับผมคิดว่าเรื่องนี้ ก็สําคัญ
อันต่อมาก็คือว่าทำอย่างไรเราถึงจะประกันการเรียกคืนตำแหน่งทางการ เมืองได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ช่วยกันคิดหน่อยก็แล้วกันนะครับ เพราะว่าบางทีนี่นะครับ ตำแหน่งทางการเมืองที่ผ่านมาพอหลังจากที่ประชาชนหย่อนบัตรแล้ว ก็หมายความว่า ก็แล้วแต่คุณว่าจะเอาอย่างไร แต่ถึงที่สุดทำอย่างไรถึงจะทำให้ถอดถอนตำแหน่งทาง การเมืองทั้งหลายได้ ถ้าหากว่าเขามีความผิดเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าอันนี้คือเรื่องที่ อยากจะฝากไว้นะครับให้กรรมาธิการยกร่างฯ
อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญซึ่งผมคิดว่าเปึนประเด็นหัวข้อใหญ่ที่ผมอยากจะ พูดถึงก็คือเรื่องของการกระจายอำนาจ หลายท่านได้พูดไปแล้ว รวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับการ สร้างชุมชนท้องถิ่น เรื่องเกี่ยวกับการสร้างอำนาจท้องถิ่นนี่นะครับ ให้เข้มแข็ง ถ้ารากฐาน ต่าง ๆ เหล่านี้ไม่เข้มแข็ง ผมคิดว่าอย่างไรประชาธิปไตยเราก็ไม่เข้มแข็งอยู่ดีนะครับ สิ่งที่ สำคัญก็คือว่าตอนนี้นะครับโครงสร้างหรือระบบบางอย่างที่ใช้จากส่วนกลางเข้าไป จัดระบบให้กับชุมชน แล้วตอนนี้ทำให้ชุมชนขัดแย้งกัน ผมเชื่อได้เลยครับท่านสมาชิก ทั้งหลายที่อยู่ในพื้นที่นี่ลงไปในตำบลทั้งหลายนี่นะครับ ที่มีการเลือก อบต. ก็ดี เลือกอะไร ทั้งหลายก็ดี เห็นได้ชัดเลยว่าก่อความขัดแย้งเต็มไปหมดครับ พอจะสามัคคีกันที่ ๔ ป้ ก็กลับมาขัดแย้งกันต่อ ในหมู่บ้านกลายเปึน ๒ พรรค ๒ พวก พวกที่ได้นายกฯ ก็ดี พวกที่ ไม่ได้นายกฯ พวกที่ได้ อบต. ไม่ได้ อบต. ก็เพราะว่าเราสร้างระบบนะครับ เรื่องเกี่ยวกับ การเมืองของเรา โดยใช้การเมืองส่วนกลางเข้าไปสวมกับท้องถิ่น อย่างนี้มันก็ขัดแย้ง เหมือนกัน ดังนั้นเรื่องอย่างนี้ผมคิดว่าอยากจะให้ทบทวนก็คือว่า ไม่รู้ละครับเราอาจจะ ต้องคิดกันให้หนักขึ้นกว่านี้ก็คือว่าทําให้ระบบท้องถิ่นมีอิสระในการที่จะดูแลตัวเองและ จัดการตัวเองทำได้อย่างไร โดยที่ไม่ใช้วิธีเดียวหรือระบอบเดียว ผมคิดว่าที่ทางภาคใต้นี่ นะครับ สภาซูลอ สภาอะไรทั้งหลายของเขาเองที่เขามีอยู่เขาก็จัดการตัวของเขาเองได้ ตรวจสอบระบบอะไรต่าง ๆ ของเขาเองได้ ทําอย่างไรเราถึงจะทําให้เรื่องนี้มีความ หลากหลายมากกว่าระบบเดียว ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เราอาจจะต้องอภิปรายกันหนักในระบบ ของรัฐธรรมนูญที่จะทําให้ท้องถิ่นเปึ้นอิสระและจัดการตัวเองได้ นี่ก็เปึ้นเรื่องที่จะต้องฝาก ไว้นะครับในกรอบความคิดของรัฐธรรมนูญ
ประเด็นต่อมาสิ่งที่เปึนปัญหา ผมคิดว่าสมาชิกบางท่านได้อภิปรายไปแล้ว นั่นก็คือเรื่องเกี่ยวกับการที่จะทำให้ประชาชนสามารถที่จะเรียนรู้เรื่องการเมือง เราจะ ทําให้เกิดสถาบันพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองขึ้นมาได้หรือไม่ โดยทําให้รัฐสนับสนุนทุน สนับสนุนกระบวนการต่าง ๆ ที่ผ่านมาเราเองเราก็ผิดพลาด ไม่รู้ผิดพลาดหรือเปล่า ป้ ๒๕๔๐ เราให้ทุนพรรคการเมืองไปดำเนินการทางการเมือง แต่เราไม่เคยให้ทุน ประชาชนไปดำเนินการทางการเมืองครับ เราจะสร้างสถาบันการเมืองภาคพลเมืองให้ ประชาชนสามารถที่จะใช้งบประมาณภาษีของเขาได้ในการที่จะไปดำเนินการทางการ เมืองภาคพลเมืองได้หรือไม่ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ต้องเอาให้ชัดครับ ถ้าไม่เช่นนั้นระบบ ในแง่ของการเมืองของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งท้องถิ่นไม่เข้มแข็งแน่นอน ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ คือเรื่องที่สำคัญ ประเด็นต่อมานะครับท่านประธาน สิ่งที่เปึนปัญหามาโดยตลอด ผมอยู่ จังหวัดใหญ่จังหวัดหนึ่ง มีโครงการใหญ่ ๆ ลงไปเต็มไปหมด เมกะโปรเจคท์ (Mega project) ทั้งหลายเต็มไปหมด โครงการใหญ่ ๆ ที่ผ่านมาทำอย่างไรถึงจะให้ประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วมในการที่จะพิจารณาโครงการร้อยล้าน สองร้อยล้าน หรือพันล้านที่ลงไป อันนี้ระบบที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะเขียนไว้ แต่ว่าถึงที่สุดเองนี่นะครับประชาชนก็ไม่มีส่วนรับรู้ ในเรื่องนี้ คิดให้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในแง่ของ โครงการใหญ่ ๆ ที่จะไปมีผลกระทบกับเขา ผมคิดว่าอันนี้คือเรื่องที่สำคัญ เรื่องต่อมา นะครับท่านประธาน ผมคิดว่าเมื่อกี้ท่านสมาชิกบางท่านได้พูดไปแล้ว นั่นก็คือว่า ทำอย่างไรถึงจะสร้างองค์กรคู่ขนานร่วมกับ อบต. ขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาองค์กร ชุมชนทั้งหลาย เราจะต้องรับรองสภาองค์กรหรือชุมชนทั้งหลายให้เกิดขึ้นมาเพื่อที่จะ ทํางานควบคู่กันไป ไม่ได้ไปสร้างระบบตรวจสอบอะไร ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เราอาจจะต้องคิด และพิจารณาต่อไป ประเด็นอันต่อมาผมก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิกบางท่านก็คือว่าเรื่อง การทําสัญญาสนธิสัญญาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผ่านมาเรามีปัญหา มาโดยตลอด ก็คือว่าประชาชนไม่ได้เข้ามามีส่วนรับรู้ในเรื่องนี้ กำหนดไว้ให้ชัดเจนได้ไหม ครับว่าถ้าใครทําสัญญาสนธิสัญญาเรื่องการค้าใด ๆ ทั้งหลาย ให้รัฐสภาก็ดี และ ประชาชนก็ดีได้เข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ทำให้ชัดเจน ไม่ใช่บอกว่าเปึ้นเพียงแค่นโยบาย แล้วก็ทําได้เลย ซึ่งผมคิดว่าอันนี้คือเรื่องที่สําคัญ รวมทั้งการที่จะสร้างองค์กรอิสระอื่น ๆ เกิดขึ้น ซึ่งผมคิดว่าองค์กรเรื่องเกี่ยวกับผู้บริโภคก็ดี สภาเกษตรกรก็ดี สภาเยาวชนก็ดี รวมทั้งองค์กรอื่น ๆ ซึ่งผมคิดว่าจะต้องถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญนะครับ ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้สําคัญ ที่ผ่านมาเราจะเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไร ก็แล้วแต่ ให้สวยงามอย่างไรก็แล้วแต่ครับท่านประธาน แต่ว่าเราก็ไปตกหลุมพรางอยู่ อันหนึ่ง ก็คือว่าด้วยเรื่องตามที่กฎหมายกำหนด ตามที่กฎหมายกำหนด จะเขียนไว้ สวยหรูอย่างไรก็ตามแต่พอไปดูที่ตามที่กฎหมายกำหนด เสร็จเลยครับ เราจะเขียน สักบทหนึ่งหรือมาตราหนึ่งได้หรือไม่ อันนี้ผมไม่ทราบนะครับ นั่นก็คือว่าบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญเปึ้นบทบัญญัติทางกฎหมาย นั่นหมายความว่าศาลถ้าจะเอาไปพิจารณา ในเรื่องนี้ต้องใช้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเปึ้นตัวตั้งด้วย เท่าที่ผมติดตามมาก็คือมีอยู่ ครั้งเดียวที่ศาลปกครองเอาไปใช้พิจารณาเรื่องเกี่ยวกับทางด้าน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๐ ประชาชนชัดเจนเลยว่ามีสิทธิ มีส่วนในการที่จะมีคลื่นวิทยุ มีคลื่นต่าง ๆ ของตัวเอง พอไปถึงขั้นศาลปรากฏว่าศาลไม่ได้ใช้รัฐธรรมนูญเปึ้นตัวในการที่จะไปไตร่ตรองพิจารณา โดยไปมองที่ตามที่กฎหมายกําหนด ดังนั้นถ้าเราเขียนให้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญเปึน บทบัญญัติทางกฎหมาย เอาให้ชัดไปเลยว่าถ้าจะพิจารณาต้องคำนึงถึงบทบัญญัติแห่ง รัฐธรรมนูญ ซึ่งผมคิดว่าจะทําให้เราประกันเรื่องเกี่ยวกับหลุมพร่างที่เราเคยตกมาแล้ว ก็คือเรื่องเกี่ยวกับตามที่กฎหมายกำหนด ขอฝากไว้เท่านี้ครับท่านประธาน