สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๗ · ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องการบัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ โดยกล่าวถึงความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยที่ไม่มีความแตกแยกในศาสนา และมีข้อกังวลว่าการบัญญัติจะส่งผลให้บาดใจผู้ที่ไม่นับถือศาสนาพุทธ และอาจเป็นเหตุอ้างของผู้ไม่ประสงค์ดี

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตพูดวันนี้ใน ๓ ฐานะด้วยกัน ๑. ในฐานะที่เปึ้นผู้แปรญัตติและเปึนหัวหน้ากลุ่มในการแปรญัตติในเรื่องมาตรา ๗๘ ๒. ในฐานะที่เปึนประธานกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมของประชาชน แล้วก็ได้รับฟังความเห็นของประชาชนมาทั่วประเทศ และ ๓. ในฐานะที่ผมเปึนชาวพุทธ์ แล้วก็จะนับถือศาสนาพุทธตลอดไป ท่านประธานครับ ผมอยู่ในประเทศไทยมา ด้วยความภาคภูมิใจที่ประเทศไทยไม่เคยมีเงื่อนไขแห่งการนับถือศาสนาที่แตกต่าง และเราไม่มีความแตกแยกในศาสนา นั่นเปึนความภาคภูมิใจลึก ๆ ในการเปึนคนไทย ของผมอยู่ตลอดเวลา ท่านประธานครับ ผมได้พยายามรับฟังผู้ที่อยากที่จะให้บรรจุ พระพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ พอจะจับความได้ว่า ในฐานะที่เขาเปึนชาวพุทธ์ เหมือนกับผม เขาอยากจะได้ความภาคภูมิใจว่า ชาวพุทธนั้นเปึนเจ้าของประเทศ ท่านประธานครับ คําว่า พุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ ตีความได้ ผมไปฟัง หลายต่อหลายคนบอกว่า ตีความได้ ด้วยความเปึนห่วงว่า กลายเปึนว่าช้าติไทยเปึนของ ชาวพุทธ์ อันนี้มีทั้งดี ทั้งเสีย ท่านประธานลองฟังทิ้งไว้ก่อนก็แล้วกัน

ประการที่ ๒ ผมรับฟังมา ได้ความเห็นว่า ถ้าบรรจุในรัฐธรรมนูญแล้ว ศาสนาพุทธจะเจริญ จะยั่งยืน จะสถาพร ประเด็นนี้ผมพยายามซักไซ้ไล่เลี้ยงว่า จะยั่งยืน จะสถาพรได้อย่างไร ก็ไม่มีรูปธรรมชัดเจน แต่มีความเปึนห่วงอยู่ว่า ถ้าเกิดความประมาทว่า บรรจุแล้วจะยั่งยืนถาวร กลับเปึน ข้อเสีย ท่านประธานครับ ผมได้พิจารณาถึงข้อด้อย หรือข้อเสียหลายประการ ถ้าเราถูก ตีความว่า ชาติไทยเปึนของชาวพุทธ โดยการบรรจุเรื่องนี้ เท่ากับว่าเรากำลังสร้างความ บาดใจกับคนที่นับถือศาสนาอื่นว่า เขาอยู่ในเมืองไทยด้วยสถานะใด และเปึนการสะท้อน ให้เห็นว่า ผู้ที่คิดว่า ประเทศไทยหรือชาติไทยเปึนของชาวพุทธนั้น เปึ้นผู้ที่อยากได้ อยากเปึน อยากมี อยากเปึนเจ้าของ ก็คือ อยากที่จะเปึนเจ้าของ ยั่งยึดถืออัตตาว่าเปึน ของตัวตน ท่านประธานครับ ผมเองเปึนห่วงว่า จะเปึ้นเหตุอ้างของผู้ไม่ประสงค์ดีหากว่า เราบรรจุในเรื่องนี้ ในประการถัดไปผมคิดว่า พุทธธรรมยิ่งใหญ่มาก แล้วก็เปึ้นอกาลิโก ถูกต้องทุกกาลเวลา แต่ทําไมต้องบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญที่มีการเปลี่ยนแปลงง่าย ล้าสมัย ง่าย แล้วก็ถูกฉีกง่ายด้วย ท่านประธานครับ ในฐานะที่เรากำลังยกร่างรัฐธรรมนูญนี่ นะครับ รัฐธรรมนูญที่กรรมาธิการยกร่างได้ร่างมา ผมคิดว่า มีความเหมาะสม มีความ สุภาพ มีความนิ่มนวล สื่อความหมายในเรื่องนี้ได้อย่างดี มาตรา ๙ คณะกรรมาธิการได้ บัญญัติไว้ตรงกับรัฐธรรมนูญทุกฉบับว่า พระมหากษัตริย์ทรงเปึ้นพุทธมามกะ และทรง เปึ้นอัครศาสนูปถัมภก ขณะเดียวกัน มาตรา ๗๘ ได้บัญญัติไว้ว่า รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์ และคุ้มครองพระพุทธศาสนา แล้วยังเติม เที่ยวนี้เขาขอแก้ไขเพิ่มเติมนะครับว่า ซึ่งเปึ้น ศาสนาที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน ผมคิดว่า เติมอย่างนี้ก็น่าที่จะเปึนการตรง กับใจหลายต่อหลายคน ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าอยากจะยิ่งกว่านั้น ผมยังคิดว่า ถ้า จะใส่ในคำปรารภ์ ก็คงไม่มีใครขัดข้อง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังผู้ที่ ยังเข้าใจอยู่ว่า ต้องเปึนพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ ว่าที่ท่านบัญญัติไว้ ประดิษฐ์ ไว้ เปึนสิ่งที่ประดิษฐ์ไว้ตั้งแต่บรรพบุรุษ เปึ้นสิ่งที่ประดิษฐ์ไว้อย่างแยบยล อย่างนิ่มนวล อย่างสื่อความหมาย โดยไม่ไปบาดใจผู้หนึ่งผู้ใด ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญนี่ถึงกับ กำหนดว่า พระมหากษัตริย์ต้องเปึนพุทธมามกะนี่ โอ้โห อันนี้มหาศาลนะครับ เปึนการสื่อ ที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ ท่านประธานครับ ประเทศไทยเราเรียกทุกอย่าง แม้ในรัฐธรรมนูญก็ เรียกว่า พุทธศักราช หรือ พ.ศ. ในรัฐธรรมนูญ เวลาเรากล่าวถึงพระมหากษัตริย์ เราก็จะ บอกถึงว่า พระพุทธเจ้าข้า เราเรียกตัวเราเองว่า ข้าพระพุทธเจ้า ก็บอกหลายอย่างนะครับ ว่า พระมหากษัตริย์นั้นมีความสืบเนื่องสัมพันธ์กับพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งอย่างไร วันหยุดราชการเราก็ใช้วันสำคัญในพระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นสิ่งทั้งหลายนั้นเปึน สิ่งประกอบกัน ไม่ใช่จะดื้อรั้นเอาแต่เพียงคำเดียว ในมาตรา ๒ ท่านประธานครับ ถามว่า ถ้าเราใส่ พุทธศาสนาเปึนศาสนาประจำชาติ แล้ว เราจะใช้ พุทธวินัยเปึนศาสนา เสียเลย ดีไหม ถ้าอยากจะให้ใส่ เรากำลังอยากจะให้อาณาจักรกับศาสนจักรนั้นเปึนหนึ่งเดียว อยากจะให้อาณาจักรนั้นเข้าแทรกแซงศาสนจักรนี่ ผมกราบเรียนถามว่า จะเอาจริง ๆ อย่างนั้นหรือเปล่า ถ้าจะให้พุทธวินัยบัญญัติเปึนกฎหมาย รัฐธรรมนูญนี่เปึนกฎหมาย นะครับ ไม่ใช่บัญญัติไว้เพื่อความภาคภูมิใจของผู้ใด แต่ถ้าเปึ้นบัญญัติไว้ในกฎหมาย ท่านประธานครับ อย่างน้อยประชาชนต้องนับถือศีลห้า ถ้าหากว่า ผู้ใดผิดศีลห้า ก็ต้อง ถือว่าผิดกฎหมาย พระผู้บวชตั้งใจว่าบวชแล้วจะบรรลุธรรม ก็จำเปึ้นที่จะต้องศึกษาและปฏิบัติ เพราะฉะนั้น พระที่ไม่ศึกษาและไม่ปฏิบัติ ต้องมีการจับสอบไล่ออกจากการเปึนพระ อย่างเช่นที่เคย เกิดขึ้นในรัชกาลที่ ๒ ท่านประธานครับ ถ้าจะบวชก็จะต้องปฏิบัติเจริญสมาธิ เจริญสติ แล้วจะต้องมีศูนย์การเรียนรู้ก่อนบวช เมื่อบวชแล้วพระอุปัชฌายะต้องดูแลพฤติกรรม อย่างน้อย ๕ ป้ เหมือนแม่ไก่ ลูกไก่ ซึ่งเปึนไปตามพระวินัย แล้วยิ่งกว่านั้น เวลาจะบวชก็ คงจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินของผู้บวชทั้งก่อนและหลังการบวช ส่วนแตกต่างหรือสินทรัพย์ ที่เพิ่มขึ้น ต้องตกเปึนของสงฆ์ จะเปึนของส่วนตัวไม่ได้ ยิ่งกว่านั้น จำเปึนที่จะต้องมี กรมธนารักษ์ขึ้นมาดูแลทรัพย์สมบัติของศาสนจักร คือ พุทธศาสนา วัดจะต้องเปึนวัด อย่างแท้จริงที่ปฏิบัติธรรมนะครับ พระสงฆ์จะต้องตัดขาดจากพระเครื่อง และ ผลประโยชน์ในทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งหลาย ไม่เว้นแม้แต่การเผาศพ ซึ่งการเผาศพนั้น ก็ ควรจะแยกขาดจากวัด ให้มืออาชีพที่เขาสามารถจะปฏิบัติได้ แล้วคงจะต้องมีตำรวจพระ เพื่อที่จะดูแลสอดส่องและเอาผิดทางอาญา นี่คือตัวอย่างครับ ท่านประธานครับ ถ้าหาก ว่า เราต้องการที่จะบัญญัติอยู่ในกฎหมายจริง ๆ ให้พุทธวินัยเปึนกฎหมาย และบัญญัติ อยู่ในรัฐธรรมนูญ แต่ผมได้สอบถามแล้ว ผู้ที่ต้องการดังกล่าวบอกไม่เอาจริง เพียงแต่ขอ เปึ้นสัญลักษณ์เท่านั้น ท่านประธานครับ ถ้าเปึนสัญลักษณ์เท่านั้นนี่ ได้จะเท่ากับเสีย หรือไม่ ท่านประธานครับ ถ้าใส่ ถ้าไม่ใส่ในรัฐธรรมนูญ แล้วสามารถจะออก พระราชบัญญัติมาสนับสนุนพระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่ได้หรือไม่ คำตอบ คือ ได้ เรามี พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ เรามีพระราชบัญญัติต่าง ๆจะแก้ไขเพิ่มเติม จะทำอะไร ได้ทั้งสิ้น ไม่มีความจําเปึ้นแต่อย่างหนึ่งอย่างใดที่จะต้องบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้บาดใจ คนอื่น แล้วในขณะเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราจะช่วยกันคิดที่จะเพิ่มเติม งบประมาณก็ดี การดำเนินการให้เปึ้นรูปธรรม สามารถที่จะออกเปึ้นแก้ไขเพิ่มเติมใน พระราชบัญญัติได้อย่างเปึนรูปธรรม ดีกว่าเราต้องการสัญลักษณ์เท่านั้น ท่านประธาน ครับ ผมไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในฐานะที่ผมเปึนประธานกรรมาธิการ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในมือของผมนี้ คือ สถิติที่ไปรับฟังความ คิดเห็นมา ปรากฏว่า สถิติที่เชื่อได้ส่วนมากไม่เห็นด้วยกับการบัญญัติให้พุทธศาสนาเปึ้น ศาสนาประจำชาติ แต่ว่าเปึ้นที่น่าเสียใจครับ ท่านประธานครับ มีอยู่หลายจังหวัดใน ภาคเหนือและในภาคอีสาน ได้ปรากฏว่า มีคนพยายามขนคนเข้าไปทำสถิติ เพื่อที่จะให้ ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจำชาติ มีการขนคนเข้าไป เวทีแล้วเวทีเล่า เพื่อที่จะยกมือทำ สถิติ แล้วก็ออกไป หลังจากพอหมดญัตตินี้เรื่องเดียว เขาจะไม่สนใจเรื่องอื่น แล้วก็ เปลี่ยนไปเวทีอื่น มีการจ่ายเงินจากวัดที่ร่ำรวยแถว ๆ ปีทุมธานี ให้กับพระรายละ ๕,๐๐๐ บาท แล้วปรากฏว่าธนาคารทั้งหลาย เปึ้นที่ตกใจกับบรรดาเหล่าธนาคารที่ ตรวจสอบพบว่า มีพระมาขึ้นเงินองค์ละห้าพัน ห้าพัน ผมเคยได้กราบเรียนท่านประธาน และสมาชิกในห้องแห่งนี้แล้ว มีหลักฐานชัดเจน ก็ยังเก็บอยู่ ท่านประธานครับ ที่น่าเสียใจ ที่สุดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการแอบอ้างว่า บุคคลระดับสูงของประเทศ ถูกแอบอ้าง ครับ ถูกแอบอ้างจากพลเอกคนหนึ่ง มีชื่อสั้น ๆ มีนามสกุล หรือว่ามีนามสกุล