สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๗ · ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๐

การุณ ใสงาม หารือเรื่องการดำเนินการของรัฐธรรมนูญ และอ้างถึงมาตรา ๒๘ วรรคสองและมาตรา ๓๐ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อแสดงว่าการกระทำของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนี้มีลักษณะผิดพลาดและไม่สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม สสร. ต้องหนี้ออกมาจากข้างหน้าตรงนั้นนะครับ หลุดกระเด็นมาหลบมุมอยู่ที่นี่ ด้วยความ ตระหนกตกใจกับนั่งตรงนั้นประจันหน้ากับกรรมาธิการเกินไป ยอมรับว่า ระยะนี้ หวาดกลัวมาก ท่านประธานครับ ขอหารือเรื่องสำคัญในมาตรานี้ด้วย ผมเกรงว่า หากเรา เดินหน้าต่อไป เกรงจะถลำมากเกินไป แล้วการกระทำของเราจะกลายเปึนการกระทำที่ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกรรมาธิการที่เคารพทุกท่าน เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน อยากเชิญชวนทุกท่านตั้งหลักนิดหน่อย เรียกร้องให้ทุกท่าน ดูรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา ๒๘ วรรคสองให้ดี ๆ ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ เรียกร้องให้ท่าน ดูวิธีการประชุมตามข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านประธานครับ ท่านดูวิธีการประชุมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ท่านอาจจะไม่ต้องดูที่รับ หลักการวาระที่ ๑ ที่ ๒ ก็ได้ แต่ท่านมาดูในการพิจารณาที่วาระที่ ๒ ที่ ๓ ต่อเนื่องของ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ โดยให้ท่านดูที่ข้อ ๑๒๐ ๑๒๑ ๑๒๒ และ ๑๒๓ ต่อเนื่องกัน มาประกอบการพิจารณาในการพิจารณารัฐธรรมนูญของเราฉบับนี้ด้วย ข้อที่ ๓ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ป้ ๒๕๔๙ ไม่มีบทบัญญัติในการพิจารณารัฐธรรมนูญ ละเอียดลออมากนัก รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๘ ฉบับชั่วคราว ถ้าผมจำไม่คลาดเคลื่อน บอกไว้ว่า หากการใดที่ไม่มีรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เปึ้นการชัดแจ้งให้ใช้วิธีประเพณีปฏิบัติ ของรัฐธรรมนูญหรือของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ผ่านมา นี่คือ กระบวนวิธี พิจารณารัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ท่านครับ เปึ้นประการสำคัญ ข้อที่ ๑ จากเหตุผล ข้อที่ ๑ นี้ การกระทำของเราในขณะนี้กำลังก้าวล่วงไปสู่การพิจารณาบทบัญญัติมาตราที่เราได้ พิจารณาผ่านไปแล้ว และมีมติครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ท่านดูสิครับว่า ไม่มีบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ไม่มีข้อบังคับใด ๆ เขียนไว้ให้ท่านถอยกลับมาดึงมาพิจารณาใหม่ โดยใช้วิธี กระบวนการอย่างนี้ เรียกว่า ชักเข้าแล้วก็ชักออก แล้วก็ชักเข้ามาให้เสนอพิจารณาใหม่ กระทําอย่างนี้ ไม่มีบทบัญญัติใดเขียนให้ท่านทําได้ การกระทําของท่านที่กระทําอย่างนี้ เท่ากับการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญได้ผ่านมติไปแล้ว และรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ประกาศใช้ แต่ท่านได้ใช้เงื่อนไขในห้องประชุมนี้กระทำการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมใหม่ในรัฐธรรมนูญ มาตรานั้น ๆ อีกเบิ้ล (Double) ซ้อนแล้วครับท่าน ท่านกำลังพิจารณาซ้อนมาตราที่ผ่าน การพิจารณามีมติไปอย่างครบถ้วนแล้ว ท่านตามช้า ๆ ท่านดูละเอียด ๆ ท่านดูช้า ๆ แม้แต่เงื่อนไขในการพิจารณาตาม มาตรา ๒๘ วรรคสอง ก็ไม่ให้เงื่อนไขของท่าน ทำอย่างนี้ได้ ข้อที่ ๒ ขอความกรุณาทุกท่านได้โปรดไปเป่ดดูรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา ๓๐ ด้วยครับ ช้า ๆ ครับ ท่านที่เคารพครับ ท่านกรุณาพลิกเป่ดไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ ชั่วคราวด้วยครับ ป้ ๒๕๔๙ เหล่านี้ มาตรา ๓๐ เขาบอกว่าอย่างไรครับ เขาบอกว่า เมื่อท่านพิจารณารัฐธรรมนูญฉบับนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว นะครับ เขาให้ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นะครับ ทําการไปพิจารณากฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยเรื่องการเลือกตั้ง ขอย้ำ ว่าด้วยเรื่องการเลือกตั้ง เฉพาะในส่วนที่จำเปึ้นเท่านั้น ท่านครับ ท่านไปออก กฎหมาย ท่านกรรมาธิการยกร่างครับ หลังจากเราพิจารณารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เสร็จไปแล้ว ท่านจะไปพิจารณา ว่าด้วยเรื่องการสรรหาอยู่ตรงไหน ท่านช่วยเป่ดดู รัฐธรรมนูญมาตรา ๓๐ ชั่วคราวครับ ไม่มีบอกให้ท่านไปยกร่างว่าด้วยระเบียบวิธีการ สรรหานะครับ แล้วท่านจะไปเขียนว่าด้วยเรื่องการสรรหาในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. สว. และการสรรหา สว. ท่านกำลังเขียนกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญเกินกว่าอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวฉบับนี้ใน มาตรา ๓๐ ท่านประธานที่เคารพครับ เรากำลังเดินถลำลึกลงไปแห่งความผิดพลาด หรือเปล่า ท้ายที่สุดจะมีผู้เสนอบอกว่า ท่านพิจารณารัฐธรรมนูญไม่จบ ไม่เสร็จ เพราะอะไร เพราะท่านมีเรื่องการสรรหา สว. ด้วย ท่านกรรมาธิการยกร่างครับ ท่านจะไป ยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องการเลือกตั้งและสรรหา สว. ได้อย่างไร เพราะอํานาจหน้าที่ของท่านไม่ได้ไปทําเรื่องการสรรหา สว. หรือท่านกําลังจะอ้างว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็จะถูกยกเลิกโดยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของท่าน มันจะไม่เกินไปหรือ ครับ อํานาจหน้าที่ของท่านมา ผมคิดว่า เพียง ๒ ข้อนี้นี่นะครับ เรากําลังทําอะไรกันอยู่ ครับ และยังมีอีกหลายมาตราที่ท่านกำลังเสนอมา เช่น มาตราที่พิจารณาผ่านไปแล้ว อนุมัติไปแล้ว มีมติไปแล้ว ถกเถียงกันทั้งวันเช่นกันครับ ในเรื่องมาตราอะไร นั่นคือ คำสั่ง เรียกเอกสาร เรียกบุคคล ในคณะกรรมาธิการก็พิจารณาจบและผ่าน มีมติแล้ว ท่านก็ กำลังเสนอเข้ามา โดยอ้าง ๖๐ ชื่อ ท่านที่เคารพ ท่านช่วยดูมาตรา ๒๘ วรรคสอง การเสนอญัตติไม่มีบอกว่า ให้เสนอด้วยชื่อกี่ชื่อ แต่เขาบอกว่าให้เห็นชอบต้องเสียง สามในห้า ถ้าหากพิจารณานอกจากญัตติที่แปรญัตติตามมาตรา ๒๗ และตามร่างที่ คณะกรรมาธิการเสนอเรามา ท่านช่วยหาหน่อยเถอะครับว่า เขาให้เขียนญัตติใหม่ โดยเขียนญัตติตอนนี้ ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมมติที่ผ่านไปแล้วนี่ ท่านช่วยเป่ดหาให้ผมดูหน่อย ครับว่า เขาใช้เสียงสามในห้าอยู่ตรงไหน ท่านหาเห็นหรือยังครับ ท่านครับ ผมไม่อยากพูด รายละเอียดให้ยาวกว่านี้ แต่เอาเพียงย่อ ๆ เท่านี้ก่อน ยังมีอีกเยอะครับ ที่ท่านกำลัง หลงทางอยู่ และคลาดเคลื่อน และผิดพลาดเข้าไปอีก ยังมีอีกเยอะครับ ที่จะพูดคุยกัน ต่อไป