สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๕ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๐

ปกรณ์ ปรียากร หารือเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความชัดเจนในด้านการแบ่งเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปฏิบัติตามกฎหมายและให้บริการประชาชนอย่างดี

นายปกรณ์ ปรียากร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร กรรมาธิการ ผมเรียนชี้แจงต่อท่านสมาชิกด้วยความเข้าใจในเรื่องนี้ อย่างกว้างขวาง อย่างนี้นะครับว่า การเขียนกฎหมายในมาตรานี้มันมีความเชื่อมโยงกับ เรื่องแรก ก็คืออยากจะให้ย้อนกลับไปดู ในส่วนที่ ๓ เรื่องของแนวนโยบายด้านการบริหาร ราชการแผ่นดิน ในมาตรา ๗๗ มาตรา ๗๗ นั้นเริ่มต้นอย่างนี้นะครับว่า รัฐต้องดําเนินการ ตามแนวนโยบายในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ดังต่อไปนี้ ในหมวดนี้ ในส่วนนี้ เปึ้นส่วนที่กรรมาธิการปรับรูปแบบของโครงสร้างกฎหมายเดิมเกือบจะทั้งหมดนะครับ แล้วใน (๒) ให้ท่านกรุณาดูสักนิดหนึ่งนะครับ ใน (๒) ของมาตรา ๗๗ เพื่อความเข้าใจ ร่วมกัน ก่อนที่เราจะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ใน (๒) เขียนอย่างนี้นะครับว่า จัดระบบ บริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้มีข้อบเขตอํานาจหน้าที่และ ความรับผิดชอบที่ชัดเจน เหมาะสมแก่การพัฒนาประเทศ และสนับสนุนให้ ดูตรงนี้ให้ดี นะครับ จังหวัดเปึนตัวแทนของรัฐในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด โดยให้มีงบประมาณ เพื่อดำเนินการให้เปึนไปตามแผ่นดังกล่าว รวมทั้งกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ ถ้าเราดูตรงจุดนี้นี่ สิ่งที่ท่านผู้แปรญัตติ และผู้อภิปรายสนับสนุนผู้แปรญัตตินี่น่าที่จะเห็นได้ชัดว่า เจตนารมณ์ในส่วนนี้มันทําให้ ความเข้มแข็งของราชการส่วนภูมิภาคกับความสัมพันธ์กับองค์กรปกครองท้องถิ่น มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับจังหวัดแล้วครับ แรงกดดันจะกลับไปที่ ตัวบรรดาจังหวัดทั้งหลายล่ะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ว่าราชการจังหวัด ที่จะต้องเข้ามา เปึ้นแกนกลางในการที่จะทําหน้าที่ที่จะดําเนินการและให้เปึนไปตามนั้น รวมทั้งการกำกับ ดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ อันนั้นเปึน ประการที่ ๑

ในประการที่ ๒ นั้นนี่นะครับ ถ้าเราดูในมาตรา ๒๗๓ วรรคแรก เราจะเห็น ว่า การเขียนกฎหมายในส่วนนี้ได้พูดไว้ชัดว่า มีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ชัดเจน สอดคล้องและเหมาะสมกับรูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ตามที่กฎหมาย บัญญัติ ในส่วนตรงจุดนี้ก็อาจจะที่จะ เจตนารมณ์ของผู้แปรญัตติสักครู่นี้ ก็สามารถที่จะ ไปกำหนดไว้ในกฎหมายฉบับนั้นได้ ซึ่งเราจะเห็นว่า ถ้าเราดูที่องค์กรปกครองท้องถิ่น บางส่วนนี่นะครับมันจะมีพื้นที่ที่จะให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือคณะกรรมการต่าง ๆ เข้าไป มีส่วนได้เต็มที่ในส่วนนั้นนะครับ นอกจากนั้นแล้วอยากจะให้อ่านในหมวด ๑๔ ทุกมาตรา มันเชื่อมโยงกันหมดนะครับ ถ้าเราไปดูการเชื่อมโยงในมาตรา ๒๗๔ ในมาตรา ๒๗๔ ก็จะมีส่วน ในวรรคสองของมาตรา ๒๗๔ ได้พูดถึงการกําหนดอํานาจและหน้าที่ระหว่าง ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และระหว่าง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง ให้เปึ้นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยคำนึงถึง การกระจายอํานาจเพิ่มขึ้นให้แก่ท้องถิ่นเปึ้นสําคัญ ทีนี้ระดับของการกระจายอํานาจ เขาให้กับท้องถิ่นในแต่ละประเภทนี่ เราจะเห็นว่ามันมีลักษณะตามสภาพของพื้นที่ และลักษณะเฉพาะของการพัฒนาที่แตกต่างกันออกไป ถ้าเราดูที่เทศบาลนั้น เราคงจะ เห็นชัดว่ามันเปึ้นอยู่ในเขตเมืองโดยสมบูรณ์ แต่ว่าถ้าเราดูพื้นที่เหลื่อมซ้อนในขณะนี้นี่ ที่มันเปึนปัญหาอยู่บ้าง และเปึนปัญหาที่ต้องยอมรับว่า ต้องไปปรับแก้กฎหมาย หลายฉบับนะครับ ไม่ว่าจะเปึนในส่วนของการเหลื่อมซ้อนระหว่าง อบต. กับองค์กรปกครองท้องที่ต่าง ๆ โทษที่ ตัวการปกครองท้องที่ในส่วนต่าง ๆ ซึ่งถ้าเปึนอย่างนั้นมันก็จำเปึนต้องไปปรับ แก้กฎหมายพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ๒๔๕๗ ซึ่งกฎหมายฉบับนั้นก็มี การปรับแก้ตามช่วงเวลาตลอดมา ครั้งสุดท้ายก็ดูเหมือนว่า ในป้ ๒๕๓๒ ซึ่งก็เปึน ระยะเวลานานพอสมควร แล้วก็อาจจะไปปรับแก้ในส่วนนั้นได้นอกจากนั้นอยากให้ดู ต่อไปถึงมาตราที่เราจะต้องพิจารณาต่อไปในภายหลัง ก็คือในมาตรา ๒๗๘ ในมาตรา ๒๗๘ นั้น จะเห็นได้ชัดนะครับว่า ขึ้นต้นในมาตรานั้น ชี้แสดงให้เห็นว่า ประชาชนในท้องถิ่นมีสิทธิ มีส่วนร่วมในการบริหารกิจการขององค์กรปกครองท้องถิ่น โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดให้มีวิธีการที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยกับการที่ท้องถิ่นนี่จะมาพูดว่าเปึ้นส่วนเฉพาะของตัวเราเอง ดังนั้นก็จำเปึ้นที่จะต้องมองกลับไปว่า การที่จะดึงให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมนี่ ในทาง ของจิตวิทยาการบริหาร ในทางของสังคมการเมือง ผมเชื่อว่าตัวกำนัน ผู้ใหญ่บ้านน่าจะ เปึน เข้าไปมีส่วนร่วมในฐานะที่เหมือนอย่างที่กำนันชำนาญว่า ในบางพื้นที่ซึ่งชาวบ้านยัง ไม่สามารถจะรวมตัวกันได้เพียงพอ แต่ความเปึนธรรมเนียมปฏิบัติของการปกครองท้องที่ ที่มีมานานนี่ เขาก็สามารถที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในส่วนนี้ได้ นอกจากนั้นแล้วอยากให้ดู ในมาตรา ๒๗๘ วรรคสอง ซึ่งผมจะไม่เสียเวลา เพราะเราจะมีโอกาสไปพิจารณากัน ต่อไปด้วย ถ้าเรามองอย่างลักษณะนี้เราจะเห็นว่า ความรอบคอบในการเขียนกฎหมาย พอเราไปดึงหรือไปเติมส่วนใดส่วนหนึ่งในบางวรรคของบางมาตราแล้วนี่นะครับ มันจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างของกฎหมายเกือบจะทั้งหมด ดังนั้นก็จำเปึ้นที่จะต้อง พิจารณาด้วยความระมัดระวัง และในส่วนของการบัญญัติในหมวด ๑๔ นี้ มันเปึ้นการ ชี้ให้เห็นว่า เจตนารมณ์ของการพัฒนาประชาธิปไตยในบ้านเรานี่นะครับ เราต้องยอมรับ ว่า ท้องถิ่นเปึนโรงเรียนประชาธิปไตยที่สำคัญ ถ้าเราดูในสายงานของคนมหาดไทย ทั้งหลาย เราจะพบว่า การจัดตั้งสุขาภิบาลครั้งแรกเปึนจุดเริ่มต้นของการที่จะเสริมสร้าง ประชาธิปไตยมาเปึนระยะเวลาอันช้านานนะครับ