สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๐

เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องการดำเนินคดีกับผู้พิพากษาที่มีความผิดในการกระทำการทุจริต โดยเสนอให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแต่งตั้งบุคคลชั่วคราวเพื่อแทนผู้พิพากษาที่ถูกตั้งข้อหาทุจริต

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

กรุณาดูวรรคสุดท้ายที่กรรมาธิการ ได้เติมมาในหน้า ๑๑๔ นะครับ ท่านเติมเข้ามาประมาณแปดเก้าบรรทัดนี่ ผมคิดว่าท่าน เติมเข้ามาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่แล้ว ผมเข้าใจว่าอย่างนั้น ครั้งที่พวกผมนี่ได้ ยื่นร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แล้วก็กล่าวโทษเอา ผิดทั้ง ๙ คน ปปช. ในเหตุที่ขึ้นเงินเดือนตัวเอง ทุจริต ประพฤติไม่ชอบ แล้วศาลฎีกาแผนก คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ๗ คน ไป สอบสวนมูลความผิดแทน ปปช. นั่นก็เปึนกฎเกณฑ์ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังจากที่ไปไต่สวน สอบสวนออกมา ท่านก็ส่งให้อัยการ ผมจะตัดตอนตอนนี้ไป จริง ๆ แล้วมีมติออกมาไม่ถึงสามในสี่ แต่ว่าต้องส่งกลับไปยัง องค์คณะของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แล้วท่านก็มี คําวินิจฉัยว่า ไม่เห็นด้วยกับคณะทํางานที่ไปไต่สวนมา ก็ส่งให้อัยการสูงสุดทําเรื่องฟัอง กลับเข้ามายังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำให้ ปปช. ทั้ง ๙ คน หยุดงานไปหมดเลย พอรับฟัองก็หยุดงาน แล้วขณะเดียวกันโดนคดีอาญาอีก ปปช. ก็หยุดชะงัก งานไม่เดินไปเปึ้นเวลาหลายเดือน ท่านเห็นปัญหาตรงนั้น ท่านจึงเติม เข้ามาในวรรคนี้ แล้วหัวใจสำคัญอยากจะเชิญเพื่อน สสร. ช่วยดูนะครับ ท่านบอกว่า ถ้ามี ปปช. เหลืออยู่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน ปปช. ทั้งหมด ให้ประธานศาลฎีกา และ ประธานศาลปกครองสูงสุดร่วมกันแต่งตั้งบุคคล ซึ่งมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะ ต้องห้ามเช่นเดียวกับ ปปช. ทำหน้าที่เปึน ปปช. ชั่วคราว โดยให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งอยู่ใน ตำแหน่งได้จนกว่า ปปช. ที่ต้นดำรงตำแหน่งแทนจะปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือมีคำพิพากษา ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาว่า ผู้นั้นกระทำความผิด ท่านประธานครับ นับว่าเปึน ความรอบคอบของกรรมาธิการที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ผมเองนั่งนึกเสียใจตอนนั้นว่า ไม่มี เวลาที่จะแปรญัตติตรงนี้ แล้วก็ลืมคิดไป ผมต้องชมนะครับว่า กรรมาธิการหยิบประเด็นนี้ ขึ้นมานี่ เพราะว่าแต่เดิมนี่ ผมเคยถามหลายต่อหลายคนบอก ไม่คิดว่า ปปช. จะโดน พร้อมกัน ๙ คน แต่เมื่อมันมีเหตุอันโดนมาแล้วนี่ กรรมาธิการก็ใส่วรรคนี้ขึ้นมา ผมเห็นด้วยในการที่ท่านใส่วรรคนี้เข้ามา ทีนี้ท่านดูนิดหนึ่งนะครับ มันก็จะไปเชื่อมกับ วรรคแรก เหตุนี่มันเกิดขึ้นจากวรรคแรก ท่านประธานครับ ในวรรคแรกนี่นะครับ ผมต้อง เรียนข้อเท็จจริงนะครับว่า ตัวเลขที่ หนึ่งในสี่ นี่ คราวที่แล้วก็เปึ้นหนึ่งในสี่ แล้ว ท่านประธานครับ ผมเองนี่ เราต้องพูดความจริงกันตรงนี้นะครับว่า หนึ่งในสี่ นี่มันทำงาน ได้ไหม คราวที่แล้วนี่นะครับ มันมีเหตุที่ทำงานได้โดยเฉพาะอยู่ ๒ เหตุ หนึ่งในสี่ ของวุฒิสภานี่นะครับ บวกกับหนึ่งในสี่ของจํานวนทั้งหมดนี่นะครับ ทั้งสองสภารวมกันนี่ ผมต้องเรียนนะครับ อย่างที่คุณการุณพูดนี่ในวุฒิสภาไม่มีทางได้เลย แต่พอไป ๒ สภา รวมกัน ผมทำหนังสือเชิญชวนพรรคการเมืองทุกพรรค เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของพรรค การเมืองฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล แต่เปึนเรื่อง ปปช. กระทำการทุจริต เชิญชวนทุกพรรคว่า มาใส่ชื่อร่วมกันได้ไหม ปรากฏว่าไม่มีพรรคใดตอบเลย มีอยู่พรรคเดียวที่ตอบ คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ได้เข้ามาในกรรมาธิการของผม มาดูเอกสาร หลักฐาน แล้วนั่งประชุมอยู่ ๒ วัน หลังจากที่ดูเอกสารหลักฐานทั้งหมด เขาไปล่ารายชื่อ ในพรรคประชาธิปัตย์ ท่านทราบไหมครับ ก็ยังได้ไม่ครบ อย่างที่คุณการุณพูดนะครับ เวลาเราจะเอาความผิดคน แล้วเขามีตำแหน่งที่มีอำนาจนี่ คนมันไม่กล้า บางคนกลัว บางคนก็มีเพื่อน บางคนก็เปึนญาติ ในที่สุดผมได้จากพรรคประชาธิปัตย์มา ๙๐ กว่าคน ก็ นับว่าดีมาก ๆ แล้ว คุณการุณวิ่งไปพรรคไทยรักไทย ไม่ได้เลยสักคนเดียว ในที่สุดได้มา คนหนึ่งคือ คุณป่ยะณัฐ วัชราภรณ์ ได้มา ๑ ชื่อ เรารวบรวมแทบตาย ผมนี่ถูกคนที่นั่งอยู่ แถวตรงนี้ มันถอนชื่ออยู่เปึนประจำ ก็มาถอน ๆ เกือบจะไม่ได้ แต่โชคดีครับว่า ปปช. คราวนั้นปากร้าย ออกมาบอกว่า ใครเซ็นชื่อกู้จะจัดการ อย่างที่คุณการุณพูด มันเลยมีคน ฮึดขึ้นมา เข้ามาเซ็น ในที่สุดได้ หนึ่งในสี่นี่นะครับเกือบตายนะครับ คราวที่แล้ว ผมคิดว่า ประเด็นนี้เปึนประเด็นเพื่อยื่นคำร้องเฉย ๆ ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ในกรณีที่ ปปช. ทุจริต ในกรณีอย่างอื่นเราต้องส่ง ปปช. แต่ถ้า ปปช. ทุจริตเอง เราต้องส่งศาลฎีกาแผนก คดีอาญา เปึนช่องเดียวเท่านั้นที่จัดการกับ ปปช. ได้ในกรณีนี้ ที่จะเอาผิดทางอาญา ไม่มี ช่องอื่นครับ องค์กรอื่นทำผิดเราส่ง ปปช. ไต่สวน แต่ถ้า ปปช.ทำผิดเอง เราไม่มีช่องอีก แล้ว ถ้าช่องนี้ป่ด ผมได้นั่งดูกันหมดแล้วว่า ไม่มีทางเลย มาตรา ๓๐๐ เก่า ท่องขึ้นใจเลย ได้ไปอย่างฉิวเฉียดที่สุด คือ หนึ่งในสี่ ท่านครับ ประเด็นนี้ถ้า หนึ่งในห้า นี่นะครับ ผมก็คิด ว่าเหมาะสมพอสมควร เพราะเรายังเชื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมือง ท่านต้องตั้งกรรมการขึ้นมาไต่สวนมูลอีก ๗ คน แล้วกรรมการไต่ส่วนมูลนี้ต้องใช้ มติสองในสาม คราวที่แล้วนั่นนะครับ ออกมาไม่ถึงสองในสาม แต่หลักฐานและข้อมูลมัน ชัดเจน พวกเราทำส่งไปยังศาลฎีกาชัดเจนมาก ๆ องค์คณะ ศาลฎีกา ๙ ท่าน เลยไม่ฟัง มีสิทธิที่จะโอเวอร์ รูล (Over rule) หรือไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ไปตรวจสอบมูลที่ศาล ฎีกาตั้งเอง