สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๐

สมคิด เลิศไพฑูรย์ ระบุว่า การเขียนรายละเอียดใน รัฐธรรมนูญ อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้น เช่น ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และอัยการในแต่ละจังหวัด

ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ เมื่อตอนต้นเราลงมติไปเรื่อง ปปช. ประจำจังหวัดไปแล้ว ความจริงผมมาไม่ทันครับ ท่านประธานครับ ก็ได้รับฟังติดตามอยู่ ไปปฏิบัติหน้าที่บางอย่างที่สำคัญข้างนอก จะขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ รัฐธรรมนูญนั้นไม่ควรเขียนรายละเอียดทุกอย่างลงไปหมด แม้ว่าหลักการนั้นจะตรงกัน ความจริงนั้นคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินปัจจุบันมีฝ์ายตรวจเงินแผ่นดินประจำ ภูมิภาคกระจายอยู่ตามภูมิภาคอยู่ แล้วก็ทำหน้าที่ตรวจสอบอยู่แล้ว แม้จะไม่มี คณะกรรมการตรวจเงินประจำจังหวัดก็ตาม แต่ว่าการตรวจเงินแผ่นดินก็กระทำการใน ทุกจังหวัด แล้วก็ทำการสุ่มตรวจในทุกจังหวัดอยู่แล้ว คำถามใหญ่คงไม่ใช่เรื่องว่า กรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีประจำจังหวัดหรือไม่ ความจริงเรื่องอัตรากำลัง เรื่องการ พยายามทำให้มีการตรวจเงิน ครอบคลุมทุกท้องถิ่นที่ท่านการุณพูดมา เปึนความ พยายามที่เราทำมาโดยตลอดนะครับ แม้ยังไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม ผมขออนุญาต กราบเรียนครับว่า ถ้าเราต้องเขียนองค์กรเล็ก ๆ ในองค์กรใหญ่ทุกองค์กรนี่นะครับ เราจะ เกิดปัญหาขึ้น อย่างนี้ครับ ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ศาลยุติธรรมเราบอกว่ามี ศาลอยู่ ๓ ชั้น คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา แต่ท่านทั้งหลายคงเห็นนะครับ เรามี ศาลจังหวัด นะครับ แต่เราไม่ได้เขียนศาลจังหวัดในรัฐธรรมนูญนะครับ ศาลปกครองก็มี ศาลปกครองประจำภูมิภาคนะครับ ท่านอัครวิทย์ท่านรองประธานศาลปกครองสูงสุดอยู่ ที่นี่ คงยืนยันกับผมได้ เราก็ไม่ได้เขียนเรื่องศาลปกครองประจำภูมิภาคในรัฐธรรมนูญ ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น กรรมการการเลือกตั้ง มีกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด แต่เราไม่ เคยเขียนกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดในรัฐธรรมนูญเลยนะครับ เมื่อกี้เราโหวต เรื่อง ปปช. ไป ผมเข้าใจว่าเรากำลังสร้างมาตรฐานที่ผิดขึ้น เพราะองค์กรตามรัฐธรรมนูญ นั้นคือ ปปช. ใหญ่เท่านั้นล่ะครับ ปปช. เล็กประจำจังหวัดนี่ตั้งขึ้นได้ครับ ไม่ได้มีปัญหาแต่ ประการใดทั้งสิ้น แต่ไม่ควรเขียนอยู่ในรัฐธรรมนูญ เพราะจะทําให้เกิดความสับสนทันที นะครับว่า เรากำลังสร้างองค์กรตามรัฐธรรมนูญขึ้นอีก ๗๖ องค์กรหรือไม่ เพราะใน ศาลรัฐธรรมนูญเราพิจารณามาแล้วนะครับ ว่าในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวด้วยอำนาจหน้าที่ ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ๒ องค์กร ให้องค์กรศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่วินิจฉัย คำถาม มีอยู่ว่า ในอนาคตหากเกิด ๗๖ ปปช. เล็ก ๗๖ ตรวจเงินแผ่นดินเล็ก ๆ องค์กรเหล่านี้เปึน องค์กรตามรัฐธรรมนูญนะครับ ถ้าเปึ้นศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยชี้ขาดเขตอํานาจของ องค์กรเหล่านี้ด้วย ปัญหาจะเกิดขึ้นมากมายพอสมควร ผมไม่เว้นแม้แต่องค์กรอัยการ เดี๋ยวเราจะพูดกันนะครับ ในมาตรา ๒๔๖ ถามว่าเรามีอัยการประจำจังหวัดไหม มีสำนักงานอัยการประจำจังหวัดไหม มีครับ แต่ถามว่าเราต้องเขียนไหมว่า จำต้องมี องค์กรอัยการประจำจังหวัดในรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๒๔๖ ถามว่าเรามีอัยการประจำจังหวัดไหม มีสำนักงานอัยการประจำ จังหวัดไหม มีครับ แต่ถามว่าเราต้องเขียนไหมว่าจะต้องมีองค์กรอัยการประจำจังหวัด ในรัฐธรรมนูญนะครับ หลักการคงตรงกันครับว่า เรื่องการตรวจเงินแผ่นดินนั้น มีความจำเปึนต้องตรวจให้ครอบคลุมทุกประเภท ความจริงผมเรียนเพิ่มเติมด้วยนะครับ ว่าในกฎหมายของการตรวจเงินแผ่นดินนั้นเขาก็พยายามครับ จะให้มีการ ตรวจเงินแผ่นดินทั้งประเทศ แต่ยังมีอุปสรรคหลายเรื่อง ในเรื่องกำลังคน ในเรื่องอัตรา ต่าง ๆ ในเรื่องงบประมาณ แต่ว่าใน พรบ. ตรวจเงินแผ่นดินก็มีวิธีการแก้ไขปัญหาของเขา อยู่แล้ว วิธีการหนึ่งก็คือในกฎหมายตรวจเงินแผ่นดินไปเขียนนะครับว่า คณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินมีอำนาจไปจ้างบริษัทเอกชนมาตรวจหน่วยงานของรัฐได้ แต่ว่าวิธีการนี้ ยังไม่ได้ริเริ่มทำงานอย่างจริงจังเท่าไรนัก แต่ผมจะเรียนว่ากลไกทั้งหลายที่ท่านการุณ อยากเห็นนะครับว่า มีการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นอะไรต่าง ๆ นั้น ผมเห็นว่าทิศทาง ตรงกันครับ แต่ปัญหามีอยู่ว่าเราควรจะเขียนองค์กรเล็ก ๆ ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ แล้วก่อให้เกิดปัญหาขึ้นว่าองค์กรเหล่านี้เปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร เพราะถ้าท่านเขียนอย่างนี้ ผมคิดว่าต้องเขียนอัยการ ๗๖ จังหวัดนะครับ ต้องเขียน ศาลยุติธรรม ๗๖ จังหวัดนะครับ ต้องเขียนศาลปกครอง ๗๖ จังหวัด ในรัฐธรรมนูญ นะครับ กรรมาธิการขออนุญาตว่าเราไม่น่าเขียนเรื่องนี้อยู่ในรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ว่า ในทางปฏิบัตินั้นคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินก็พยายามทำอยู่แล้ว มีตรวจเงินแผ่นดิน ภูมิภาคอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจเงินในทุกจังหวัด และพยายามตรวจสอบ ให้ครบถ้วนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ครับ ท่านประธานครับ