สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๗ · ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องการเลือกปฏิบัติในประเทศไทย และเรียกร้องการสนับสนุนให้ไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศหรือมีความพิการ

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

ท่านประธานครับ ผมเปึน ผู้แปรญัตติ ผมก็ต้องเปึ้นผู้อภิปรายใช่ไหมครับ ส่วนท่านจะกรุณาให้สมาชิกที่ร่วมเซ็น อยู่ด้วยอภิปรายด้วย ก็ไม่ขัดข้องนะครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๓๐ นี่ ถ้าเพื่อนสมาชิก จำได้ เปึนเรื่องของความเสมอภาคระหว่างหญิง ชาย ผู้แปรญัตติ คือ กลุ่มผมตั้งแต่ต้นนี่ ไม่ได้ขัดข้องที่จะให้มีแต่เฉพาะว่าสิทธิเสมอภาค คือ หญิงและชายมีความเสมอภาค แต่ ในวรรคที่ ๒ เปึนวรรคที่พูดถึงเรื่องการเลือกปฏิบัติ เพราะผมมองเห็นว่า ในที่กรรมาธิการ ยกร่างมาน่ะ ท่านเห็นความสำคัญของการห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติกับมนุษย์ กับเพื่อน มนุษย์ของเรา ท่านจึงเติม ท่านจึงมีเขียนอยู่ในวรรคนี้ว่า การเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึ้นธรรม ต่อบุคคล เพราะเหตุแห่งความแตกต่าง ทําไม่ได้ ท่านประธานครับ อันนี้เราต้องชม นะครับ ว่า กรรมาธิการยกร่างท่านใจกว้าง ท่านเห็นประโยชน์ของการเลือกปฏิบัติ เพื่อนที่ เปึนมนุษย์ มีเลือดสีแดงเหมือนกับเรา เปึนคนเหมือนกับเรา เราจะเลือกปฏิบัติเขาว่า คน นี้ได้ คนนั้นไม่ได้ มนุษย์มันไม่ควรเลือกปฏิบัติกัน เพราะฉะนั้นในหลักใหญ่ ผมคิดว่า เรา เห็นด้วยกับกรรมาธิการยกร่างทั้งหมด คราวนี้ท่านไปต่อ ท่านไปเติม ถ้าท่านเขียน เพียงแค่นี้ ผมว่าเราก็รับได้ ไม่มีปัญหาเลย คือ การเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึ้นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุแห่งความแตกต่างจะกระทำมิได้ เท่านี้นี่ ผมก็เห็นด้วยหมดเลย จบ แต่บังเอิญ ท่านไปเติม ท่านไปเติมว่า เลือกปฏิบัติในเรื่องถิ่นกำเนิด พอเริ่มเติมปัูบ มันก็แคบเข้าว่า เรื่องอะไรบ้าง ท่านนึกออกนะครับ พอบอกว่าเรื่องถิ่นกำเนิดเลือกปฏิบัติไม่ได้ เรื่อง เชื้อชาติเลือกปฏิบัติไม่ได้ เรื่องภาษา เรื่องเพศ เรื่องอายุ เรื่องความพิการ เช่น คนพิการนี่ เราจะเลือกปฏิบัติว่า คุณพิการ เพราะฉะนั้นคุณควรอยู่บ้าน คุณอย่าไปยุ่ง อย่าไป ลงคะแนนเสียง อย่างนี้นะครับ คนพิการก็เลือกปฏิบัติไม่ได้ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือ ความคิดอ่านทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ตัวอย่างทั้งหลายพวกนี้ เลือกปฏิบัติไม่ได้ ท่านประธานครับ ที่คราวที่แล้วถ้าท่านจำได้ เรามีปัญหากันตอน กลางคืนเท่านั้นเอง ตอนกลางคืนของคืนวันที่ ๑๑ วันแรก จำได้ไหมครับเพื่อนสมาชิก ถึง เวลาประมาณสามทุ่ม เราได้มีการพิจารณากันในเรื่องนี้ และเราก็บอกว่า ผู้ที่เขามีความ หลากหลายทางเพศ เขาเกิดมาร่างกายเขาเปึนเพศหนึ่ง แต่ใจเขา สมองเขา ยีน (Gene) เขา ซึ่งมีการค้นคว้าออกมาชัดเจนว่า ยีนตัวที่เท่าไร อย่างไร มันเปึนอย่างนั้นจริง ๆ โครโมโซม (Chromosome) ตัวที่เท่าไร เปึนอย่างนั้นจริง ๆ อาจารย์กรรณิการ์ได้ไป ค้นคว้าต่อมาอีก พบว่า มันเปึนเรื่องของยีน เปึนเรื่องของโครโมโซม ที่เขาเองไม่อยากเปึน เช่นนั้น แต่มันเปึ้นเช่นนั้นแล้ว ตามที่เขาเกิดเปึนมนุษย์ แล้วเขาเปึนอย่างนั้น เขาอาจจะใจเปึ้นเพศหนึ่ง แต่กายเขาเปึ้นเพศหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราไม่ได้ขอให้เขามีสิทธิ อะไรพิเศษเลย ขอไม่ให้เขาถูกเลือกปฏิบัติ อย่างเช่น โรงแรมโนโวเทล (Novotel Hotel) ที่ สยามสแควร์ (Siam Square) ได้เลือกปฏิบัติต่อเขาแล้ว ท่านประธานครับ ข่าวออกไป ทั่วโลกนี่แหละครับ อยู่ในมือผมนี่ ร้อยเตอร์ (Reuter) ส่งไปทั่วโลกว่า ที่กรุงเทพ ปรากฏว่า โรงแรมโนโวเทลห้ามไม่ให้ เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้เองครับ เมื่อวันที่ ๒๘ เดือนจูน (June) ๒๘ ที่ผ่านมานี่ครับ ห้ามไม่ให้เหยียบย่างเข้าไปในโรงแรม พอเข้ารู้ว่า บุคคลคนนี้เปึนบุคคลที่ เปึนความหลากหลายทางเพศ หรือเปึนบุคคลที่เรา ในที่นี้เลยเสนอว่า เปึนบุคคลที่มี อัตลักษณ์ทางเพศ เขามีเพศที่เขามีอัตลักษณ์ คือ มีลักษณะที่เขารู้สึกว่าเขาเปึน อย่างนั้น ในขณะที่ร่างกายเขาอาจจะเปึนอีกอย่างหนึ่ง แต่เขารู้สึกเขาเปึ้นอย่างนั้น เขามีอัตลักษณ์ อัตลักษณ์ ก็แปลว่า อัตตา แปลว่า เขารู้สึกตัวตนของเขาเปึนอย่างไร แต่ร่างกายเขาอาจจะมีอีกอย่างหนึ่ง มันไม่ตรง เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ไม่มีใคร หรอกครับอยากที่จะเปึนอย่างนี้ ตัวเขาเองก็ไม่อยากเปึน เราเปึนพ่อ เปึนแม่ เราก็ ไม่อยากให้ลูกเราเปึน แต่ถ้าเราเลือกไม่ได้ ท่านประธาน สมมุติว่า เราโชคร้าย ลูกเราเปึน อย่างนี้ แล้วลูกของเราถูกเลือกปฏิบัติซ้ำเข้าไปอีก เราจะรู้สึกอย่างไร คือ ลูกเรานี่เปึน อย่างนี้ เราก็ไม่พอใจอยู่แล้ว แต่มันเลือกไม่ได้ ถ้าเกิดมีโครโมโซมอย่างนี้ มียีนอย่างนี้ แล้วถ้าใครเจออย่างนี้ ไปไหนถูกเลือกปฏิบัติ โรงแรมอย่างนี้ก็ไม่ให้เข้า นี่ตัวอย่างเดียวที่ เกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๒๘ เดือนที่ผ่านมานี้ ท่านประธานครับ อย่างนี้นี่เกิดขึ้นวันสองวันที่ผ่าน มานี้เอง ที่พวกผมร้องขอ ขอความเปึนธรรมให้กับคนที่เปึนเพื่อนมนุษย์ ท่านจะใช้คำอะไร ไม่ติดใจทั้งสิ้น แต่ขอไม่่ให้่เลือกปฏิบัติเฉย ๆ ไม่ได้ให้่สิทธิพิเศษใด ๆ ขอเข้าสิทธิเสมอคน พิการเท่านั้น ถ้าไม่ให้ก็ใจดํา ต้องพูดกันอย่างนี้ ท่านประธานครับ ใครไม่โดนกับ ตัวไม่รู้ แต่ถ้าท่านโดนกับตัว แล้วถูกเขาเลือกปฏิบัติ มันเจ็บใจอย่างไรบ้าง แล้วผมคิดว่าประเทศ ไทยพัฒนาขึ้น ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการว่า ความพิการ ท่านก็บอกว่า อย่าไปเลือก ปฏิบัติ สุขภาพทางกาย ท่านก็ไม่ให้เลือกปฏิบัติ นี่เปึนสุขภาพของโครโมโซมของใจกับ กายที่มันไม่ตรงกัน เขาไม่ได้อยากเปึนอย่างนั้นครับท่านประธาน แล้วไม่ได้ให้สิทธิพิเศษ จะได้ไปกลัวว่า พอได้สิทธิแล้วมันจะไปเผยแพร่ อะไรต่ออะไร นั่นพูดเกินเหตุ แต่การให้ ขอให้บัญญัติว่า ห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติ เฉกเช่นคนพิการ ผมคิดว่าแค่นี้สมควรแล้วครับ และเมื่อคราวที่แล้วกรรมาธิการก็พูดกับพวกเราว่า เห็นด้วยในหลักการ เพียงแต่ถ้อยคำ จะไปคิด ขอหยุดสัก ๑๐ นาที แต่พอไปถึง ๑๐ นาที ถ้อยคำหาไม่ได้ ตกลงกันไม่ได้ กลับเอามาถึง ก็มีเพื่อนสมาชิกบอกว่า ขอลงมติ มติมันก็เลยออกมาว่า ไม่ต้องมีคำนี้ เพราะเราหาไม่ได้ เรามีเวลาจากวันที่ ๑๑ ถึงวันนี้ เราทํางานกันมาทุกวัน ก็มีคนส่งคํามา มากมายว่า จะใช้คําไหน ในที่สุดพวกเราก็เห็นตรงกัน และกรรมาธิการหลายคนในที่นี้ก็ เห็นตรงกันว่า ควรจะใช้ คำว่า อัตลักษณ์ทางเพศ แปลว่า เรื่องเพศที่เขามีอัตตา เขามี ตัวตน เขารู้ว่าเขาคิดว่าเขาเปึนอย่างไร เพราะโครโมโซมเปึนเช่นนั้น เพราะฉะนั้นขอความ กรุณาใส่เท่านี้ล่ะครับ ถ้าไม่ให้ ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ผมจะบอกว่า ใจดำ ขอบพระคุณครับ