ธงทอง จันทรางศุ หารือเรื่องการดำเนินการตามมาตรา ๒๘๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช ๒๕๔๙ และขออนุญาตเติมเวลา ๗ วันในการนำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหมู่ โดยอธิบายว่าภารกิจของร่างรัฐธรรมนูญมีภาระผูกพันให้จัดทำเสร็จภายใน 45 วัน และมีการประสานงานระหว่างคณะกรรมาธิการกับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้ขอความเห็นชอบจากสมาชิก นอกจากนี้ยังหารือเรื่องร่างกฎหมาย 3 ฉบับที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่พิจารณาเสร็จสิ้นภายใน 45 วัน และอาจมีผลกระทบต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เช่น การถูกยุบหรือเลิกไป
ครับผม ขอประทานกราบเรียน เรื่องวันนะครับว่า เพื่อความสบายใจและความชัดเจนในเรื่องว่าถ้าพิจารณา สนช. พิจารณาร่างประกอบรัฐธรรมนูญไม่เสร็จภายใน ๔๕ วัน แล้วเมื่อกี้นี้ที่กราบเรียนหลักการ ว่า ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินำร่างพระราชบัญญัติฉบับที่กรรมาธิการยกร่าง จัดทำเสนอนั่นแหละขึ้นทูลเกล้าทูลกระหมู่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกังวลว่าน่าจะมีกรอบเวลาเอาไว้ด้วยนะครับ ก็เห็นพ้องด้วย นะครับ แล้วขออนุญาตที่จะอ่านทวนข้อความอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็กําหนดกรอบเวลาไว้ เปึ้นดังนี้นะครับ ขออนุญาตอ่านมาตรา ๒๘๗ วรรคสอง อีกครั้งหนึ่งนะครับ เมื่อพื้นระยะเวลาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ที่กำหนดให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๘๖ แล้ว แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ให้ถือเสมือนหนึ่งว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำและเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว แล้วให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวนั้นขึ้นทูลเกล้าทูลกระหมู่อมถวายภายในเจ็ดวัน เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายในเก้าสิบวัน หรือดำเนินการให้ ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันแล้วแต่กรณีนับแต่วันที่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ก็กราบเรียนว่าตามหลักการ ที่ท่านสมาชิกมีความกังวลห่วงใยนั้นขออนุญาตเติม เวลา ๗ วัน ลงไปตรงนี้นะครับ ก็คิดว่าพอเหมาะพอควรสำหรับงานเอกสาร แล้วก็ขออนุญาตเรียงประโยคใหม่ เปึ้นข้อความดังที่ว่านั้นนะครับ
ส่วนข้อหารือของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอีก ๒ ท่าน ขอประทาน กราบเรียนครับผม ดังที่ได้กราบเรียนในการชี้แจงของคณะกรรมาธิการในรอบแรกไปแล้ว นะครับว่า จริงอยู่ว่าแม้ภารกิจของการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ โดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวปัจจุบันนั้นระบุบ่งให้เปึนภารกิจของ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ จัดทำเพื่อให้เสร็จสิ้นภายใน ๔๕ วัน เพื่อเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาตินะครับ แต่ว่าท่านเลขาธิการ แล้วก็คณะกรรมาธิการ ท่านประธานทั้งหลายก็ได้เคยมีการประสาน มีการพูดคุยกันกับท่านสมาชิกที่เคารพ ทุกท่านแล้วครับว่า ในการจัดทําระหว่างหนทางนั้นนะครับ ก็จะมีการประสานกันโดย ใกล้ชิดระหว่างคณะกรรมาธิการกับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มีการให้ดู มีการ ปรึกษาหารือร่วมกัน แต่ขอประทานกราบเรียนมิติทางกฎหมายเท่านั้นครับว่าไม่ได้ขอ ความเห็นชอบ เพราะถ้าขอความเห็นชอบมันจะกลายเปึนว่าขัดรัฐธรรมนูญเสีย รัฐธรรมนูญเขาไม่ได้บอกต้องมาขอความเห็นชอบนะครับ แต่ว่าอยู่ด้วยกัน ทํางานมา ด้วยกันโดยใกล้ชิดอย่างนี้แล้ว ก็คงมีการปรึกษาหารือกันโดยใกล้ชิดในระหว่างหนทางนี้ นะครับ แต่ว่าไม่ใช่การดำเนินการเพื่อขอความเห็นชอบนะครับ ก็ขอกราบเรียนแนวทางว่า เปึ้นเช่นนั้นนะครับ
ส่วนข้อหารือของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสุดท้ายที่อภิปรายก่อนหน้า ผมนี่นะครับว่า ถ้าหากว่าทางสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้นไม่พิจารณาร่างกฎหมาย ๓ ฉบับ ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา ๔๕ วัน แล้วนี่นะครับ ถามว่าจะ ท่านไม่ได้พูดตรง ๆ ผมอาจจะใช้คำพูดตรงกว่าท่านนะครับ น่าจะมีสภาพบังคับหรือมีแซงค์ชัน (Sanction) ที่เปึ้นผลร้ายกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติบ้างนะครับ ขอประทานกราบเรียนว่า ๑. ก็คือ ดังที่ได้กราบเรียนแล้วครับว่า ถ้าพิจารณาไม่เสร็จนั้นโดยบทบัญญัติที่เราพิจารณาอยู่ ในเวลานี้มาตรา ๒๘๗ วรรคสอง นี่ครับ ก็จะบอกว่าเอาฉบับที่กรรมาธิการจัดทำนี่แหละ นะครับ เอาขึ้นทูลเกล้าทูลกระหมู่อมถวาย นั่นก็เปึนแซงค์ชั้นเบื้องต้น แต่ผมคิดว่า ท่านอาจจะนึกอยู่ในใจ ผมขออนุญาตพูดตรง ๆ อีกเหมือนกัน ท่านอาจจะนึกอยู่ในใจว่า ทำไมไม่เขียนให้สภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้นถูกยุบ ถูกเลิกไปเลยนะครับ ก็ผมพูดตรง ๆ ว่า อย่างนั้นก็แล้วกันนะครับ แต่ขอประทานกราบเรียนว่ามันจะมีปัญหาเกิดขึ้นครับผม เพราะเหตุว่ากติกาที่เราว่าทั้งหมดตาม ๒๘๗ วรรคสองนี่ จะเกิดขึ้นหลังจากที่มีการ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว ท่านนึกออกไหมครับ เพราะว่ากรรมาธิการจัดทํารัฐธรรมนูญ เสร็จนี่อยู่ที่ประมาณวันที่ ๒๐ นะครับ ก็น่าจะเวลาไล่เลี่ยใกล้เคียงกันกับวันที่ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ โดยบทบัญญัติที่เราเพิ่งพิจารณาเสร็จไปเมื่อคืนนี้ครับ โดยธรรมชาติเมื่อเรา พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้วนี่นะครับ รัฐธรรมนูญก็เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว วันที่ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ อายุของ สสร. ก็จบนะครับ สสร. ไม่มีนะครับ ถ้าเกิดเหตุที่ว่าเขาพิจารณา ไม่เสร็จ ๔๕ วัน นี่นะครับ สสร. ไม่อยู่แล้ว จะกลับมาพึ่ง สสร.ให้ทําหน้าที่อะไรก็ไม่ได้ เพราะเลิกไปแล้ว แล้วสภาใหม่ก็ยังไม่เข้า เพราะกฎหมายจัดทําไม่เสร็จ สภาเลือกตั้ง สส. ก็ยังไม่เข้า วุฒิก็ยังไม่เข้า มันจะเกิดสุญญากาศขึ้นครับ เพราะว่าประเทศไทยไม่มีสภา ครับผม แล้วก็ถ้าไม่มีสภาที่ว่านั้นนะครับ มีเหตุ มีกลไก มีอะไรหลายอย่าง ถ้าเปึน เหตุฉุกเฉินขึ้นที่ต้องใช้กลไกรัฐสภาทําหน้าที่ ตรงนั้นจะเปึ้นสุญญากาศ แล้วเปึน ความเดือดร้อนสำคัญของบ้านเมืองว่าจะไปเดินสู่ทางตัน ก็ขอประทานกราบเรียนว่า ลำพังที่เขียนใน ๒๘๗ วรรคสอง ดังที่ประธานเสนอไว้เมื่อกี้นี้น่าจะพอเหมาะพอควร แล้วก็ความรับผิดชอบของ สนช. นั้น ผมคิดว่าก็คงจะถูกตรวจสอบโดยสาธารณะอยู่ ด้วยแล้วครับผม