ธงทอง จันทรางศุ หารือเรื่องการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ และการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างร่างที่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิบัติตามมาตรา ๒๘๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ โดยขอเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักการประชาธิปไตย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธงทอง จันทรางศุ กรรมาธิการครับ ประเด็นที่จะขอประทานกราบเรียนต่อ ท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้ ในวาระนี้คงมี ๒ เรื่องนะครับ เรื่องแรกคือเปึนการตอบ ข้อซักถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งเพิ่งอภิปรายเสร็จสิ้นไปเกี่ยวกับเรื่องขั้นตอน กระบวนการการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับ โดยบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ที่ใช้บังคับ อยู่ในปัจจุบัน มาตรา ๓๐ นะครับ ภารกิจในเรื่องของการยกร่างกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ เปึนความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายให้กับทางคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดทำร่างกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับนั้นเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อพิจารณาต่อไปนะครับ โดยขั้นตอนคงจะแตกต่างกันกับเรื่องของการจัดทำร่าง รัฐธรรมนูญ ซึ่งกรรมาธิการยกร่างจัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องขอความเห็นชอบต่อสภา ร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ แต่ว่าร่างประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนั้น โดยบทบัญญัติแห่ง รัฐธรรมนูญซึ่งยังใช้บังคับอยู่นั้น บอกว่ากรรมาธิการทําเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เสนอตรงต่อ สภานิติบัญญัติแห่งชาตินะครับ อย่างไรก็ดีโดยที่เราได้มีการทำงาน มีการร่วมคิดร่วมทำ กันมาโดยตลอดในชั้นการทำงานของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าในวาระต่อไป เมื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าหากเพื่อนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จะกรุณามีข้อคิดความเห็นอะไรที่เปึนประโยชน์ คณะกรรมาธิการก็ยินดีที่จะรับฟังนะครับ แล้วก็นำไปประกอบการพิจารณาเพื่อจะจัดทำร่างที่สมบูรณ์และส่งให้สภานิติบัญญัติ แห่งชาติพิจารณาต่อไป ขณะนี้การจัดทำก็เปึ้นการจัดทำที่คู่ขนานนะครับ แล้วก็ทราบ ดีว่า กรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ ๔๕ วันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญทําเสร็จสิ้นนั้น จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๖ กรกฎาคม ไป กรอบเวลานั้นก็จะไปจบสิ้นที่วันที่ ๒๐ สิงหาคม คณะกรรมาธิการที่มีความรับผิดชอบในส่วนนี้นะครับ มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นไป ดูแลหลายคณะด้วยกันก็จะได้เร่งรัดให้เปึนไปตามกรอบเวลา นั่นเปึนข้อที่ขอประทาน เรียนชี้แจงเบื้องแรกนะครับ
ประการที่ ๒ เปึนรายละเอียดของมาตรา ๒๘๗ วรรคสองครับ เพื่อให้เกิด ความสบายใจและมีความชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ เมื่อกี้นี้เราได้คุยกันหรือพูดคุยกันไป ในหลักการแล้วนะครับว่า ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับ เมื่อพิจารณาเสร็จ จากกรรมาธิการและส่งไป สนช. แล้ว สนช. ต้องพิจารณาให้เสร็จภายในระยะเวลา ๔๕ วัน ไม่ได้ขยายเวลาในส่วนนี้ออกไปนะครับ เปึ้นเวลาตามที่กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปัจจุบันนี้แล้ว ๔๕ วันตรงนั้น แต่ประเด็นคำถามก็คือว่า และถ้าไม่เสร็จ ๔๕ วันแล้วเกิดอะไรขึ้น ตามร่างที่ปรากฏอยู่ในเอกสารที่ท่านสมาชิกได้รับ อยู่ในเวลานี้นะครับ ก็บอกถ้าไม่เสร็จภายใน ๔๕ วัน ก็เปึนความรับผิดชอบของ ทางประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะต้องนำเอาสาระหรือเนื้อหาของร่างกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับที่กรรมาธิการยกร่างได้จัดทําเสนอนั้นไปประกาศใช้ เพื่อความสง่างามในส่วนนี้นะครับ และเพื่อให้เข้าสู่กระบวนการที่ผมคิดว่าน่าจะเปึนแบบ ซึ่งน่าจะเปึนแบบซึ่งเราเคยปฏิบัติมาก่อน ขอประทานอนุญาตใช้หลักการอย่างนี้ครับ แล้วเดี๋ยวจะอ่านถ้อยคำให้ฟัง ขออนุญาตกราบเรียนหลักการก่อนว่า เมื่อสภานิติบัญญัติ แห่งชาติพิจารณาไม่เสร็จภายใน ๔๕ วันแล้วนี่นะครับ แทนที่จะให้ประธานสภา เปึ้นผู้นำเอาไปประกาศใช้เช่นว่านั้นนะครับ ขออนุญาตจะเปลี่ยนถ้อยคำและเปลี่ยนหลักการว่า เปึ้นเรื่องที่จะต้องน้ำร่างพระราชบัญญัติ ที่คณะกรรมาธิการได้จัดทำเสนอไว้นั้นน้ำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหมู่อมถวายเพื่อทรงลง พระปรมาภิไธย และให้ถือเสมือนหนึ่งว่าได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติ แห่งชาติแล้ว เพราะฉะนั้นโดยคําอธิบายอย่างง่าย ๆ นะครับ คือว่าถ้าเราเสนอไปแล้ว ๔๕ วัน สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะใช้เวลาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขเปึ้นเวลาทันท่วงที ในเวลา ๔๕ วัน ก็นำร่างที่พิจารณาเสร็จแล้วขึ้นทูลเกล้าทูลกระหมู่อมถวาย แต่ถ้าไม่เสร็จ ภายใน ๔๕ วัน ต้องเอาร่างที่กรรมาธิการได้จัดทำขึ้นนั่นแหละครับ เอาขึ้นทูลเกล้า ทูลกระหม่อมถวาย โดยถือว่าเสมือนหนึ่งว่าได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติ แห่งชาติแล้ว ในส่วนนี้ก็คงจะเปึนร่องร้อยที่เข้ากันกับรูปแบบการปกครองในประเพณี ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขของเรา รวมทั้งขออนุญาตกราบเรียนมิติ ทางกฎหมายด้วยครับ ผมเข้าใจว่าอาจจะต้องมีบทบัญญัติบางมาตราที่จะต้องมีโทษทาง อาญา เฉพาะเปึนกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายว่าด้วยเรื่องพรรคการเมืองนะครับ การที่เปึน โทษทางอาญานั้น การที่จะออกเปึนประกาศของประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้น คงไม่สามารถจะมีผลในทางที่จะบังคับใช้ให้มีโทษทางอาญาได้ เพื่อให้มีฐานะเปึน พระราชบัญญัติ และโดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้เองรับรองว่าเปึนพระราชบัญญัติ ที่เสมือนหนึ่งว่าได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว และได้ทรงลง พระปรมาภิไธยประกาศใช้ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ข้อความในวรรคสอง ก็ขออนุญาตอ่าน ทวนอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า เมื่อพื้นระยะเวลาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ที่กำหนดให้พิจารณาพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๘๖ แล้ว แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำและเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้นทูลเกล้า ทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย โดยถือเสมือนหนึ่งว่าได้รับความเห็นชอบ จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว และให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภายในเก้าสิบวัน หรือดําเนินการให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาให้แล้วเสร็จภายใน หนึ่งร้อยห้าสิบวันแล้วแต่กรณี นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว มีผลใช้บังคับ ขอประทานกราบเรียนข้อเสนอเปึนข้อความในมาตรา ๒๘๗ วรรคสองใหม่ ดังนี้ครับผม