สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๗ · ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๐

วุฒิสาร ตันไชย อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องสัดส่วนสมาชิกวุฒิสภา ในรัฐธรรมนูญ 2550

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพครับ กระผม วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ และ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตอภิปรายประเด็นสั้น ๆ ครับ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ของที่มา และสัดส่วนจํานวนของวุฒิสภา ในฐานะที่เปึ้นผู้สนับสนุนญัตตินี้ครับ ผมคิดว่า ประเด็นเหตุผลหลักที่กระผมพยายามนำเสนอ เห็นด้วยกับสัดส่วนของการเลือกตั้ง สว. ๑๒๐ คน และสรรหา ๔๐ คน นั้น กระผมมีเหตุผลสองสามประการที่ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกดังนี้ครับ ประการแรก ผมคิดว่า ประเด็น ปัญหาของสมาชิกวุฒิสภา ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ นั้น ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน นั้น ประเด็นหลักของปัญหาและการถูกแทรกแซงก็เกิดขึ้นจากการที่รัฐธรรมนูญไป กําหนดให้อํานาจของวุฒิสภามีหน้าที่ในการสรรหา หรือคัดเลือกผู้มาดํารงตําแหน่ง องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่า ประเด็นนี้คือประเด็นที่มีความสําคัญมากว่า ทําให้ ระบบการเมืองและผู้ที่ต้องการที่จะมีอิทธิพลต่อวุฒิสภานั้นเข้ามาครอบงํา แต่อย่างไร ก็ตามครับ ผมคิดว่าวุฒิสภาที่ผ่านมา ที่ผ่านจากการเลือกตั้งของประชาชนเอง ก็มีทั้ง วุฒิสภาที่อาจจะถูกครอบงํา และก็มีวุฒิสภาที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี ดังนั้น หลักประกันที่บอกว่า การสรรหาจำนวนมากจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ กระผมก็ยังไม่ค่อย แน่ใจ กระผมก็ยังค่อนข้างมั่นใจว่า การเลือกตั้งจากประชาชนนั้น อาจจะมีความยึดโยง กับประชาชนมากกว่า ดังนั้น เมื่ออํานาจหน้าที่ของวุฒิสภาในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เรา กำลังพิจารณานั้น มีหลักการที่เปลี่ยนไป สำคัญมาก ๒ ประการ ก็คือว่า ประการแรก ก็คือว่า วุฒิสภาไม่ได้มีอํานาจในการที่จะเปึนคนเลือกผู้มาดํารงตําแหน่งองค์กรอิสระ อีกแล้ว มีหน้าที่เพียงให้ความเห็นชอบ แต่อย่างไรก็ตาม เราไปคงอำนาจเรื่องของการ ถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองไว้ที่วุฒิสภา ด้วยเหตุผลนี้ล่ะครับ กับเหตุผลที่เรา ต้องการ ที่เราอภิปรายกันว่า การมี ๒ สภา นั้น เราต้องการให้วุฒิสภานั้นเปึ้นสภา กลั่นกรองกฎหมาย เปึ้นสภาที่มีความแตกต่างและมีจุดที่มีความหลากหลายใน ความคิดเห็น เปึ้นสภาที่ประกอบไปด้วยคนที่มีประสบการณ์ในการบริหารในบ้านเมืองต่าง ๆ เราจึงไป กําหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาสู่ตําแหน่งวุฒิสภาไว้ค่อนข้างสูง เรามีการเปลี่ยนแปลง เรื่องคุณสมบัติของผู้จะเข้ามาจากวุฒิสภา จาก ๒ ป้ เปึน ๕ ป้ กระผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้คือ ความพยายามในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ได้พยายามเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ เพื่อเปึน หลักประกันว่า เราจะได้วุฒิสภาที่มีคุณสมบัติอย่างที่เราต้องการ คือ เปึ้นสภาพี่เลี้ยง คือ เปึ้นสภากลั่นกรองกฎหมายเปึนหลัก แต่เหตุผลที่กระผมยั่งยืนยันว่า มีความเห็นว่า วุฒิสภาในสัดส่วนที่มาจากการเลือกตั้งควรจะมากกว่ามาจากการสรรหาอย่าง มีนัยสำคัญนี้นี่ มิใช่เปึนความแตกต่างเพียงสัญลักษณ์ ผมกราบเรียนว่า สัดส่วน ๑๒๐ กับ ๔๐ นั้น มีความหมายว่า ๔๐ ที่มาจากการสรรหา คือ การเป่ดโอกาสให้มีที่ยืนของ บุคคลที่อาจจะไม่สามารถผ่านจากการเลือกตั้งได้ แต่เปึนตัวแทนกลุ่มอาชีพจริง ๆ ผม ยกตัวอย่างข้อดีของการแต่งตั้งวุฒิสภาในบางครั้ง เราจะเห็นว่าเรามีวุฒิสภาที่เปึน คนพิการ ที่มายืนอภิปรายอยู่ในสภานี้แล้วนั่งไม่ได้ตลอดชีวิต แต่มีสิทธิได้เปึนวุฒิสภา ดังนั้น กระผมยังเคารพในที่มาของระบบ ของการสรรหาที่จะหาตัวแทน หรือบุคคลที่จะ มาดูแล ปกปัอง และเสนอแนะเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ แต่อย่างไรก็ตามครับ ด้วยเหตุผลที่กระผมกราบเรียนว่า เมื่อเราให้อํานาจวุฒิสภาไปในฐานะที่ต้องถอดถอน นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ความชอบธรรมที่สำคัญมาก ก็คือ ผู้ถอดถอนนี่ก็ควร ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเปึนส่วนใหญ่ ด้วยเหตุผลนี้แหละครับ กระผมจึง เสนอสัดส่วนว่า ๑๒๐ กับ ๔๐ ด้วยเหตุผลที่ว่า ในมาตรา ๒๖๒ การริเริ่มการถอดถอน ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองที่มาจากวุฒิสภาต้องใช้หนึ่งในสี่ นั่นก็คือ ๔๐ คน ครับ แต่อย่างไรก็ตามในการลงมติในมาตรา ๒๖๕ ต้องใช้เสียงสามในห้า นั่นก็แปลว่า สมาชิก ที่มาจากการแต่งตั้ง ซึ่งอาจจะถูก อาจจะบอกว่า ถูกแต่งตั้งมาจากกรรมการสรรหานั้นนี่ สามารถริเริ่มถอดถอนได้ครับ แต่ไม่มีอำนาจถอดถอน เพราะฉะนั้นนี่ด้วยตรรกะแบบนี้ ครับ กระผมจึงคิดว่าเหตุผลที่เราเปลี่ยนอำนาจหน้าที่ของ สว. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ ไม่ได้ให้มีอํานาจในการแต่งตั้งผู้มาดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระนี่ ผมคิดว่า ความกลัว หลายเรื่องที่ประสบการณ์ในอดีตของ สว. นั้น อาจจะเปลี่ยนไป ประการสุดท้ายครับ ที่ในญัตตินี้มีการเสนอให้มีการออกทุก ๓ ป้ เหตุผลหลัก ก็คือว่า จะมีการเปลี่ยนแปลง กลุ่มครึ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือมาจากการสรรหาทุก ๓ ป้ นั่นก็แปลว่า ใน ๓ ป้แรกอาจจะมีคนมีวาระเพียง ๓ ป้ นะครับ แต่ว่าจากนั้นจะมีระบบที่มีการเปลี่ยน ถ่ายบุคคล ๑๖๐ คน นี้ทุกครึ่งเทอม (Term) อันนี้ก็จะเปึนหลักประกันอีกหลักหนึ่งครับที่ จะทำให้ทุกคนต้องแสดงบทบาทของตัวเอง และจะต้องเปึนกลาง การครอบงำต่าง ๆ ก็จะ ทำได้ยากขึ้นครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ครับ กระผมจึงขออนุญาตอภิปรายสนับสนุน ญัตตินี้ในฐานะที่เปึ้นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ กราบขอบพระคุณครับ