เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดอำนาจของรัฐและเพิ่มอำนาจให้กับประชาชน โดยระบุว่ารัฐธรรมนูญฉบับปีพ.ศ.2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่มีหลักการสำคัญในการพัฒนาการเมือง และเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญใหม่ควรจัดให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนมีมากขึ้น นอกจากนี้ ท่านยังหารือเรื่องการปฏิรูประบบราชการ ให้ประชาชนมีโอกาสควบคุมระบบราชการมากขึ้น และให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการดูแลทรัพยากรท้องถิ่น ท่านยังประณามการทำลายสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน และเรียกร้องให้คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในประเทศไทย นอกจากนี้ ท่านยังหารือเรื่องการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาขององค์กรอิสระที่มีปัญหา เช่น กรรมการสรรหา และการไม่ให้ข้อมูลข่าวสารตามพระราชบัญญัติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ผมจะขออภิปรายในส่วนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก่อน ท่านประธานครับ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้พุทธศักราช ๒๕๔๐ เปึ้นรัฐธรรมนูญที่ น่าที่จะเปึนพื้นฐานที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ควรจะได้ไปพิจารณาเปึนบรรทัดฐาน หรือว่าเปึนหลัก แล้วก็ถ้าหากว่ามีการแก้ไขจากตรงนั้นจะทําให้หมวดของในเรื่องของสิทธิ เสรีภาพของประชาชนนั้น ผมคิดว่าง่ายขึ้นเยอะ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญ ที่สุดนั้นก็คือว่าเราจะต้องร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรเพื่อที่จะลดอํานาจของรัฐ แต่เพิ่มอํานาจ ให้ประชาชน ผมคิดว่านี่คือ คีย์เวิร์ด (Key word) และหัวใจสำคัญ ทิศทางผมคิดว่ารัฐไทย ใช้อำนาจในการครอบงำประชาชนและการเมืองภาคประชาชนนั้นน้อยมาก ผมคิดว่า หนทางในการพัฒนาการเมืองควรจะต้องเพิ่มอำนาจของประชาชนและลดอำนาจของรัฐ ลง อันนั้นคือทิศใหญ่ ทีนี้ทิศใหญ่จะทําอย่างไรได้นั้นรัฐธรรมนูญจําเปึ้นที่จะต้องเอื้อให้ สังคมนั้นมีความเข้มแข็ง ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญจะต้องรับรองสิทธิในภาคประชาชนให้มี สิทธิในการตรวจสอบนักการเมืองและรัฐบาลได้ง่ายขึ้น ทำประชาธิปไตยทางตรงให้ เกิดขึ้นในทุกที่ นี่คือแนวกว้าง ๆ นะครับ ทำอย่างไรอันนั้นผมจะไม่ลงรายละเอียด เพราะว่าถ้าลงรายละเอียดก็ผิดกติกาที่เราพูดกัน จำเปึนที่จะต้องประกันสิทธิของ ประชาชนในการเรียกคืนตำแหน่งทางการเมือง เพราะว่าถ้าประชาชนไม่ต้องการตัวแทน คนนั้นแล้ว หรือเห็นว่าตัวแทนคนนั้นหมดความชอบธรรมหรือไร้คุณธรรมก็สามารถที่จะ ลงมติ หรือมีหนทางในการเลือกตั้งใหม่ได้ ซึ่งรายละเอียดผมมีอยู่ในใจอยู่ว่ามันมีหนทาง ที่จะทําได้อย่างไรบ้าง แต่จะไม่พูด
ประการถัดไป ก็คือว่าจะต้องเร่งที่จะทําอย่างไรที่จะมีระบบการปฏิรูป ระบบราชการที่ให้ประชาชนนั้นมีโอกาสในการควบคุมระบบราชการเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบัน นี้ประชาชนดูจะถูกราชการควบคุมมากเกินไป และสุดท้ายก็คงจะต้องให้ท้องถิ่นนั้น มีอำนาจในการดูแลทรัพยากรท้องถิ่น ซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ได้ลงไว้บางส่วน แต่พอถึงทางปฏิบัตินั้นมีปัญหา ท่านประธานครับ สิทธิเสรีภาพของประชาชนจะดีไม่ได้ เลย ถ้าขาดรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๔๐ ก็คือสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน แต่ท่านประธานทราบใช่ไหมครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๑ เขียนไว้สวยหรูมาก แต่เราเกิดปัญหาว่าเรา มีรัฐบาลและบางระบอบที่เข้ามาทําลายสิทธิของสื่อมวลชน โดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในบ้านเมืองเลย กระทําผิดรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๑ คือสิทธิ ของคนทำข่าว สิทธิของเสรีภาพของคนทำร้ายการที่มีสาระ สิทธิเสรีภาพของสถานี ถูกทำลายไป ถูกแทรกแซง แต่เราไม่มีมาตรการในการปัองกัน ไม่มีมาตรการในการ ลงโทษ ในที่สุดแล้วกลายเปึนให้คํานึงถึงนั่นล่ะครับ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ ทั้ง ๆ ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญต้องเขียนชัดเจนว่าไม่ใช่ คํานึงถึง แต่ในที่สุดบ้านเมือง เลยกลายเปึนให้คํานึงถึงไป ท่านจะทําอย่างไรกับเรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนตรงนี้ ท่านประธานครับ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนมันมีปัญหาอีกก็คือว่า รัฐธรรมนูญได้คุ้มครองสิทธิเสรีภาพหลายต่อหลายอย่าง แต่แล้วก็ไปเขียนว่า ทั้งนี้ตามที่ กฎหมายบัญญัติ แล้วรัฐบาลที่ผ่านมาก็ไม่ยอมออกกฎหมายบัญญัติ พอไม่ออกกฎหมาย บัญญัติ คำพิพากษาของศาลฎีกาก็เคยออกมาแล้ว คำพิพากษาที่ ๘๐๒๒/๒๕๔๓ ในเรื่องของการขอจ่ายค่าทดแทนคุมขัง ผมไม่ลงรายละเอียด แต่ก็ปรากฏว่าเมื่อยังไม่มี กฎหมายบัญญัติก็เลยให้ไม่ได้อีก ตกลงสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญมาตรานี้ก็เปึนหมัน ไปอีก เพราะฉะนั้นท่านครับเราคงจะต้องบัญญัติอย่างไร แล้วก็ยังมีตัวอย่างคําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญอีกนะครับ ในเรื่องของสุราที่ผูกขาดบอกว่าเปึนการขัดต่อมาตรา ๔๖ เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่แล้วเนื่องจากว่าเรายังไม่มีพระราชบัญญัติหรือยังไม่มี พระราชบัญญัติขึ้นมารองรับ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็บอกว่าเมื่อไม่มีกฎหมาย รองรับสิทธิส่วนบุคคลซึ่งรวมกันเปึนชุมชนท้องถิ่น จะอ้างว่าพระราชบัญญัติสุราขัดต่อ รัฐธรรมนูญมาตรา ๔๖ ไม่ได้อีก ตกลงสิทธิเปึ้นหมันหมดเลยครับในรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ ท่านประธานครับ ท่านประธานเองก็อยู่ใน สสร. รุ่นที่แล้ว ผมภาคภูมิใจมากเลยเรื่อง สิทธิเสรีภาพ แต่ตรงนี้เราจะทำอย่างไรที่จะแก้ไขเพิ่มเติมให้สิทธิเสรีภาพที่บัญญัติไว้ เปึ้นจริง อย่างที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่นี้นะครับ ท่านประธานครับ สิทธิเสรีภาพ ของผู้บริโภคในรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจนมากว่า ให้มีองค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค และมาตราติดกันก็มีสิทธิให้คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ให้มีองค์กรอิสระคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ท่านประธานคงจะคุ้นดี ๒ มาตรานี้ ผมไม่ลงรายละเอียด แต่ท่านประธานทราบ ใช่ไหมครับ ผมเปึ้นสมาชิกวุฒิสภาพยายามผลักดันแทบตายที่จะให้มีพระราชบัญญัติ รองรับให้มีองค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค แต่แล้วรัฐบาลก็ถูกล็อบบี (Lobby) จากหน่วยงานในสำนักนายกฯ ที่คุ้มครองผู้บริโภค กลัวว่าถ้าจะมีองค์กรอิสระ คุ้มครองผู้บริโภคอำนาจตามหน่วยงานนั้นก็จะหมดไป ในที่สุดรัฐบาลไม่เคยออก พระราชบัญญัติฉบับนี้เลย คุณหมอกระแส ชนะวงศ์ เปึ้นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ อยู่ครั้งหนึ่งเมื่อต้นรัฐบาลที่แล้ว คุณหมอกระแสไม่เคยพูดกับผมเลยว่าจะต้องพยายาม ผลักดันให้ได้ ผมนี่ช่วยร่าง ถึงกับช่วยกันร่างกับบรรดาองค์กรพัฒนาเอกชน ไปพูดจากับ หมอกระแส แต่แล้วหมอกระแสก็ถูกปลดจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ จะด้วยเหตุใด ก็ตาม ท่านประธานครับ แล้วเราจะคุ้มครองผู้บริโภคอย่างไรครับ เราก็ได้แต่นักธุรกิจ ผูกขาด เอาเปรียบผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม องค์กร อิสระคุ้มครองผู้บริโภคจะได้ทําหน้าที่ฟัองร้องได้ แต่เราไม่ยอมร่างกฎหมายลูก เพราะเรา ไม่ใส่ในรัฐธรรมนูญว่า ทั้งนี้ต้องกระทําให้เสร็จสิ้นภายในเมื่อไร ผมกําลังให้ดูบ้างประการ นะครับ ที่พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องขององค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ก็ดี ที่จะมี กทช. กสช. ก็ดี ระบุไว้ต้องเสร็จภายใน ๑ ป้ มันก็ออกมาได้ เพราะฉะนั้นฝากท่านไปคิดดู ก็แล้วกันว่าเรื่องพวกนี้เราจะทําอย่างไร ท่านประธานครับ ในเรื่องสิทธินี่นะครับบางครั้ง อาจจะจำเปึนไหมครับที่จะต้องกำหนดให้รัฐสามารถเลือกปฏิบัติได้ แต่เลือกปฏิบัติในที่นี้ ต้องเลือกปฏิบัติที่ให้เปึนคุณแก่ผู้เสียเปรียบและด้อยโอกาสในสังคม ถ้าเราไม่มี หลักแนวคิดอย่างนี้ เราก็บอกว่าสิทธิเสรีภาพ เสมอภาคหมด แต่ผู้ด้อยโอกาสในสังคมรวมทั้งเพศหญิงด้วย ซึ่งผมถือว่าเปึ้นผู้ที่ด้อยและเสียเปรียบ เพราะฉะนั้นรัฐควรที่จะระบุในรัฐธรรมนูญใหม่ให้เลือกปฏิบัติได้ คือเลือกที่จะส่งเสริมให้ คุณภาพเขาดีขึ้น ในหลายประเทศระบุไว้ว่าในหน่วยงานที่สำคัญแม้แต่ในคณะรัฐมนตรี และในบอร์ด (Board) หรือคณะกรรมการของหน่วยงานที่สำคัญจะต้องมีเพศที่ตรงข้าม อย่างน้อย ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุนี้เกิดที่ประเทศนอร์เวย์เรียบร้อย ของเขากลัวว่าผู้หญิง จะมากเกินไป เขาจึงต้องมี ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะกลัวว่าเดี๋ยวจะไม่มีผู้ชาย นี่เรื่องจริง นะครับ ผมไม่ได้พูดในทํานองให้มันขำขัน แต่ของเรานั้นตรงกันข้าม เราควรที่จะทําได้ไหม ให้มีการเลือกปฏิบัติแต่การเลือกปฏิบัตินั้นต้องเปึนคุณแก่ผู้เสียเปรียบและด้อยโอกาสใน สังคม ท่านประธานครับ สิทธิของประชาชนในการเมืองระดับชาติ รัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว ระบุไว้ชัดเจนว่ามี ๕๐,๐๐๐ ชื่อในการเสนอกฎหมายและในการถอดถอนบุคคลผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมือง ท่านประธานก็ทราบดีว่าเรามีปัญหามาก ประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ กว่าจะหาสำเนาทะเบียนบ้าน แล้วก็จะต้องมีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน แล้วในที่สุด เขาเกิดความยุ่งยากมีต้นทุนในการดำเนินการที่เรียกว่า ทรานแซกชั่น คอสท์ (Transaction cost) มหาศาล ท่านประธานครับ เรื่องนี้จะต้องแก้ไขอย่างไรให้ต้นทุนที่มัน เกิดกับประชาชนนั้นเบาบางลง ๕๐,๐๐๐ ชื่อมากไปไหม จะทำอย่างไรในเรื่องนี้ ซึ่งหลักการและแนวทางดีมาก ๆ ท่านประธานทราบไหมว่าเรื่องที่บอกว่าถอดถอน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อเกือบจะทำอะไรไม่ได้เลยและไม่เคยมีปรากฏการณ์ ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ถอดถอนได้ แม้กระทั่ง ส.ส. เข้าชื่อกันเพื่อถอดถอนในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับทุจริตประพฤติมิชอบ ก็ถอดถอนไม่ได้ ท่านประธานต้องคํานึงตรงนี้นะครับ ที่ถอดถอนไม่ได้เพราะอะไร เพราะเมื่อส่งไปยัง ป.ป.ช. ป.ป.ช. ต้องตรวจมูลความผิด แต่ ป.ป.ช. ไปยึดมาตรฐานเดียวกันกับเรื่องความผิดทางอาญา ต้องพิสูจน์จนสิ้นสงสัย เพราะเกรงว่าจะต้องส่งไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย และใช้มติ ๒ ใน ๓ คือต้อง ๖ ท่านจาก ๙ ท่าน ท่านประธานครับ เรื่องพวกนี้ผมติดตาม เกาะเบียดหมดทุก ๆ กรณี แล้วในที่สุดพอใช้มาตรฐานจนสิ้นสงสัย รัฐธรรมนูญที่ท่านร่าง ไว้ว่า ส่อว่าหรือจ้งใจ หรือส่อ เพียงแค่ส่อก็โดน เปึนหมันไปเรียบร้อย ท่านจะแก้ไขปัญหา นี้อย่างไร ผมไม่บังอาจครับ ผมไม่ใช่กรรมาธิการ ผมเจียมตัวดีว่าผมแนะนำท่านไม่ได้ แต่ผมให้ข้อคิดเห็นเท่านั้นเอง ถ้าท่านเห็นว่าเปึ้นประโยชน์ท่านรับ ท่านประธานครับ ยิ่งกว่านั้น ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ พอเสนอกฎหมายเข้ามา กฎหมายฉบับแรกท่านผู้มีเกียรติ ทราบใช่ไหมครับ เปึ้นกฎหมายเรื่องพระราชบัญญัติป์าชุมชน แต่ผู้ที่ เสนอ ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ เขาไม่มีโอกาสที่จะมาดีเฟนด์ (Defend) กฎหมายของเขาในสภา ผู้แทนฯ และในวุฒิสภา เพราะเราไม่มีกฎระเบียบอะไรเลยที่ทําให้คนร่างกฎหมายดีเฟ็นด์ กฎหมายของเขาได้ ท่านก็ซึ้งอยู่แก่ใจ พวกผมเปึนวุฒิสภามา รัฐบาลต้องมาดีเฟนด์ ต้อง มาอธิบาย ต้องพยายามบอกแต่เขาไม่มีโอกาส พวกผมที่อยู่ในวุฒิสภาจึงพยายาม แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ตั้งเข้ามาเปึนกรรมาธิการในการพิจารณากฎหมายร่วม เพื่อให้เขา ได้มีโอกาสมาดีเฟนด์บ้าง แต่แล้วทางการเมืองก็อุตส่าห์บอกว่าเมื่อเราตั้งคนที่เขา ร่างกฎหมายได้ก็ไปตั้งอีกฝ์ายหนึ่งตรงข้ามเข้ามาด้วย ก็เลยกลายเปึ้นตีกันในกรรมาธิการ แล้วในที่สุดกฎหมายฉบับนี้ถูกแก้ปูัยี่ปูัยำเสียจนพระราชบัญญัติป์าชุมชนขณะนี้ก็ไม่ได้ ออกมา เปึ้นฉบับแรกและฉบับเดียวและในที่สุดก็ไม่ออกมา สร้างความท้อแท้ให้กับ ประชาชนเปึนอย่างยิ่ง ตกลงสิทธิเสรีภาพที่เราพูด ๆ กันนี่ ท่านก็มีเจตนาดีแต่มันไม่เกิด ผมเองในฐานะที่ผู้ใช้กฎหมายและก็อยู่ในนี้ เคยอยู่ในนี้มาแล้วก็ใช้กฎหมายจาก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งดี แต่มันติดตรงนี้ ท่านประธานครับ ผมจะไปเรื่องที่ ๒ เรื่องการตรวจสอบอํานาจรัฐ จริง ๆ แล้วผมอยากจะหยุดใจจะขาด เพราะอยากจะให้พวกเราได้แลกเปลี่ยนในประเด็น ตรงนี้ เพราะมันไปอีกเรื่องหนึ่งอีกโยชน์หนึ่งเลย แต่ว่าเมื่อท่านประธานบอกว่าพูดก็พูด ผมขออีกหมวดหนึ่งก่อน แล้วอีกหมวดสุดท้ายผมจะขอเก็บ เพราะเรื่องรัฐสภา มันอีกอรรถรสหนึ่งเลย เพราะเรื่องรัฐสภา ฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลอะไรต่ออะไรนั้นต้องพูด อีกเรื่องหนึ่ง
ผมขอไปหมวดที่ ๒ หมวดนี้ผมไม่ได้เกี่ยวกับหมวดรัฐธรรมนูญนะครับ เปึ้นเรื่องที่ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ท่านประธานครับ เรามี องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ผมเองดีใจแล้วก็เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ อย่างยิ่ง และท่านประธานคงทราบว่าผมเปึนสมาชิกวุฒิสภา เปึนคนที่เอาจริงเอาจังกับ เรื่ององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่สุด ผมเปึนคนตรวจสอบกระบวนการสรรหา ผมเปึน คนตรวจสอบประวัติเชิงลึก รู้จักคนในนั้นทุกคน เห็นบัญชีเงินเดือนมาแล้ว เห็นบัญชี ทรัพย์สินทุกคน และเห็นไส้ในทุกคนว่าใครเปึ้นอย่างไร เห็นกระบวนการสรรหา เห็นองค์กรอิสระ แล้วก็ติดตามตรวจสอบองค์กรอิสระไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งที่เขาแอบ ขึ้นเงินเดือนตัวเองกัน ผมก็ตามไปปลดเขาลง ท่านประธานครับ ผมยังเห็นว่าองค์กรอิสระ ดีและมีประโยชน์ ผมยังสนับสนุนองค์กรอิสระทุกประการ ทั้ง ๆ ที่ผมเห็นปัญหาเยอะ แต่ท่านประธานครับเราต้องแก้ไข ๑. ต้องแก้ไขที่มาของกรรมการสรรหา ที่มาของ องค์กรอิสระมันเริ่มจากตัวกรรมการสรรหา ผมไม่ต้องเจาะจงเลยว่าองค์กรไหน ทุกองค์กร ของท่านที่ท่านร่างมา กรรมการสรรหาไปมีปัญหาไปหมดเลย แล้วเมื่อเขาเตรียมคน ของเขาเข้ามาอยู่ในกรรมการสรรหา ในที่สุดเขาก็เอาคนของเขาเข้ามาเปึนองค์กรอิสระ แล้วเมื่อเขาเอาคนของเขาเข้ามาเปึนองค์กรอิสระ ท่านทราบใช่ไหมครับ พวกผมถึงแม้ว่า เปึ้นตัวแทนของปวงชน เลือกมาอยู่ในวุฒิสภา เปึนองค์กรในการตรวจสอบ เปึนฝ์าย นิติบัญญัติ เปึนฝ์ายค้านและดุล และตรวจสอบกับฝ์ายรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมเชิญ องค์กรอิสระเหล่านี้มา เพื่อในกรรมาธิการที่ผมเปึ้นประธานจะตรวจสอบ ไม่เคยได้รับ ความร่วมมือ เขาบอกว่าเขาไม่จําเปึนต้องมาตรวจสอบ เพราะเขาเปึนองค์กรอิสระ เขาส่ง เลขาฯ มาครับท่านประธาน เลขาฯคือ เจ้าหน้าที่ คณะกรรมการองค์กรอิสระไม่ยอมมา จะมีมาก็คนหนึ่งแต่บัดนี้เสียชีวิตไปแล้ว ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เจ็บปวดว่าเราเรียก เขาแล้วเขาไม่มา แต่เขาอ้างว่าเขาเปึนองค์กรอิสระ เขาอิสระจากรัฐสภา อิสระจากการ ตรวจสอบของตัวแทนของประชาชน พอภาคประชาชนจะขอดูข้อมูลตามพระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสาร องค์กรอิสระต่าง ๆ เหล่านี้ต่างประสานเสียงตรงกันว่า พระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารไม่ได้บอกว่าองค์กรอิสระอยู่ในนั้น เขาไม่ต้องให้ข้อมูล ตกลงภาคประชาชน ก็ตรวจไม่ได้ ภาคตัวแทนก็ตรวจไม่ได้ แล้วองค์กรอิสระเปึนใครครับ ท่านประธาน ก็เปึน บุคคลที่พยายามจะขึ้นเงินเดือนตัวเอง เริ่มตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญ พอไล่ไปไล่มา ป.ป.ช. บอกก็ไปเอาอย่างศาลรัฐธรรมนูญ ไล่ไปไล่มา กกต. บอกก็ไปเอาอย่างศาลรัฐธรรมนูญ ไล่ไปไล่มาผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาที่ยังลอยหน้าอยู่ทุกวันนี้บอกว่าก็ไปเอามาจาก ศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าผมไปเล่นงานศาลรัฐธรรมนูญตัวต้น ผมต้องส่ง ป.ป.ช. ป.ป.ช. เขาก็ บอกว่าผมไม่มีมูลนี่ครับ เขาทําเอง ผมเลยจําใจต้องล่อ ป.ป.ช. ก่อน แล้ว ป.ป.ช. ๙ คน หลุดออกไป พอจะล่อศาลรัฐธรรมนูญ ล่อที่เหลือ ก็ปรากฏว่าตอนนี้สภาผมถูกยุบ ผมก็เลิก แต่ผมส่งไปแล้วที่ ป.ป.ช. เรื่องยังอยู่ใน ป.ป.ช. นี่ผมชี้ให้เห็นนะครับว่า เขาเปึนอิสระ แล้วเขาบอกว่าเขาเปึนอิสระทางการเงินอีก ไม่ต้องขึ้นอยู่กับ พระราชกฤษฎีกาในการจ่ายเงินเดือนอีก รัฐธรรมนูญเขียนชัดเจนว่าต้องขึ้นอยู่กับฝ์ายบริหารที่จะต้องออกพระราชกฤษฎีกา เงินเดือน เขาก็บอกว่าเขาไม่ต้องขึ้น องค์กรอิสระนี้ต้องปรับปรุงไหมครับท่านประธานครับ ผมกราบท่านกรรมาธิการทั้งหลายด้วยครับ ช่วยกรุณาหน่อยเถอะครับ ผมไม่ได้พูดจาก ข้อมูลเล่น ๆ ผมพูดจากของจริง แล้วก็พูดจากประสบการณ์ที่ผมได้ตรวจสอบเรื่องพวกนี้ มา ท่านประธานครับ กกต. มีปัญหาเฉพาะอีก กกต. ออกกฏระเบียบเอง กกต. ตรวจจับ เอง กกต. สอบสวนเอง กกต. ตัดสินเอง กกต. ลงโทษเอง มีที่ไหนในโลก ท่านก็บอกว่า อันนี้ไปขึ้นอยู่กับกฎหมายลูก ผมทราบ ท่านกรรมาธิการยกร่างฯ อย่าคิดว่าผมไม่ทราบ นะครับ เรื่องนี้อยู่ที่กฎหมายลูก แต่เราต้องแก้ไขครับ ท่านจะทําอย่างไรที่จะต้องมีซุ่มเสียง ในรัฐธรรมนูญ หรือจะอย่างไรก็แล้วแต่ มันสามารถจะล็อก (Lock) กันได้ ท่านประธาน ครับ ผมเองเปึนกรรมาธิการแล้วก็ทํากฎหมายลูกนี้เอง ผมเจ็บปวดมาก ผมอภิปราย ในสภาว่าสังคมนี้ต้องการจะให้ กกต. มีอํานาจเหมือนเป้าบุ้นจิ้นสามารถที่จะทําอะไร ได้รวดเร็ว ทำได้หมด ผมบอกว่าระวังนะเป้าบุ้นจิ้นน่ะเข้าเปึ้นเทพ แต่ผมกลัวว่าสามหน้า ห้าห่วงจะเปึ้นเทพเหมือนเขาหรือไม่ แล้วเราก็เห็นกันไปแล้วใช่ไหมครับท่านประธาน