สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๔ · ๒๓ มกราคม ๒๕๕๐

พิเชียร อํานาจวรประเสริฐ เสนอแนวทางความคิด 10 ประการ เพื่อประกอบการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นความสมดุลของอำนาจทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสมดุลระหว่างฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ และฝ่ายประชาชน เพื่อให้ประชาธิปไตยสามารถถ่วงดุลกันเองและไม่ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการเพิ่มอำนาจให้ภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบ ติดตาม ถ่วงดุล และลงโทษฝ่ายการเมืองที่กระทำผิด รวมทั้งการกระจายอำนาจสู่ประชาชน ให้มีสิทธิและเสียงในการตัดสินใจ และเรียกร้องการสร้างกลไกการพัฒนาการเมืองภาคประชาชน

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญที่รักทุกท่าน เพื่อนสื่อมวลชน พี่น้องประชาชนที่รอรับฟังอยู่ทางบ้าน นะครับ กระผมรู้สึกยินดี แล้วก็เปึนเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาทํางานในหน้าที่ของสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ กระผมคิดว่าวันนี้จะเปึนวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ ที่จะจารึกไว้ว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้เสนอแนวทางและความคิดเห็นเพื่อ ประกอบการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติและ ประชาชน กระผมใคร่ขอเสนอ อาจจะเรียกว่าเปึนแนวทางความคิด ๑๐ ประการ เพื่อ ประกอบการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ

ประการที่ ๑ กระผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้น่าจะมีการลดอํานาจรัฐ มิให้เข้มแข็งจนเกินไป เพราะนี่เปึนประเด็นใหญ่ที่สุดที่ก่อให้เกิดวิกฤติทางการเมืองที่ผ่าน มา คือเราไปสร้างรัฐบาลที่ โอเวอร์ เพาเวอร์ (Over power) มีความเข้มแข็ง มีเสถียรภาพ จนเกินไป จนทำให้พี่น้องประชาชนไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลนั้น ๆ ได้ เมื่อเปึ้นดังนั้น แล้วก็ก่อให้เกิดการกระทําผิด แล้วก็การทุจริตคอร์รัปชั่นต่าง ๆ ตามมามากมาย กระผม อยากจะเห็นความสมดุลของอํานาจทางการเมือง คําว่า ความสมดุลของอํานาจทาง การเมือง หรือที่เรียกว่า บาลานซ์ ออฟ เพาเวอร์ (Balance of power) ของฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายตุลาการ และอยากจะให้เพิ่มอีกฝ์ายหนึ่งคือฝ์ายประชาชน จะขอ อนุญาตว่าให้มีความสมดุลทางการเมืองของทั้ง ๔ ฝ์าย ในการร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมา ตรงนี้จะเปึนประโยชน์ต่อส่วนร่วมอย่างยิ่ง อย่าให้อำนาจฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งมีมากจนเกินไป เพราะว่านักปรัชญาในอดีตอย่างท่านมองเตส กิเออร์ ของฝรั่งเศส ก็บอกไว้แล้วว่า ประชาธิปไตยถ้ามีความสมดุลก็จะถ่วงดุลกันเอง แล้วก็จะไม่ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า มิสคอนดักต์ (Missconduct) หรือว่าพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

ข้อที่ ๒ นะครับ ขอให้เพิ่มอำนาจให้ภาคประชาชนให้มากขึ้นเพื่อเข้าสู่จุด สมดุล เพราะว่าขณะนี้อํานาจของภาคประชาชนมีน้อยเกินไปครับท่านประธาน อํานาจ ของประชาชนในการที่จะตรวจสอบ ติดตาม ถ่วงดุล และลงโทษฝ์ายการเมืองที่กระทำผิด คิดไม่ชอบมีน้อยเกินไป น่าจะเพิ่มขึ้นมา การเพิ่มขึ้นมานั้นจะทำได้อย่างไร ก็ขอท่าน ทั้งหลายได้ช่วยกันเสนอแนะ อันนี้จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้าภาคประชาชนนี่คือทั้งประชาชนธรรมดาสามัญ แล้วก็องค์กรประชาชนต่าง ๆ ได้มี โอกาสที่จะมีส่วนร่วมเข้าไปตรวจสอบทั้งหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ อาจจะเข้าไปในรูป ของการเปึนกรรมการหรือว่าจะเข้าไปในรูปอื่น เปึนในรูปของกรรมการตรวจสอบ อันนี้ ก็จะดียิ่ง พอจะช่วยถ่วงดุลมิให้ราชการหรือนักการเมืองกระทำออกนอกลู่นอกทาง

ข้อที่ ๓ ขอให้รัฐธรรมนูญใหม่เปึนความหวังของประชาชนอย่างแท้จริง ในข้อนี้ผมอยากจะเสนอว่าสิ่งใดที่เปึนความหวังและเปึนความเรียกร้องต้องการ อย่างแท้จริงของมหาชน ขอให้บรรจุสิ่งนั้นไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับท่านประธาน เพราะว่าถ้าหากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นมาแล้ว แล้วก็ไม่ได้สร้างความหวังให้กับ ประชาชนอย่างแท้จริง กระผมคิดว่าจะเปึนความล้มเหลวครั้งใหญ่ของการร่าง รัฐธรรมนูญครั้งนี้นะครับ ผมอยากจะเห็นรัฐธรรมนูญที่ช่วยสร้างความหวังให้กับ ประชาชนในทุก ๆ ด้าน นำความหวัง ความเรียกร้องต้องการของมหาชน ทั้งในด้าน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง คุณภาพชีวิต วิถีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และเปึนวิถีชีวิต เปึ้นคุณภาพชีวิตในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขอให้พวกเราช่วยกันส่งเสริม หลักการที่สําคัญของระบอบประชาธิปไตยคือหลักการเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ และประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน ถ้าเรามีสิ่งเหล่านี้บรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ ของเรา กระผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะประสบความสำเร็จเปึ้นที่ยอมรับของมหาชน และพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ทั่วประเทศจะลงมติยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ

ในข้อที่ ๔ ครับท่านประธาน ขอให้มีการกระจายอำนาจสู่ประชาชน ในระดับล่างให้มากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะ อบต. อบจ. หรือเทศบาลเท่านั้น แต่ควรให้ประชาชน มีสิทธิจัดตั้งเปึนชุมชน เปึนประชาสังคม เปึนประชาคม ที่จะมีสิทธิ มีส่วน มีเสียงเพิ่มขึ้น และอาจจะได้รับงบประมาณบางส่วนจากรัฐบาลด้วย ทั้งนี้เพื่อไปถ่วงดุลกับ อบต. อบจ. และเทศบาล ซึ่งขณะนี้มีข่าวหน้าหูมากว่าอาจจะมีสิ่งที่เรียกว่าการทุจริตต่าง ๆ ค่อนข้าง จะมาก

และข้อที่ ๕ นะครับท่านประธาน ผมอยากจะให้มีการสร้างกลไก การพัฒนาการเมืองภาคประชาชนขึ้นมา ตรงนี้สามารถกระทำได้ โดยจะมีทั้งสภาพัฒนา การเมืองแห่งชาติ เพื่อให้มีแผนแม่บทในการพัฒนาการเมือง (ฉบับที่ ๑) เริ่มต้นขึ้นไป เพราะเราคิดจะทํากันมา ๔๐ – ๕๐ ป้แล้ว แต่ก็ทําไม่สําเร็จ และในข้อที่ ๕ นี้นอกจาก เพื่อให้มีการสร้างการพัฒนาการเมืองภาคประชาชน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผมอยากจะ ให้มีบทลงโทษทางสังคมที่เรียกว่า โซเชียล แซงก์ชั่น (Social sanction) ต่อไปข้างหน้า ถ้ากฎหมายใดไม่สามารถที่จะจัดการกับนักการเมืองฉ้อฉล ไม่สามารถจัดการกับ หน่วยราชการที่ทุจริตได้ก็ให้มีมาตรการลงโทษทางสังคม ที่เรียกว่า โซเชียล แซงก์ชั่น จะเปึนอย่างไรขอให้ท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ทั้งหลายได้ช่วยกันลองคิดดูว่าจะมี มาตรการลงโทษทางสังคมได้อย่างไรต่อนักการเมืองและข้าราชการ และแม้กระทั่งองค์กร ต่าง ๆ ที่กระทําการทุจริตมิชอบ

ข้อที่ ๖ ขอให้แก้ไขนิยามคำว่า ผู้เสียหาย ในกฎหมาย ป.ป.ช. เพื่อเป่ด โอกาสให้ประชาชนและกลุ่มประชาชนสามารถฟัองร้องข้าราชการ หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรต่าง ๆ ที่ประพฤติมิชอบได้ เพราะว่าขณะนี้คํานิยามของผู้เสียหาย ของกฎหมาย ป.ป.ช. นั้นแคบเกินไป แล้วก็ทำให้ประชาชนไม่มีสิทธิที่จะไปฟัองร้อง ในฐานะผู้เสียหาย ตรงนี้เปึ้นเรื่องใหญ่มากที่สําคัญมากครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราได้แก้ไขเป่ดโอกาสให้ประชาชนเปึ้นผู้เสียหายได้ เหมือนในสหรัฐอเมริกานี่ อันนี้จะ เปึ้นประโยชน์ อย่างยิ่งเลยทีเดียวครับ และข้อต่อไปข้อที่ ๗ นะครับ ผมอยากจะเห็นการ ทำให้การเลือกตั้งทุกระดับบริสุทธิ์ยุติธรรม และเที่ยงธรรม ผมอยากจะเห็นการเลือกตั้ง และก็คณะกรรมการการเลือกตั้งที่เที่ยงธรรม แล้วก็มีความเปึนอิสระ เปึนกลาง และเปึน ธรรมอย่างแท้จริงนะครับ ช่วยกันทำให้ปลอดการซื้อเสียง ขายเสียง ซึ่งตรงนี้จะเปึนหัวใจ สําคัญของการเข้าสู่อํานาจของบรรดาทั้ง ส.ส. ส.ว. อบต. อบจ. อะไรทั้งหลายนะครับ ว่าการเข้าสู่อํานาจนั้นต้องเปึนการเข้าสู่อํานาจที่ถูกต้องและชอบธรรมนะครับ

และข้อที่ ๘ ผมอยากจะเห็นการปฏิรูปสื่อเสรี ซึ่งการปฏิรูปสื่อเสรีนี้ก็มีอยู่ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๑ อยู่แล้วนะครับ อยากจะให้มีการพัฒนาให้ดีขึ้น แล้วก็มีกฎหมายลูกที่รองรับอย่างถ้วนทั่วนะครับ ผมอยากจะเห็นฟรีทีวี (Free TV) บ้านเรามีมากขึ้น และก็เวลาไพรม์ ไทม์ (Prime time) ของฟรีทีวีบ้านเรานี่เปึนรายการที่เปึนประโยชน์แล้วก็มีสาระมากขึ้น แทนที่จะเปึนรายการ ที่มีแต่บันเทิงเพียงด้านเดียวนะครับ แล้วก็นอกจากนั้นกระผมอยากจะเห็นวิทยุชุมชนและ เคเบิ้ลทีวีท้องถิ่นเปึนไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีการจัดระเบียบที่ดีนะครับ และ เอื้ออำนวยประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง

แล้วก็ในข้อที่ ๙ ผมอยากจะให้องค์กรอิสระเปึ้นอิสระอย่างแท้จริง เพราะว่าองค์กรอิสระของเรานี่มีปัญหาในเรื่องของความไม่เปึนอิสระ แล้วก็การเข้าสู่ ตําแหน่งขององค์กรอิสระนั้นอาจจะมีข้อครหา ผมก็อยากจะให้องค์กรอิสระต่าง ๆ ได้เปึน อิสระ และทำหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง แล้วก็ในข้อสุดท้ายนะครับ ผมอยากจะ เห็นการแก้ไขช่องโหว่ทั้งหลายที่มีในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เปึนการป่ดช่องโหว่ที่บรรดา ศรีธนญชัยทั้งหลายพยายามที่จะหาช่องโหว่ คือแทนที่ว่าเมื่อเห็นช่องโหว่แล้วจะป่ดช่อง โหว่ กลับน้ำช่องโหว่นั้นมาแสวงหาผลประโยชน์ ทั้งส่วนตัวและก็พวกพ้อง ก็อยากจะให้ ป่ีดช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้มากที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ แล้วก็เป่ดโอกาสให้ มีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่ดีงาม ให้เปึ้นประชาธิปไตยยุคใหม่ที่มีการปฏิรูปการเมือง มีการพัฒนาภาคประชาชน การเมืองภาคประชาชนให้ดียิ่งขึ้น แล้วก็ในท้ายที่สุด ให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนความหวังของประชาชนได้อย่างแท้จริง ผมขออนุญาตเสนอ ความคิดเห็นไว้เพียงเท่านี้นะครับ หวังว่าคงเปึนประโยชน์แด่พี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ ทางบ้านทุกท่านนะครับ กระผม พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ และก็ถ้าหากว่าท่านทั้งหลาย มีข้อคิดเห็นใดที่กระผมจะเปึนตัวแทนของท่านได้ ท่านก็เสนอมาที่ผมได้ตลอดเวลา ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ