ศรีราชา เจริญพานิช หารือเรื่องการขยายหลักสูตรการศึกษา จากปัจจุบัน 9 ปี เป็น 15 ปี และเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการจัดงบประมาณให้เหมาะสม
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศรีราชา เจริญพานิช กรรมาธิการนะครับ ผมจะขอ กราบเรียนว่า ที่ขอแปรญัตตินั้น ขอเท้าความเดิมนิดหนึ่งครับ เมื่อตอนครั้งก่อนนี้ได้มีการ หารือกันระหว่างกรรมาธิการกับทางสมาชิกนะครับ แล้วก็มีการตกลงรอมชอมกันว่า เราจะจัดการศึกษาโดยที่มีการเลือกนะครับ คือเปึน ไม่น้อยกว่าสิบสองป้ นั้น ตกลงกัน ไปแล้วนะครับ มีการเลือกตั้งแต่ปฐมวัย หรืออนุบาล ๑ ๒ ๓ จนกระทั่งถึง ม. ๓ ก็คือ ๑๒ ป้ ในแบบแรก แบบที่ ๒ ก็คือ ป. ๑ ถึง ม. ๖ ซึ่งเปึ้นไปตามเดิม เหมือนอย่าง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ ทีนี้ผู้ขอแปรญัตติมานี่ก็ขอจะแปรเปึ้น ๑๔ หรือ ๑๕ ป้ โดยไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนนะครับ ก็คือจะเปึน ๑๔ กับ ๑๕ ก็ได้ โดยที่ถือว่ากระทรวงศึกษา เองได้เคยจัดข้องปฐมวัยเปึน ๒ ชั้นอยู่แล้ว จะเปึน ๑๔ ทีนี้กราบเรียนด้วยความเคารพ นะครับว่า การที่จะขยายขึ้นไปจากเดิมเปึน ๑๔ ชั้น นี่นะครับ ตามของเดิมที่เคยปฏิบัติ อยู่แล้ว ของกระทรวงศึกษาธิการนี่ครับ ผมใคร่ขอให้ดูเอกสารที่ผมจะชี้แจงเกี่ยวกับ ตัวเลขที่ได้เตรียมมาให้ ก็คือ ในปัจจุบันในเอกสารหมายเลข ๑ นะครับ ก็คือ งบประมาณ ป้ ๒๕๕๐ นี่นะครับ ท่านจะเห็นได้ว่า งบประมาณป้นี้เปึนงบประมาณที่เราใช้จ่ายกัน ค่อนข้างจะสูงนะครับ กระทรวงศึกษาธิการเองก็ได้ไปอยู่ในระดับ ๒ แสน ๒๕๕๐ นี่ ได้ประมาณสองแสนแปดหมื่นล้านเศษนะครับ ป้ ๒๕๕๑ นะครับ ก็จะเปึนสามแสนกับ หนึ่งหมื่นกว่าล้านนะครับ ซึ่งงบประมาณเหล่านี้ถือเปึนสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงมาก กระทรวงเดียวนะครับได้รับงบประมาณถึง ยี่สิบ ยี่สิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ของจำนวน งบประมาณทั้งประเทศ ผมขอเรียนว่า เนื่องจากตัวเลขของกระทรวงศึกษาเปึน งบประมาณที่สูงมาโดยตลอดนะครับ แต่ในเรื่องของการจัดการศึกษานั้น คุณภาพ มาตรฐานยังค่อนข้างจะเปึ้นที่สงสัยนะครับ เพราะว่าไม่สามารถที่จะจัดการศึกษาให้ได้ เท่ากับมาตรฐานและคุณภาพที่คาดหวังเหมือนอย่าง สปศ. ก็ได้ประเมินไปแล้วนะครับ สำนักงานประเมินการศึกษา สปศ. ได้ประเมินไปแล้ว ก็จะเห็นว่า โรงเรียนกว่าครึ่งคือ ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่มาตรฐานขั้นดี เพราะฉะนั้นปัญหาของชาติตอนนี้ก็คือ เราคงต้องมาดู ว่า งบส่วนใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการตามเอกสารหมายเลข ๒ ที่มีเห็นเปึนงบของ กระทรวงศึกษาธิการเปึนงบรายจ่ายป้ ๒๕๕๑ จะเห็นว่า เป่ดไปที่หน้ากลาง ๆ นะครับ จะเห็นว่า มีกรอบของงบประมาณในการผลิตของบรรดางบบุคลากร ผมขออนุญาตเปึน หน้าที่ ๔ จากข้างท้ายนะครับ จะเห็นได้ว่า งบบุคลากรของกระทรวงประมาณทั้งสิ้น หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นหนึ่งพันกว่าล้าน คือพูดง่าย ๆ ว่า ๘๒ เปอร์เซ็นต์ เปึนงบที่ใช้จ่ายกับ บุคลากรเกือบทั้งหมดนะครับ ส่วนงบที่จะไปลงในเรื่องดำเนินการ เหลือเจ็ดพันกว่าล้าน นะครับ งบลงทุนสามพันกว่าล้าน งบเงินอุดหนุนหนึ่งหมื่นสองพันกว่าล้าน ท่านจะเห็นได้ ว่า การศึกษาที่ลงไปนี่นะครับ ผมไม่ได้คัดค้านนะครับเรื่องที่ว่าจะต้องทุ่มในการศึกษา แต่การศึกษาลงไปมันไม่ได้ผลิตผล ไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควร แล้วงบส่วนใหญ่ก็เปึนงบของ บุคลากร เพราะฉะนั้นทําให้มีปัญหา ผมคิดว่าถ้าเผื่อเราขยายเปึน ๑๔ หรือ ๑๕ นี่ครับ ผลที่จะลงไปมันจะไม่เกิดแก่เด็กเท่าไรครับ เงินส่วนใหญ่ก็จะไปอยู่กับบุคลากรทาง การศึกษาเปึนส่วนใหญ่นะครับ ซึ่งตอนนี้มีปัญหามาก ประเทศเราในป้ปัจจุบัน งบประมาณ ๒๕๕๐ เราจะใช้งบประมาณขาดดุล กู้เขาไปตั้งหนึ่งแสนสี่หมื่นหกพัน กว่าล้าน ซึ่งปัญหานี่นะครับ ถ้าเผื่อสรุปง่าย ๆ ก็คือว่าความคุ้มทุนในการที่ขยาย การศึกษาลงไป ผมไม่เชื่อว่าการศึกษาที่จะขยายไปอีกเปึน ๑๔ หรือ ๑๕ ป้ นั้นจะทำให้ เด็กเกิดศักยภาพ เกิดความแข็งแกร่ง แต่ในขณะเดียวกันรัฐจะลงทุนไปมากกว่าที่ควร เยอะ ทั้ง ๆ ที่การศึกษาถ้าเผื่อเราจัดหลักสูตรให้ดีแล้วนะครับ ๑๒ ป้ หรือ ๙ ป้ อาจจะได้ ผลลัพธ์ไม่ต่างกันเลย ถ้าเผื่อจัดวางหลักสูตรให้ดีนะครับ แต่ขณะนี้คุณภาพมาตรฐาน ของการเรียนการสอนยังไม่เปึ้นที่น่าพอใจ เพราะว่าเด็กชั้นประถมจบมาแล้วบางทียัง อ่านหนังสือไม่ออกก็มีนะครับ เด็กจบมัธยมมาเข้ามหาวิทยาลัย ครูบาอาจารย์ใน มหาวิทยาลัยก็คงทราบดีว่า คุณภาพมาตรฐานต่ำกว่าเดิมมาก เพราะฉะนั้นการที่จะ ขยายไปถึง ๑๕ ป้ เปึนภาระแก่รัฐบาลอย่างมหาศาลที่จะต้องจัดงบมากขึ้นอีกมากมาย พอสมควรนะครับ อีกเปึนหมื่นล้านนะครับ เพราะฉะนั้นโดยความเคารพต่อท่านสมาชิกที่ ขอแปรญัตติ ผมเองผมมีความเห็นว่า เรื่องที่ได้ตกลงไปแล้วมันมีทางเลือกอยู่ ๒ ทาง เพราะฉะนั้น ขึ้นอยู่กับกรรมาธิการว่า ท่านจะเลือกใช้ทางไหนครับ ก็คือ แบบที่ ๑ ก็คือ อนุบาลถึงมัธยม ๓ ซึ่งจะเปึนไปตามหลักการศึกษาทั่วไป ก็คือว่า มีอนุบาล ๓ ชั้น แล้ว ต่อด้วย ป. ๑ ถึง ม. ๓ ซึ่งจะเปึนไปสอดคล้องกับ พรบ. การศึกษาภาคบังคับ แล้วก็เราใช้ คําว่า ไม่น้อยกว่า เมื่อไรก็ตามที่ประเทศชาติมีงบประมาณมากพอเราก็ขยายขึ้นไปได้ครับ แต่การที่จะเขียนบังคับว่าต้อง ๑๕ ขึ้นไป ผมว่าจะเปึนปัญหาแก่ประเทศมากมาย ในขณะที่ประเทศเราก็ยังไม่ค่อยจะฟุ๋่นตัวเท่าไร เพราะฉะนั้นขอให้เป่ดช่องไว้นะครับ ในที่นี้ก็คือว่า ให้ใช้ ๑๒ แล้วก็ขอให้ผลักให้การศึกษาอนุบาลไปอยู่ในระบบของท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้ท้องถิ่นได้ตื่นตัวในเรื่องนี้ แล้วก็แข่งกันเพื่อที่จะทำคุณภาพการศึกษาให้ดี จึงจะเปึนมิติใหม่ในอนาคตของประเทศชาติว่า เราได้ให้ท้องถิ่นรับผิดชอบ เรื่องนี้แล้ว เรื่องถ่ายโอนถึงค่อย ๆ ทำไปที่หลัง ถ้าเผื่อเมื่อไรก็ตาม ท้องถิ่นมั่นคง สามารถจัดได้ดี มีความมั่นคงแล้ว ผมเชื่อว่า การถ่ายโอนไปสู่ท้องถิ่นจะไม่มีปัญหาเลย ที่มีปัญหาก็คือ เขากลัวว่ามันง่อนแง่น ถ้าเผื่อทำดีเมื่อไร มีคุณภาพเมื่อไร แล้วก็สวัสดิการ ครูบาอาจารย์ดีเมื่อไร มั่นคงเมื่อไร ทุกคนผมว่าไม่ต่างกันครับ คงจะถ่ายโอนไป และจะ เปึนความสำเร็จอีกชั้นหนึ่ง ส่วนสำหรับกรณีที่เปึนประถม ๑ ถึง มัธยม ๓ ซึ่งเปึน ๙ ป้ ที่เหนือขึ้นมาจากชั้นอนุบาล ก็จะทำให้งบประมาณที่เคยจัดอยู่เดิมของกระทรวงศึกษา จะทุ่มไปที่ตรงนี้ได้พอดี ผมเคยได้กราบเรียนว่า เราขาดอยู่ ในชั้นประถมเราจะขาดอยู่ ประมาณ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ชั้นมัธยมขาดอยู่ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเผื่อเอาชั้นประถม มัธยมมาเกลี่ยกันแล้ว ๒ ส่วน จะไล่เลี่ยกันกับงบที่จะมี ที่จะจัด ๙ ป้ อย่างที่ผมกราบเรียน เพราะฉะนั้นอันนี้จะเปึนความพอดีที่จะทําให้เด็กรับการศึกษาเต็มเม็ดเต็มหน่วย ครบถ้วน และได้คุณภาพ และในท้ายที่สุด เมื่อเด็กเข้าฝักแล้วนะครับ พอไปชั้นสูงขึ้นก็จะเข้า มหาวิทยาลัย ทำอะไรต่ออะไร แยกไปตามสายอาชีพ ไปสายสามัญ ให้ได้ การศึกษา เราจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนในส่วนนี้ว่า ถ้าเผื่อ ไม่รอมชอมกัน ก็ควรที่จะขออนุญาตที่จะให้มีการลงมติว่า จะเอา ๑๒ ป้ หรือ ๑๕ ป้ ประเด็นที่ ๑ นะครับ ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า ถ้าเผื่อเปึน ๑๒ ป้ แล้ว จะเลือกแบบเดิม ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือจะเลือกแบบใหม่ตามที่ว่าเสนอใหม่ ตามที่กรรมาธิการ ได้เคยตกลงกันไปแล้ว ก็คือเปึนเรื่องที่ตั้งแต่อนุบาล ๑ ๒ ๓ ถึง ม. ๓ ซึ่งจะเปึนตามหลัก การศึกษาภาคบังคับในปัจจุบัน แล้วหลังจากนั้นก็ไปแยกสายอาชีพอะไรให้ชัดเจนนะครับ ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องปรับปรุงกระทรวงศึกษา ปรับปรุงระบบการศึกษากัน ขนานใหญ่ เพราะไม่อย่างนั้นประเทศชาติของเราจะไปไม่รอดครับ เพราะฉะนั้น ขอกราบเรียนวิงวอนว่า ขอให้พิจารณาในส่วนนี้เถอะครับ เพราะว่าในส่วนมาตรา ๑๖๗ วรรคสอง ก็เรียบร้อยไปแล้วนะครับ ที่จะทําให้ประเทศชาติอยู่รอด ทําให้รัฐธรรมนูญ อยู่รอด แต่มาตรานี้ ถ้าเผื่อท่านไม่พิจารณาตรงนี้ ก็จะมีปัญหาต่อไปในอนาคต ซึ่ง เปึนปัญหาซีเรียส (Serious) เช่นเดียวกันครับ ผมขอกราบเรียนท่านสมาชิกนะครับ ขอบพระคุณครับ