สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๗ · ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๐

วิชา มหาคุณ แสดงความคิดเห็นว่า การบรรจุพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและปัญหาทางศาสนาและทางการเมือง

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิชา มหาคุณ กรรมาธิการยกร่างครับ กระผมคิดว่า ตั้งแต่ เวลาประมาณสิบนาฬิกาครึ่ง จนถึงขณะนี้นี่ ใช้เวลาประมาณเกือบสี่ชั่วโมง พวกเราได้รับ ความรู้ที่เกี่ยวกับเรื่องศาสนาและพุทธศาสนาจากผู้เชี่ยวชาญจนเต็มอิ่ม ทุกท่านล้วน แล้วแต่รู้ใน เรื่องของหลักธรรมอย่างดีเยี่ยมทั้งนั้น ไม่ว่าจะเปึ้นในด้านเห็นว่า ควรจะ บรรจุพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ หรือไม่เห็นพ้องด้วยก็ตามนะครับ กระผมก็ขอ กราบเรียนว่า นั่นเปึนความหลากหลาย และเปึนความงดงามอันหนึ่งของประเทศไทยเรา ซึ่งก็ได้เคยมีบาทหลวงเข้ามาสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แล้วก็บันทึกไว้ว่า ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่า จะมีประเทศใดในโลกที่มีศาสนาอยู่มากมาย และแต่ละศาสนาสามารถ ปฏิบัติพิธีการของตนได้อย่างเสรีเท่ากับประเทศสยาม เช่นเดียวกัน ความคิดเห็นของ พวกเราก็สามารถจะเห็นได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะในแง่ของการเห็นด้วย หรือไม่เห็น ด้วย กระผมขอกราบเรียนว่าอย่างนี้ครับว่า กระผมเองนี่ได้ถูกหล่อหลอมในหลักธรรม โดยเฉพาะพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคงตลอดมา บวชเรียนแล้ว แล้วก็ปฏิบัติทั้งคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ เพราะฉะนั้นกระผมไม่อาจแอบอ้างหรอกว่า กระผมมีความรู้ในเรื่องของ พุทธศาสนาดี หรือไม่ดีอย่างไร แต่กระผมใคร่ขอกราบเรียนท่านที่เคารพ ที่มีความเห็นว่า ควรจะบรรจุ คําว่า พุทธศาสนา ไว้เปึนศาสนาประจําชาตินั้นนี่ ท่านรู้หลักธรรมดีและ ลึกซึ้งเพียงใด ถ้าจะถามว่าหลักของพุทธศาสนาที่แท้นั้นคืออะไร ขอให้พวกเราชาวพุทธ์ ชาวไทยช่วยกันตอบหน่อย พระพุทธเจ้าสอนอะไร สิ่งเหล่านี้นี่นะครับเปึนสิ่งที่เรา จะต้องค้นหา เปึนหลักปรัชญาที่เราถือได้ว่า เปึนหนึ่งในโลก ไม่จำเปึนต้องบรรจุอยู่ ในรัฐธรรมนูญ หนึ่งเดียวในโลกเท่านั้น ก็คือ พระไตรป่ฎก ซึ่งเปึนหลักของธรรมะอัน ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว เราจะเห็นได้ว่ามีความห่วงกังวลอยู่มากมายหลากหลายที่ว่า ถ้าไม่ได้ บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญแล้วนี่ พุทธศาสนาอาจจะสิ้นสูญลงก็ได้ กระผมขอกราบเรียนว่า พุทธศาสนายืนยงคงกระพันอยู่ในผืนแผ่นดินไทยนี่ตั้งแต่บรรพบุรุษ บรรพกาล ที่ท่านอาจารย์เดโช ขออนุญาตเอ่ยนามบอกว่า อยู่ในศิลาจารึกแล้ว ซึ่งศิลาจารึกมิใช่ รัฐธรรมนูญนะขอรับ ศิลาจารึกเปึ้นเพียงข้อเปรียบเทียบของ ฯพณฯ หมู่อมราช่วงศ์เสนีย์ ปราโมช บอกว่า ถือ เสมือนหนึ่งว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทย แต่มิใช่รัฐธรรมนูญอย่างเปึ้นเรื่องเปึนราว หรืออย่างเปึ้นทางการ เราจะเห็นได้ว่า สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทุก พระองค์นะครับ ตั้งแต่อดีตกาล ทรงเปึนพระบรมธรรมิกมหาราช และรวมทั้งพระองค์ทรง มั่นอยู่ในบวรพุทธศาสนา จนกระทั่งมาบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับแรก แล้วก็ตลอดมาว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงเปึนพุทธมามกะ และกระนั้นก็ดี ก็ยังต่อท้ายว่า ทรงเปึนอัครศาสนูปถัมภก คือ ทรงคุ้มครองทุกศาสนา ดูแลทุกศาสนาเสมอกัน แต่ว่า ทรงเปึนพุทธมามกะอย่างมั่นคง เราก็ต้องถามว่า แค่นี้ยังไม่งดงาม ไม่สง่างามเพียงพอ หรืออย่างไร ถ้ายังไม่งดงาม ไม่สง่างามเพียงพอ แนวนโยบายแห่งรัฐก็ยังบรรจุไว้ อย่างมั่นคงว่า รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์ และคุ้มครองพุทธศาสนา ซึ่งเปึนศาสนาที่ ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน และศาสนาอื่นด้วย นั่นก็แสดงให้เห็นเลยว่า พวกเรามิได้ละเลยต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งเปึนศาสนาหลักของประเทศชาติ ของบ้านเมือง ของเรา แต่ว่าการที่จะเขียนบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนบทบัญญัติในด้านของการเมือง หรือว่าเปึนกฎหมายที่เกี่ยวกับสถาบันทางการเมือง และยึดโยงในทางการเมืองนั้น มันเปึนอันตรายอย่างใหญ่หลวง ทำให้ศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธอันเปึนศาสนา อันบริสุทธิ์ผ่องใสต้องมาแปดเปุ๋่อนกับกระบวนการทางการเมือง แล้วจะต้องมีการตีความ กันว่า ลัทธินั้นลัทธินี้คือพุทธศาสนาหรือไม่ จะต้องถือว่า เปึนศาสนาประจําชาติไทยด้วย หรือไม่ อย่าลืมว่า พระพุทธศาสนาในโลกนี้มิใช่มีลัทธิเดียวเท่านั้น มีลัทธิ หลายลัทธิ มีหลายนิกาย ต่าง ๆ มากมาย แค่ที่เราดูแลกันอยู่นี้ก็ยังวุ่นวายกันมากมาย แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นอย่าได้ทําความวุ่นวายให้เกิดขึ้นกับแผ่นดินไทยมากกว่านี้ เลยครับ มิฉะนั้นแล้ว เราจะไม่เปึ้นอันดูแลและทำความผาสุกให้กับประชาชน ให้กับมหาชนชาวไทยนะครับ ด้วยเรื่องของทางการเมือง ซึ่งยังรอหน้าเราอยู่อีกเยอะ นะครับ เราจะต้องมาแก้ไขสถานการณ์ในด้านของศาสนา ซึ่งจะทําให้ไม่อาจที่จะทําให้ แก้ไขสถานการณ์ทางด้านการเมืองได้ กระผมขอกราบเรียนท่านที่เคารพว่า พระพุทธองค์ ทรงตรัสว่า นิสัมมะ กะระณัง เสยโย (นิสมฺม กรณํ เสยฺโย) ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำดีกว่า เพราะฉะนั้นจึงได้โปรดขอใคร่ครวญให้ดี และถือหลักธรรมอันหนึ่งด้วยว่า แสงสว่างอื่นใด เสมอด้วยปัญญาไม่มี เพราะฉะนั้น ณ ห้องประชุมแห่งนี้เปึ้นที่แห่งสัตบุรุษ พึงใช้ สติปัญญาอย่างที่ พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ