สมเกียรติ รอดเจริญ หารือเรื่องปัญหาค่าแรงขั้นต่ำและระบบแรงงานสัมพันธ์ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการคุ้มครองแรงงานและประกันสังคม รวมทั้งการสนับสนุนสหภาพแรงงาน
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผม สมเกียรติ รอดเจริญ สสร. ภาคแรงงานและรัฐวิสาหกิจนะครับ ในภาคแรงงานและรัฐวิสาหกิจ ก็มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากมายพอสมควร ภาครัฐวิสาหกิจผมก็มีอยู่ ๓ แสนกว่าคน ภาคแรงงานทั่ว ๆ ไปก็ ๔ ล้านคนเศษ ในจำนวน ๔ ล้านกว่า ๆ นี่นะครับก็เปึ้นสิ่งที่ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หมวดที่ ๕ แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา ๘๖ ได้ตราไว้ แต่ตราไว้กว้าง ๆ มาตรา ๘๖ เขาบอก รัฐต้องส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานมีงานทำ คุ้มครองแรงงาน โดยเฉพาะ แรงงานเด็กและแรงงานหญิง จัดระบบแรงงานสัมพันธ์ การประกันสังคม รวมทั้ง ค่าตอบแทนแรงงานให้เปึ้นธรรม อันนี้ค่อนข้างจะชัดเจนนะครับ ทุกวันนี้คงหาความ เปึ้นธรรมในระบบแรงงานในภาคส่วนเอกชนค่อนข้างจะยาก ทั้ง ๆ ที่ทุกวันนี้มีการรณรงค์ ในการที่จะหาค่าแรงขั้นต่ำกัน ค่าแรงขั้นต่ำทุกวันนี้ค่อนข้างที่จะพูดถึงความเปึ้นจริง ในระบบเศรษฐกิจแล้วก็ไม่สอดคล้องกันเท่าไรนัก และจะขอเพิ่มแต่ละครั้ง แต่ละหน ค่อนข้างจะดูแล้วน่าเกลียดน่าชัง ได้เพิ่มทีละบาท ๒ บาท อะไรลักษณะแบบนี้นะครับ ความเปึนธรรมที่ว่านี่ค่อนข้างที่จะหายาก เพราะว่าในการพิจารณาทางด้านค่าแรงภาค แรงงานคงไปคำนึงถึงภาคส่วนของนายจ้างเสียส่วนมาก ว่านายจ้างจะอยู่ได้ไหม แต่ไม่คำนึงว่าลูกจ้างจะอยู่ได้ไหม ถ้าเผื่อคำนึงตรงนี้เสียหน่อยให้เกิดความพอเหมาะพอดี ทางภาคแรงงาน แรงงานของเรา ๔ ล้านกว่าคนก็คงจะอยู่ได้อย่างอยู่รอดปลอดภัย แล้วก็ มีความเปึนอยู่ที่ดีขึ้นในปัจจุบันนี้ อีกหลาย ๆ เรื่องหลาย ๆ ราวที่มองเห็นอยู่ชัดเจนที่เปึน ประเด็นปัญหาของภาคแรงงาน อย่างเช่น การจ้างแรงงานนอกระบบ ก็คือพวกเรารณรงค์ กันอยู่ว่าขณะนี้โรงงานหนึ่ง สมมุตินะครับ โรงงานหนึ่งทำผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์หนึ่งแทนที่ จะจ้างแรงงานเข้าสู่ระบบเปึนลูกจ้างของโรงงาน เปึ้นลูกจ้างประจำ ลูกจ้างรายเดือนหรือ อะไรก็แล้วแต่ เดี๋ยวนี้ไม่ทำ เอาชิ้นงานไปจ้างข้างนอก งานเปึนจ๊อบ ๆ (Job) ไป งานเปึน ส่วน ๆ ไป สิทธิสวัสดิภาพคนพวกนี้ค่อนข้างที่จะลำบาก เพราะว่าเมื่องานจบก็จบ งานมี เมื่อไรถึงจะได้รับค่าจ้าง และก็ได้มีงานทำ หลักประกันทางด้านนี้มันไม่มี ดังนั้นเมื่อไม่มี มันก็ไปเกี่ยวพันกับคำว่า การคุ้มครองแรงงานและการประกันสังคม ซึ่งทุกวันนี้ ถ้าเผื่อไม่ มีนายจ้างทั้ง ๆ ที่มีบทบัญญัติบอกไว้แล้วว่า ถ้าเผื่อนายจ้างคนใดมีลูกจ้างแม้แต่คนเดียว ก็ให้เข้าสู่ระบบประกันสังคม แต่ถ้าเผื่อออกนอกระบบแบบนี้การประกัน มันก็ไม่มี กรอบ ทางด้านแรงงานอันนี้ค่อนข้างที่จะหมิ่นเหม่ต่อความเปึนอยู่ของแรงงานเกือบ ๔ ล้านคน ซึ่งขณะนี้อันตรายมาก แล้วก็มาตรานี้ก็พยายามที่จะโยงไปให้เห็นถึงระบบแรงงาน สัมพันธ์ ระบบแรงงานสัมพันธ์ก็คือมีการเจรจากันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง แต่ทุกวันนี้ รัฐมิได้เข้าไปคุ้มครองในส่วนนี้ แม้กระทั่งเปึนข้อตกลงของมวลสมาชิก ภาคีสมาชิกที่เปึน สมาชิกขององค์กรแรงงานโลก ไอแอลโอ (ILO) ของเราเปึนประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่เรา ยังไม่ดำเนินการตามข้อตกลงข้อที่ ๘๗ และข้อ ๙๘ ข้อที่ ๘๗ ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพในการ รวมตัว อันนี้ยังไม่ไปดําเนินการจัดการ กับข้อที่ ๙๘ สิทธิในการเจรจาต่อรองร่วมกัน ระหว่างผู้แทน ลูกจ้าง นายจ้าง โดยไม่ต้องการให้ภาครัฐมาเปึ้น ส่วนที่ ๓ ทําไมถึงมี เหตุผลแบบนั้นนะครับ เพราะว่าภาครัฐเข้าให้มาเปึนกรรมการกลางระหว่างลูกจ้างกับ นายจ้าง แต่ข้อเท็จจริงจริง ๆ ปัจจุบันมันหากลางลำบากครับ บางครั้งมันต้องตัดสินใจที่ จะเข้าทางลูกจ้างหรือจะเข้าทางนายจ้าง แล้วถ้านึกถึงภาพดูครับ ท่านประธาน ว่าภาครัฐ เราเคยเข้าทางด้านลูกจ้างไหมครับ ถ้าเผื่อเข้านะครับ รับรองไม่มีม็อบ (Mob) มาอยู่หน้า กระทรวง อันนี้เปึนประเด็นปัญหาที่เราต้องน่าจะหาทางที่จะออกกฎหมายตีกรอบมา ให้กับข้อนี้ ก็พยายามอยากจะเห็นในภาคส่วนของแรงงานว่า อยากให้เขียนว่ารัฐต้อง คุ้มครองผู้ก่อการ ก่อตั้งหรือจัดตั้ง พวกสหภาพ สมาคม สหพันธ์ หรือกลุ่มต่าง ๆ ของ แรงงานเพื่อจะได้ดำเนินการไปในภาคส่วนแห่งแรงงานสัมพันธ์ที่ดี เพราะทุกวันนี้เกือบทุก ที่ของแรงงาน ถ้าเผื่อว่าที่ใดยังไม่มีสหภาพ ถ้าเผื่อจะจัดตั้งสหภาพแป็บเดียวคนที่เปึน ผู้ก่อการในการที่จะจัดตั้งมีการที่จะอัญเชิญออกจากงานเสียแล้วครับ อันนี้อันตราย เพราะว่ามันไม่มีการคุ้มครอง ก็อยากจะเห็นการคุ้มครองที่แท้จริง แรงงานหรือลูกจ้าง จะได้กล้าที่จะออกมารวมตัวกัน เพื่อจะจัดกระบวนการแรงงานให้เข้มแข็งสำหรับมีการต่อรองในสิทธิประโยชน์ของเขา กรอบกว้าง ๆ ในด้านของมาตรา ๘๖ นะครับ ส่วนมาตรา ๘๗ มันเกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจขณะนี้ทุกวันนี้เปึนประเด็นปัญหาอยู่กับพวกเรานะครับ มาตรา ๘๗ รัฐต้อง สนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีโดยอาศัยกลไกตลาด กำกับดูแลให้มีการแข่งขัน อย่างเปึนธรรม คุ้มครองผู้บริโภคและปัองกันการผูกขาดตัดตอนทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ควบคุมธุรกิจที่ไม่สอดคล้อง กับความจำเปึ้นทางเศรษฐกิจ และต้องไม่ประกอบกิจการแข่งขันกับเอกชน เว้นแต่ มีความจำเปึ้นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ รักษาผลประโยชน์ส่วนร่วม หรือการจัดให้มีการสาธารณูปโภค มาตรานี้ครับเปึนมาตราที่นำไปสู่การออก พระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจป้ ๒๕๔๒ พระราชบัญญัติทุนตอนนี้พูดตรง ๆ ก็คือเปึน พระราชบัญญัติที่เปึ้นเครื่องมือสำหรับที่จะนำทรัพย์สมบัติของชาติซึ่งเปึ้นรัฐวิสาหกิจ ทุกรัฐวิสาหกิจนะครับ ซึ่งประชาชนทั่วไปเปึ้นเจ้าของ และรัฐเปึ้นเจ้าของ ไม่ใช่รัฐบาล นะครับ รัฐเปึ้นเจ้าของนะครับ ทรัพย์สมบัติของชาติเหล่านี้ และประชาชนทั่วไปผู้เสียภาษี เปึ้นเจ้าของ เปึนเครื่องมือที่จะนำทรัพย์สมบัติของชาติเหล่านี้ไปแปรเปลี่ยนเปึนทุนเข้าสู่ ระบบการตลาดนะครับ ออกพระราชกฤษฎีกายกเลิกพระราชบัญญัติซึ่งมันผิดปกติ เอากฎหมายระดับลูก ระดับหลานไปลดระดับพ่อ มันอย่างไรก็ไม่รู้ ดูท่าทางมันขัด ๆ พิกล แต่ไหน ๆ มันออกมาแล้ว ผีถึงป์าช้าก็ทำกันไป แล้วก็พยายามที่จะดำเนินการจริง ๆ จะให้รัฐวิสาหกิจซึ่งเปึ้นทรัพย์สมบัติของพวกเราประชาชนทุกคนไปเปึนทรัพย์สมบัติ ของคนอื่นโดยวิธีแปลงสภาพเปึ้นทุนแล้วจดทะเบียนบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ก็มาซื้อขายกัน ปัจจุบันนี้ยุ่งอีนุ่งตุงนั่ง สิงคโปร์นี่นะครับ ขออนุญาตเถอะครับ พาดพิงไปถึง ก็ถ้าเผื่ออย่างไรก็ขออภัยด้วย ก็ไปจนถึงเทมาเส็ก (Temasek) ทั้งหลายมัน เปึ้นเรื่องยุ่งมาถึงปัจจุบันนี้เพราะ พ.ร.บ. อันนี้นะครับ มาตรานี้มันเป่ดไว้สำหรับพวกเรา ซึ่งบอกภาษาทั่ว ๆ ไป จะเขียนกติกาให้นักมวยชกกันโดยไม่มีกฎกำหนดให้ดูที่น้ำหนัก นะครับ ให้เรามวยระดับ ๑๑๐ ป้อนด์ ชกกับระดับเฮฟวี่เวท์ (Heavy weight) ในกติกา เดียวกัน ยังไม่ต้องชกหรอกครับ ขึ้นไปแบกนวมแล้วเราก็แพ้แล้วครับ อันนี้ไม่สมควรที่จะ มองเห็นอยู่ในกฎหมายของเรา ในรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นในป้ ๒๕๕๐ นี้นะครับ ถ้าเผื่อว่า เปึ้นไปได้ก็อยากจะให้มันชัดเจนไปเลยนะครับในส่วนของรัฐวิสาหกิจนี้ ในช่วงนี้นะครับ มันเปึนช่วงที่ลึกลงในรายะเอียดคงจะลำบาก ผมขอเอาภาพกว้าง ๆ กรอบกว้าง ๆ ไว้ใน ระดับนี้ก่อนนะครับ ก็อยากจะเห็นนะครับว่ามีการตราลงไปเลยนะครับว่า รัฐวิสาหกิจที่ เปึ้นสาธารณูปโภค สาธารณูปการ หรือความมั่นคงของชาตินะครับ ต้องเปึนของรัฐและ ไม่นำไปแสวงประโยชน์ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน