สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เสนอการแปรญัตติเพื่อเพิ่มบทบาทของสภาทนายความในการให้ความรู้และช่วยเหลือประชาชน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะผู้ขอแปรญัตติ มาตรา ๒๔๙/๑ ครับ กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการยกร่าง และเพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ มาตรา ๒๔๙/๑ ที่ผมขอแปรญัตติไว้มีข้อความดังต่อไปนี้นะครับ
มาตรา ๒๔๙/๑ ให้สภาทนายความเปึ้นองค์กรตามรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ ให้ความรู้และให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย รวมทั้งเสริมสร้างกระบวนการ ยุติธรรมให้เปึนไปตามบทบัญญัติและเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย
วรรคสอง ให้น้ำบทบัญญัติของมาตรา ๑๖๔ วรรคแปด และวรรคเก้ามาใช้ บังคับโดยอนุโลม
ผมขอกราบเรียนเพื่อนสมาชิกถึงเหตุผลที่ผมต้องขอแปรญัตติเพิ่มเติม บทบัญญัติของมาตรา ๒๔๙/๑ เข้ามาก็เพื่อที่จะทำให้ปรากฏว่า สภาทนายความซึ่งเปึน องค์กรของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ และเปึนส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ซึ่ง พวกเราทุกท่านคงทราบดีแล้วครับว่า เมื่อเราพูดถึงกระบวนการยุติธรรม เราจะเห็นภาพ ของศาล เห็นภาพของอัยการ แล้วก็เห็นภาพของทนายความ ผมขอกราบเรียนเพื่อน สมาชิกให้เข้าใจถึงสภาทนายความซึ่งเปึนองค์กรของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ เพื่อเปึนข้อมูลสำหรับเพื่อนสมาชิกประกอบการพิจารณาดังนี้นะครับ สภาทนายความ ก่อตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ มีฐานะเปึ้นนิติบุคคลตาม กฎหมาย ซึ่งถ้านับถึงวันนี้ ขณะนี้ สภาทนายความก่อตั้งมาแล้ว ๒๒ ป้ แต่ก่อนหน้านี้ ซึ่งหมายถึงก่อนที่จะมีการจัดตั้งสภาทนายความโดยพระราชบัญญัติทนายความ ผู้ประกอบวิชาชีพทนายความก็ได้ร่วมกลุ่มกันเปึนนิติบุคคล แต่อยู่ในรูปของสมาคม ทนายความ สมาคมทนายความได้ก่อตั้งครั้งแรกขึ้นเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐ ซึ่ง ถ้านับถึงขณะนี้ผู้ประกอบวิชาชีพทนายความได้ร่วมกลุ่มเปึ้นนิติบุคคลได้ ๕๐ ป้แล้วครับ เรียนที่ประชุมอย่างนี้ครับว่า ตลอดระยะเวลา ๕๐ ป้ของการรวมตัวกันของผู้ประกอบ วิชาชีพทนายความ บทบาทของทนายความต่อภาคสังคมมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ประกอบ วิชาชีพทนายความนั้นไม่ได้ทำแต่หน้าที่ในการที่จะใช้วิชาความรู้ทางกฎหมายในด้านของ การประกอบอาชีพให้กับตนเองเท่านั้น อีกด้านหนึ่งของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความนั้น มีภารกิจในการที่จะต้องดูแลสังคม โดยเฉพาะสังคมภาคประชาชน ด้วยเหตุนี้ ในพระราชบัญญัติทนายความ ๒๕๒๘ จึงได้กำหนดวัตถุประสงค์ข้อหนึ่งของการจัดตั้ง สภาทนายความขึ้นว่า สภาทนายความมีหน้าที่ในการที่จะต้องช่วยเหลือประชาชนทาง กฎหมายด้วย ผมกราบเรียนต่อที่ประชุมอย่างนี้ครับว่าภารกิจของการให้ความช่วยเหลือ ประชาชนทางกฎหมายนั้นจะประกอบไปด้วยงานให้คำปรึกษากฎหมายกับประชาชน ประกอบไปด้วยงานรับว่าความหรือการให้ความช่วยเหลือทางด้านคดีให้กับประชาชน งานส่งทนายความไปร่วมฟังการสอบปากคำผู้ต้องหาที่เปึนเด็ก ที่มีอายุไม่เกิน ๑๗ ป้ ซึ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบังคับว่า พนักงานสอบสวนต้องทำการสอบปากคำ ต่อหน้าทนายความ งานการส่งทนายความไปร่วมฟังการสอบปากคำผู้ต้องหาที่มีอายุเกิน ๑๘ ป้ ในกรณีที่ผู้ต้องห้าไม่มีทนายความ ซึ่งกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็บังคับให้ พนักงานสอบสวนต้องจัดทนายความให้กับผู้ต้องหาเหล่านั้น งานรับว่าความให้กับจำเลย ในคดีอาญาซึ่งไม่มีทนายความ ศาลจะติดต่อให้ทนายความของสภาทนายความไป ทำหน้าที่เปึ้นทนายความให้กับจำเลยซึ่งเรียกว่า ทนายความขอแรง นอกจากนี้สภา ทนายความยังมีหน้าที่ในการจัดโครงการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายให้กับประชาชน ทั่วประเทศ ทั้งนี้โดยที่ทนายความเหล่านั้นไม่ได้รับค่าตอบแทน งานให้บริการการ ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายตามที่ผมได้เรียนให้ที่ประชุมได้รับทราบนั้น ทนายความ ได้ทําด้วยจิตสํานึกของการที่จะรับใช้สังคมโดยที่ไม่มีค่าตอบแทน คงได้แต่เบี้ยเลี้ยงวันละ ๕๐๐ บาท ซึ่งผมขอกราบเรียนต่อที่ประชุมว่า งานการให้ความช่วยเหลือประชาชนทาง กฎหมายนั้น ทนายความทั้งประเทศภายใต้การบริหารจัดการของสภาทนายความ ได้ทำในรูปของความเปึ้นทนายความอาสาสมัคร เมื่อเปึนเช่นนี้การให้ความช่วยเหลือ ประชาชนทางกฎหมาย เราจึงไม่มีรายได้แต่อย่างใด เนื่องจากเปึนการบริการให้ความ ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย โดยไม่คิดค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น ที่ผ่านมา สภาทนายความจะได้รับเงินอุดหนุนจำนวนหนึ่งจากรัฐบาล ในการทำหน้าที่ในการให้ ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ท่านทราบไหมครับว่าสภาทนายความได้รับ งบประมาณส่วนนี้ป้ละเท่าไร ๒ ป้ที่ผ่านมาเราได้รับงบประมาณป้ละ ๖๐ ล้านบาท นั่นหมายความว่าเฉลี่ยต่อหัวต่อประชาชนที่มีอยู่ประมาณ ๖๕ ล้านคน เราได้รับ งบประมาณสำหรับการทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนไม่ถึงหัวละ ๑ บาท นั่นคือ งบประมาณที่เราได้รับการจัดสรรอย่างกระเหม็ดกระแหม่จากภาครัฐบาล แต่ที่ผ่านมา ทำไมสภาทนายความยังคงยืนหยัดในการทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน ทางกฎหมายได้ ก็ต้องกราบเรียนว่าที่ผ่านมาที่เราทำได้ ส่วนหนึ่งก็ด้วยจากการที่เรา เจียดรายได้ของสภาทนายความ ซึ่งได้มาจากการเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตของพี่น้อง ทนายความทั่วประเทศ สมทบเข้ากองทุนการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายทุกป้ ป้ละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่เราเรียกเก็บจากค่าธรรมเนียมการต่อใบอนุญาต ทนายความจากพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ด้วยการที่เราพยายามบริหารจัดการงาน ให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย โดยที่ไม่มีค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึน กรรมการบริหารสภาทนายความ ไม่ว่าจะเปึนทนายความอาสา ดังที่ผมได้กราบเรียน ไปแล้ว ทุกคนทำงานโดยไม่มีค่าตอบแทน โดยเฉพาะกรรมการบริหารสภาทนายความ จะไม่มีค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึ้นรูปของเงินเดือน หรือเบี้ยเลี้ยง คงมีแต่ เบี้ยประชุมที่เข้าประชุมแต่ละครั้งเท่านั้นเอง ในอัตราครั้งละ ๓๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่ผม จะต้องขออนุญาตกราบเรียนต่อที่ประชุม สำหรับจำนวนทนายความขณะนี้ ผมขอเรียน ต่อเพื่อนสมาชิกทั้งหลายว่า ขณะนี้เรามีผู้ประกอบวิชาชีพทนายความที่ได้รับใบอนุญาต จากสภาทนายความอยู่ทั้งสิ้น ๕๑,๐๐๐ คนเศษ เปึนทนายความชายประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน และเปึ้นทนายความหญิงประมาณ ๑๑,๐๐๐ คน ทนายความเหล่านี้ จะกระจายอยู่ตามทุกจังหวัดของประเทศไทย เพื่อทำหน้าที่ในการดูแลสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน ที่ทำการสภาทนายความ ส่วนกลางเราจะมีที่ทําการอยู่ที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้จะมีที่ทําการกระจายอยู่ทุก จังหวัดทั่วประเทศ โดยในแต่ละจังหวัดเราจะมีประธานทนายความจังหวัดทําหน้าที่อยู่ สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความในด้านการให้ความช่วยเหลือประชาชน ๖ ป้ ที่ผ่านมามีตัวเลขที่เราเข้าไปดูแลทุกข์สุขให้พี่น้องประชาชนดังนี้ครับ ในป้ ๒๕๔๔ มีประชาชนมาขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ จำนวน ๓๑,๕๑๖ เรื่อง ป้ ๒๕๔๕ มีประชาชนมาขอรับความช่วยเหลือจากสภาทนายความ ๔๕,๐๑๖ เรื่อง ป้ ๒๕๔๖ มีประชาชนมาขอรับความช่วยเหลือ ๔๙,๘๖๖ เรื่องครับ ป้ ๒๕๔๗ มี ประชาชนมาขอรับความช่วยเหลือ ๔๐,๗๑๘ เรื่อง ป้ ๒๕๔๘ มีประชาชนมาขอรับความ ช่วยเหลือ ๔๒,๔๐๘ เรื่อง ป้ ๒๕๔๙ ซึ่งเปึนตัวเลขล่าสุด มีประชาชนมาขอรับความ ช่วยเหลือทั้งสิ้น ๔๕,๕๔๔ เรื่อง จำนวนปริมาณคดีที่ประชาชนมาขอรับความช่วยเหลือ จากสภาทนายความทั้งในส่วนกลางและผ่านประธานสภาทนายความในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตามที่ผมกราบเรียนที่ประชุมไปแล้วนั้น ก็ขอกราบเรียนว่าส่วนหนึ่งมาจาก ประชาชนได้เดินทางมาร้องเรียน หรือขอรับความช่วยเหลือจากสภาทนายความ หรือจาก ประธานสภาทนายความจังหวัดด้วยตนเอง อีกส่วนหนึ่งเปึนการที่หน่วยราชการของ ภาครัฐเปึ้นผู้ส่งเรื่องมาให้ หลังจากที่ประชาชนไปร้องเรียนต่อภาครัฐหน่วยงานของรัฐที่ ส่งงานให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายมายังสภาทนายความเพื่อให้สภา ทนายความทำหน้าที่เปึนผู้ให้ความช่วยเหลือต่อ หลังจากที่ประชาชนไปร้องเรียนขอรับ ความช่วยเหลือจากภาครัฐแล้ว ประกอบไปด้วย ๑. สำนักนายกรัฐมนตรี ๒. กระทรวงมหาดไทย ผ่านศูนย์ดำรงธรรม ๓. กระทรวงยุติธรรม ผ่านกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ ๔. ศาลยุติธรรม ผ่านรูปแบบของการขอทนายความขอแรงให้กับจำเลยใน คดีอาญา ๕. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๖. มูลนิธิภาคเอกชนต่าง ๆ จากข้อมูลที่กระผม ได้กราบเรียนต่อที่ประชุม ท่านทั้งหลายจะเห็นว่า บทบาทของสภาทนายความในงานให้ ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ตามที่สภาทนายความได้ดำเนินการมาแล้ว ตลอดเวลา ๒๒ ป้เศษ เราได้ทำหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตต่อเวลา ท่านประธาน สัก ๕ นาทีนะครับ เพราะว่าประเด็นนี้ในกลุ่มของผมจะมีผมอภิปราย คนเดียว ท่านประธาน เพราะมีเนื้อหาสำคัญอีกนิดเดียวครับ จะจบแล้วครับ