สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๘ · ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๐

การุณ ใสงาม สสร. คัดค้านการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยประธานสภา เนื่องจากไม่ถูกต้องตามมาตรา ๒๘ รัฐธรรมนูญ และไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาที่ถูกต้อง

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม สสร. นะครับ รู้สึกว่าตอนนี้กําลังจะสับสนแล้วครับ ตามไม่ทันแล้ว ไม่ทราบว่าจะทําอะไรกันยังไง มติที่ผ่านไปแล้วนี้ท่านจะเอายังไงครับ มติที่ผ่านข้อความไม่ใช่อย่างนี้นะครับ ท่านประธานครับ ท่านทําไม่ได้นะครับ นี่ท่านกําลังจะเสนอร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ท่านยังพิจารณาไม่เสร็จนะครับ ผมอยากให้ทบทวนกันดูดี ๆ นะครับ ผมขอคัดค้านว่าการทําตอนนี้นี่มันเปึนการทําที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแล้วล่ะครับ กระบวนพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘ ท่านทำไม่ได้ครับ ท่านมาเสนอแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญใหม่ ในขณะที่ท่านยังทํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่เสร็จ อํานาจนี้ไม่มี ให้ท่านทำนะครับ มติเรื่องนี้ มาตรานี้ หลักการนี้ได้ผ่านไปแล้วนะครับ ท่านจะไปยกเลิก มติเดิมอยู่ตรงไหนครับ ยังไงครับ แล้วมติเดิม ข้อความเดิมอยู่ที่ไหน ท่านก็ไม่ปรากฏ นะครับ ท่านทําได้ยังไงครับ กรรมาธิการยกร่างไม่ใช่นึกอยากทําอะไร มีอํานาจทําได้ ตามอําเภอใจนะครับ รัฐธรรมนูญกําหนดให้ท่านทําได้แค่ไหนทําได้แค่นั้นท่าน ท่านประธานครับ ขณะนี้กรรมาธิการถ้าเสนอมาอย่างนี้ กรรมาธิการกําลังทําขัด รัฐธรรมนูญนะครับ เพราะท่านจะกระทําได้นี่นะครับ เพียง ๔ อย่างเท่านั้น ในการ พิจารณาตามมาตรา ๒๘ ท่านทำได้เพียง ๔ อย่างเท่านั้นนะครับ อย่างที่ ๑ นะครับ คือ การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่นะครับ ตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘ วรรคแรก มาตรา ๒๘ วรรคแรก คือ การรวมเอามาตรา ๒๖ ซึ่งเปึ้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับเล่มที่เรา แจกให้กับพี่น้องประชาชน บวกด้วยมาตรา ๒๗ คือคำแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกที่เสนอ อย่างถูกต้องตามมาตรา ๒๗ มีผู้รับรอง ๑๐ คน และข้อเสนอของ ๑๒ องค์กร ตามรัฐธรรมนูญที่เสนอให้เรามา กรรมาธิการทําการปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม แล้วทําเปึ้น ร่างใหม่ขึ้นมาเสนอให้เราตามมาตรา ๒๘ วรรคแรก เราจะพิจารณาเห็นชอบหรือ ไม่เห็นชอบตามร่างฉบับนี้ครับ นี่คือข้อที่ ๑ ท่านยื่นมาตอนนี้ไม่ใช่นะครับ กระดาษแผ่นนี้ ไม่ใช่ฉบับที่ ๑ นะครับ ข้อ ๒ เราจะพิจารณาได้ตามคำแปรญัตติของ สสร. ของเรา ที่นำเสนอกันไปแล้วทั้งหมด ๗ กลุ่ม มีผู้รับรองกลุ่มละ ๑๐ คน ๑๑ คน ๑๒ คน และเรา ได้พิจารณากันเรียบร้อยแล้ว ข้อ ๓ เราจะพิจารณาเรื่องได้ก็คือเรื่องที่กรรมาธิการ รับให้พิจารณาได้ ข้อ ๔ เราจะพิจารณาได้ในกรณีที่ สสร. ของเรามีเสียงสามในห้า นั่นคือ ๖๐ คนขึ้นไป บัดนี้เรื่องนี้นี่นะครับ ว่าด้วยเรื่อง ปปช. มาตรา ๒๓๙ เราได้ ผ่านกระบวนการพิจารณาทั้ง ๔ ประการนี้แล้ว คือการพิจารณาตามร่างมาตรา ๒๘ วรรคแรก คือการพิจารณาตามคำแปรญัตติของ สสร. คือคณะของกระผมได้เสนอไป คือคณะกรรมาธิการรับให้พิจารณา และคือกรณี สสร. สามในห้ามีความเห็นให้พิจารณา แต่บังเอิญอยู่ในเงื่อนไขที่พิจารณาเพียง ๒ ประการ นั่นคือพิจารณาตามร่างของ กรรมาธิการเสนอและคำแปรญัตติของกลุ่มเราเสนอไป ท้ายที่สุด มติที่ประชุมได้ผ่าน ไปแล้ว มีมติไปแล้วอย่างครบถ้วน ถูกต้อง กระบวนวิธีการพิจารณาการประชุมก็ชอบ และถูกต้องครบถ้วน ไม่มีตกหล่น เปึนมติที่มีเสียงข้างมากให้แปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติม ดังข้อความที่มีเพิ่มเติมไว้แล้ว ปรากฏอยู่ในเอกสารครับท่าน ข้อความที่ที่ประชุมนี้อนุมัติ ไปแล้ว มีมติไปแล้วคือ ทั้งนี้ ให้มีกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัด โดยคุณสมบัติ กระบวนการสรรหาและอำนาจหน้าที่ให้เปึ้นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ มติที่ประชุมได้ผ่านเรื่องนี้ อนุมัติเรื่องนี้ให้แล้ว ท่านประธานครับ กรรมาธิการไม่มีอํานาจ ที่จะทำการเสนอพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ที่อนุมัติไปแล้วในขณะนี้ ที่ยังไม่จบเรื่องให้เปึ้นรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการทําไม่ได้ครับ มาตรา ๒๘ วรรคสอง ไม่อนุญาตให้ท่านทำอย่างนั้นได้ ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นเราจะถอยหน้า ถอยหลัง ชักเข้า ชักออก ถอยกลับพิจารณาใหม่ทุกมาตราไหมล่ะถ้ามีข้อเสนออย่างนี้ เปึ้นไปได้ อย่างไรครับ มันทำไม่ได้ครับ ท่านกำลังฝ์าฝ๋นรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรงนะครับในการพิจารณา ท่านดูตัวอักษร ดูถ้อยคำให้ชัด ๆ ในมาตรา ๒๘ วรรคสองครับ เขาให้ท่านพิจารณาเรื่องอย่างนี้ ไม่อนุญาตให้ท่านพิจารณาจบแล้ว มีมติแล้วในเรื่องใด ๆ ในญัตติใด ๆ ไม่อนุญาตให้ใคร ในที่นี่นำเสนอเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมใหม่ ทบทวนมติที่ผ่านไปแล้วโดยหลักการนั้นใหม่ ไม่อนุญาตครับ ท่านประธานครับ ญัตติทั้งหมดนี้นี่ล่ะครับ ทั้งเล่มนี้ประมาณ ๒๙๙ มาตรา บางมาตรามีหลายญัตติ บางมาตรามีหลายวรรค มีหลายตอน แต่ละญัตติ ล้วนต้องผ่านกระบวนการพิจารณา ผ่านกระบวนการถกเถียงอภิปราย เมื่อถกเถียง อภิปรายนำเสนอเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ผ่านกระบวนการลงมติ เมื่อกดคะแนนลงมติ เรียบร้อยแล้วก็ผ่านการประกาศผลคะแนนว่า มีผลคะแนนญัตตินั้น ๆ เปึ้นประการใด ผ่านขั้นตอนกระบวนวิธีพิจารณาเรียบร้อยถ้วนถี่ ท่านประธานครับ กระบวนการนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการทำคำฟัอง ผ่านการพิจารณา ผ่านการนำสืบ ผ่านการนำพยาน เอกสาร พยานหลักฐานต่าง ๆ เบิกความจนหมดแล้ว มีการเขียนคำพิพากษาและอ่าน คำพิพากษาไปแล้ว คืออ่านผลคะแนนไปแล้ว ท่านแก้ไขคำพิพากษาที่อ่านไปแล้วไม่ได้ การจะแก้ไขคําพิพากษาได้ท่านต้องยื่นฟัองอุทธรณ์ ยื่นฟัองฎีกา แต่สภาแห่งนี้ ฝ์ายนิติบัญญัติทําได้ไหมในการแก้ไขเพิ่มเติม ทําได้ แต่ท่านจะต้องร่างรัฐธรรมนูญเพื่อ ทําการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ท่านทําไปใหม่อีก เพราะกระบวนการนี้เปึ้นหลักการที่ ท่านอนุมัติไปแล้ว ท่านจะมากลับหลักการที่อนุมัติกลับไปกลับมา ชักเข้าชักออก ไม่ได้ท่าน ญัตติที่ท่านรอไว้พิจารณาต่างหาก็คือญัตติหรือคำฟัองที่รอการพิจารณา รอการสืบพยาน รอการเขียนคำพิพากษา กระบวนการพิจารณาส่วนนั้นยังไม่แล้วเสร็จ เปึนการรอไว้ก่อน รอด้วยเหตุผลร้อยแปดพันประการ นั่นคือกระบวนการที่ท่านยัง พิจารณาไม่แล้วเสร็จ เมื่อท่านพิจารณาในส่วนใดที่เปึ้นคำฟัองใด ญัตติใดผ่านไปแล้ว มติแล้ว มติแล้ว มติแล้ว มติแล้ว ท่านค่อยกลับมาน้ำไอ้ที่รอการพิจารณาแล้วมา พิจารณานั้นได้ เพราะเปึนเรื่องที่ยังไม่ยุติ แต่เรื่องที่ยุติมีมติไปแล้วท่านมาทำอย่างนี้อีก ไม่ได้ครับ ไม่มีบทบัญญัติใดเขียนอํานาจให้ท่านทําอย่างนี้ได้ แล้วท่านเสนอมาท่านมาแก้ อะไรครับตอนนี้ ถ้อยคำ ข้อความของท่านที่นำส่งมานี้หายข้อมติไปเลยครับ หายข้อมติที่ ผ่านไปแล้ว ที่ผมอ่านให้ท่านฟัง ไม่มีมตินี้เลยครับที่เหลืออยู่ ท่านกําลังทําอะไรกันอยู่ อย่างนี้ครับ ผมเห็นว่าถ้าเราเดินอย่างนี้ต่อไป ท่านประธานที่เคารพ วันเวลาเหลือน้อย เต็มทนแล้ว และถ้าทำอย่างนี้ต่อไป ข้อคัดค้านทักท้วงบอกว่าท่านทำมติอย่างนี้เปึน การกระทำที่ไม่ชอบและไม่ถูก ท่านนำสิ่งที่ไม่ชอบและไม่ถูกบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ จะกลายเปึนการทําร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เสร็จและไม่จบ ตอนนั้นล่ะครับหง่ายหลังกัน ทั้งหมดทุกคนเลยครับ เพราะกลายเปึนร่างรัฐธรรมนูญที่ทําไม่เสร็จ ผมเกรงว่าท่านจะ พวกเราทุกคนจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ใหญ่เกินกำลังที่เราจะแบกได้ ความเห็นของผมได้เสนอไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานท่านครับ มาวันนี้ก็พบสิ่งเหล่านี้อีก เอาละครับ ถ้าท่านจะทำกัน ยั่งยืนยันว่าผมไม่เห็นด้วยกับท่าน ถ้าเสียงข้างมากของท่าน จะพากันทําก็ทําไปครับ เอาเปึนว่าผมประท้วงและคัดค้านว่าไม่เห็นด้วย และท่านกําลัง ทําขัดต่อรัฐธรรมนูญ เสียงข้างมากก็ไม่ใช่ว่าไปยืนยันความถูกต้องเสมอไปครับ ทุกท่านมีสถานะทั้งนั้น ณ วันหนึ่งครับจะพิสูจน์และจะบอกว่าการกระทำนี้ชอบ หรือไม่ชอบ ขอบคุณครับ