สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๗ · ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๐

วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ เสนอปรับญัตติในมาตรา 48 เพื่อให้การศึกษาของทุกคนเท่ากัน โดยเริ่มจากระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ สสร. ครับ ผมได้ขอเสนอแปรญัตติเพิ่มเติมในมาตรา ๔๘ ซึ่ง มาตรา ๔๘ ที่ได้มีมติไปแล้วนะครับ ความเดิมนั้นว่า บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการ เลือกรับการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัย หรือระดับประถมศึกษา ไม่น้อยกว่าสิบสองป้ที่รัฐจะต้อง จัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เรื่องนี้หลังจากที่เราได้ผ่านมติไป แล้วนะครับ ก็มีเสียงสะท้อนกลับมาจากทางฝ์ายผู้ปฏิบัติ คือทางครูบาอาจารย์ทาง โรงเรียนว่า เรื่องนี้อาจจะเปึนปัญหาในแง่ของการปฏิบัติ ซึ่งจะเกิดปัญหาวุ่นวายอยู่ใน การบริหารจัดการอย่างยิ่ง เหตุผลก็คือว่าอย่างนี้ครับ ถ้าผู้ปกครองและเด็กนี่จะเลือกรับ การศึกษา ๑๒ ป้ นะครับ ตามที่เราได้มีมติผ่านไป จะเลือกได้ ๒ แบบ คือ แบบที่ ๑ ตั้งแต่ ปฐมวัย คือ อนุบาล ไป ๑๒ ป้ จะไปหมดสิ้นสุดเอาช่วงมัธยมต้น คือ ม. ๓ แล้วอีกพวก หนึ่งครับ เลือกตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา คือ ชั้น ป. ๑ ไปหมดเอาที่ชั้นมัธยมศึกษาตอน ปลาย คือ ม. ๖ ความแตกต่างของนักเรียนทั้ง ๒ คนนี้ จะเปึนปัญหาในแง่การปฏิบัติดังนี้ ครับ ๑. ครับ นักเรียนใน ๑ ห้องเรียนนี่ เช่น ตั้งแต่ชั้นปฐมวัย หรือชั้นมัธยมปลายนี่ จะมี ความแตกต่างกัน ๒ ระดับ คือ ๒ กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเรียนใช้สิทธิ ๑๒ ป้ ฟรี อีกกลุ่มหนึ่งต้อง เสียเงินนะครับ ในห้องเดียวกันมี ๒ พวก พวกเสียเงิน กับพวกไม่ต้องเสียสตางค์ เพราะว่า ใช้สิทธิต่างกัน อันที่ ๒ ครับ ค่าใช้จ่ายของนักเรียนในแต่ละระดับนั้น แตกต่างกัน ถ้า ผู้ปกครองรับสิทธิ ในชั้นอนุบาล หรือปฐมวัยนี่ อาจจะเสียเปรียบกับนักเรียนที่ใช้สิทธิ ในช่วงประถม ๑ ถึงมัธยมปลาย เพราะว่าค่าใช้จ่ายในการจัดการนั้นมีความแตกต่างกัน ต่อไปทางโรงเรียนและผู้ปกครองก็จะมีความสับสนกัน แล้วก็ต้องตรวจสอบ ตรวจสอบว่า นักเรียนคนนี้เคยใช้สิทธิมาตั้งแต่ปฐมวัย หรือชั้นประถมศึกษา จะต้องตรวจสอบว่า ผู้ปกครองนั้นนะครับ กับทางโรงเรียนนั้นได้ทำสัญญาตกลงกันไว้อย่างไรตั้งแต่ต้น ถ้าเปึน โรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่ต้นนี่ มันก็อาจจะพอติดตามเรื่องนี้ได้ แต่ในความจริงแล้วนั้น เด็กจะมีการเรียนเปึ้นระดับ พอจบจากปฐมวัย หรืออนุบาล ก็อาจจะต่อโรงเรียนเดียวกัน ได้ครับ ถึงชั้นประถมศึกษา แต่พอจบประถมศึกษานี่ ส่วนใหญ่จะย้ายไปโรงเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษา การโยกย้ายระหว่างป้ การโยกย้ายระหว่างชั้นเรียนนะครับ หรืออื่นใด ย้าย ระหว่างจังหวัด ย้ายติดตามผู้ปกครอง สิ่งเหล่านี้จะต้องมีเหตุ การติดตามบันทึกของ นักเรียนแต่ละคนติดตาม ติดตัวไป ซึ่งต้องมีการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง ปลายทาง จะมีธุรการอีกงานหนึ่งครับ คือ งานในโรงเรียนที่ไปรับเด็กขึ้นมาใหม่ว่า ต้องตรวจสอบว่า เด็กเดิมนั้นมีใช้สิทธิมาเปึ้นรูปแบบไหนมาก่อน ถ้ามีการทุจริต หรือมีการคิดว่าอาจจะมี การทําผิดพลาด อะไรก็แล้วแต่ ด้วยเหตุทุจริตหรือไม่ก็ตามนะครับ มันก็จะต้องมีความ เสียหายที่จะต้องเรียกร้องคืนต่อรัฐ หรือรัฐต้องจ่ายเพิ่มอะไรอย่างนี้ เปึ้นปัญหาที่เราคิดว่า จะเปึนปัญหาเพิ่มภารกิจให้กับโรงเรียนและผู้ปฏิบัติอีกมากมาย ถ้าหากว่าเราจะปรับ นะครับ ซึ่งทางกลุ่มของผมนี่ได้ขอปรับว่า ขอให้ปรับเปึนเหมือนกันเลยได้ไหมครับ คือ เริ่มตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล คือ ปฐมวัย ไปจนกระทั่งถึงจบมัธยมศึกษาตอนปลาย เหมือนกับที่ปฏิบัติอยู่ในปัจจุบันวันนี้ จะทำให้ทุกคนได้รับสิทธิเท่ากัน ประชาชน ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับสิทธิเท่ากัน จะได้รับผลของการศึกษานี้เท่ากันนะครับ แล้วก็ ดูง่าย ท่านกรรมาธิการครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ทางกลุ่มได้เสนอเพิ่มนะครับ ปรับเปลี่ยนญัตติในมาตรา ๔๘ ครับว่า ให้เปึ้น บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับ การศึกษา โดยเริ่มจากระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่รัฐจะต้องจัดให้ อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย หมายความว่า เราไม่ได้ระบุว่าเปึนป้ ๑๒ ป้ หรือ ๑๕ ป้ หรือ ๙ ป้ แต่ว่าให้เปึนการศึกษาในช่วงเลยครับ ตั้งแต่ช่วงปฐมวัย จนกระทั่งถึงสิ้นสุดมัธยมปลาย เหตุผลเปึนอย่างนี้ครับ ในปัจจุบันวันนี้ ทางสถานศึกษาที่ ไปสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเองนั้น ก็จัดการศึกษาตั้งแต่ชั้น ป. ๑ ถึงมัธยมศึกษาป้ที่ ๖ อยู่แล้ว ๑๒ ป้ ในขณะเดียวกันโรงเรียนของกระทรวงศึกษาธิการนี่ครับ ก็ได้จัดแถม การศึกษาปฐมวัย คือ อนุบาลให้ในทุกโรงเรียนที่มีระดับประถมศึกษาอยู่ด้วยอีก ๒ ป้ คือ วันนี้สรุปว่า จัดทั้งหมด ๑๒ บวก ๒ อยู่แล้ว คือ ๑๔ ป้ แล้วก็จัดงบประมาณมาให้นะครับ เปึ้น ๑๔ ป้ ซึ่งขณะนี้ดําเนินการไปได้ผลนะครับ ดําเนินการไปแล้ว ๑๔ ป้ ก็ถ้าเผื่อว่า เรา ไม่มาพูดถึงป้นะครับ เอาพูดตั้งแต่ถึงระดับการเรียนตั้งแต่ปฐมวัยจน์ไปสิ้นสุดถึง มัธยมศึกษา ตอนปลายนี่ครับ มันก็จะคลุมได้หมดนะครับ ซึ่งอาจจะมีความจริงคือ ๑๔ ป้ ที่เราจัดให้นะครับ แต่ว่า มันก็จะอยู่ได้ระหว่างช่วงนี้ครับ ตั้งแต่ต้น ที่ทางกลุ่มของ กระผมได้เสนอมาทั้งหมดนี่ครับ กราบเรียนว่าเราได้ทราบว่ามันมีเหตุผล ๒ ประการครับ ขั้นที่ ๑ ก็คือว่า ผู้ปกครองนักเรียนและประชาชนที่เราได้ไปฟังความคิดเห็นมาจากใน ทุกภาคนี่ ก็อยากขอให้มีการจัดปฐมวัย คืออนุบาลให้ และให้ประกาศเปึนทางการว่า คุ้มครองตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมนะครับ อันที่ ๒ ครับ รัฐก็จัดให้อยู่แล้ว ถ้าเผื่อว่า เรา กําหนดให้เปึ้นนโยบายอยู่ในรัฐธรรมนูญนี้ ให้ประชาชนทุกคนมีสิทธินะครับ สิทธิเสรีภาพ ในการศึกษาเสมอกัน จะทำให้ได้ประโยชน์ นะครับ และเปึนการพัฒนาบุคลากร คือ พัฒนาคน ซึ่งเด็กของเรานั้น เราก็ทราบว่า เปึนเยาวชนที่เราจะต้องสร้างเพื่อเปึ้นผู้ใหญ่ใน อนาคต ถ้าเราวางกําหนดฐานที่ดีนะครับ มันก็จะทำให้การศึกษาของเด็กนั้นได้รับการ ดูแลตั้งแต่ปฐมวัย ส่วนการที่รัฐจะจัดนะครับ อาจจะมีเอกชนหรือท้องถิ่น หรือใครจะจัด อย่างไรนั้น อันนั้นอยู่ที่รายละเอียด ซึ่งจะต้องไปพูดกันในรายละเอียดต่อไป แต่ถือว่า อันนี้เปึ้นสิทธิที่ประชาชนทุกคนควรจะได้ เพื่อให้เปึนประโยชน์กับการศึกษาอย่างแท้จริง แล้วก็เปึนความต้องการของประชาชนที่ขอมานะครับ ทางผมก็เลยขอแปรญัตติ เปลี่ยนแปลงจากมติเดิมนะครับ เปึนดังที่เราได้นำเสนอไปแล้ว ขอบคุณครับ ท่านประธาน ครับ