สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๐

การุณ ใสงาม สั่งการให้ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเรียกร้องให้ตรวจสอบโดยง่าย และไม่ให้ตรวจสอบโดยยากเหมือนเดิม

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ การุณ ใสงาม สสร. นะครับ ส่วนนี้มีอยู่ ๒ จุดครับ มีอยู่ ๒ ประเด็นนะครับ ที่ผมแปรไว้เฉพาะในมาตรา ๒๔๒ ที่ยังเหลือค้างเอาไว้นะครับ เฉพาะกรณีจาก หนึ่งในสี่ เปึน หนึ่งในห้า เหมือนเดิมครับ เท่ากันกับเมื่อกี้ แต่กรณีเมื่อกี้นี้ ว่าด้วยเรื่องของการถอดถอน แต่กรณีนี้เปึนกรณีของการ ยื่นไปสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง คล้ายกับรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๐๐ เดิม ซึ่งเราเคยใช้ยื่น ปปช. ๙ คน และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมืองก็มีคำพิพากษาจำคุกและโทษจำคุกให้รอลงอาญา มาตรานี้เราเคยได้ใช้ครั้งหนึ่ง แล้ว ในการใช้ครั้งนั้น ท่านประธานรู้ไหมครับว่า ความหนักอกหนักใจอย่างมาก ท่านประธานก็เปึนหนึ่งในการเซ็นชื่อ หนังสือยกร่างทั้งหมดในการที่จะถอดถอน ผมเปึน ผู้เขียน ในคำร้องฉบับนั้นท่านไปดูครับ ลายเซ็นผมมากที่สุดเพราะเซ็นทุกหน้ากำกับตาม ระเบียบ ตามกฎหมายของ ปปช. ผมเซ็นทั้งหมด เดินล่ารายชื่อ เดินล่าลายเซ็น ท่านประธานครับ มีบางคนเซ็นแล้วไม่ถึง ๓ ชั่วโมงมาข้อขีดชื่อทิ้ง รายชื่อที่โดนขีดทิ้ง ขีด แล้วขีดอีก ลบด้วยลิควิด เปเปอร์ (Liquid paper) ก็อีกจำนวนมาก ผมจำได้หมดครับว่า ใครบ้าง เอกสารหลักฐานยังมีต้นฉบับที่ผมทั้งหมด นี่คือสิ่งที่เราเคยทำแล้ว และทำจริง ตั้งแต่มีประเทศไทยมาทําครั้งเดียวตามรัฐธรรมนูญฉบับนั้น แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็ล้ม ไปแล้ว ฉบับนี้กำลังเขียนขึ้นมาใหม่ ใช้ตำราเดิมอีก หนึ่งในสี่ของจำนวนทั้งหมดของ สองสภาตอนนี้ ประธานครับ หนึ่งในสี่ของทั้งหมดของสองสภาก็คือ ๑๕๗ คน ยื่นไปถึง ศาลฎีกา ศาลฎีกายังไม่ทันรับครับท่าน เปึนการยื่นกรณีเพื่อดำเนินคดีกับ ปปช. ศาลฎีกา จะต้องตั้งองค์คณะที่ประชุมใหญ่จากศาลฎีกามาเปึ้นองค์คณะของผู้พิพากษาศาลฎีกา ๙ ท่าน ๙ ท่านจะต้องทำการตั้งผู้พิพากษาในระดับศาลฎีกาอีกไม่น้อยกว่า ๗ คน เพื่อทำ การไต่ส่วนมูล ชี้มูลว่ามีมูลหรือไม่ เพราะไม่มี ปปช. เนื่องจาก ปปช. ถูกดำเนินคดีอาญา เสียเอง ไม่มี ปปช. ในการไต่ส่วนมูล จึงต้องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาเปึ้นผู้ตั้ง ตั้ง องค์คณะขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อจะทำการไต่สวนทำหน้าที่เหมือน ปปช. เลย ถึงค่อยชี้มูลว่า มีมูลหรือไม่ จึงต้องหยุดงาน ท่านลองดูกระบวนการในส่วนนี้ครับท่านครับ ผมว่า ที่ผมเสนอเปลี่ยนของท่านจาก หนึ่งในสี่ เปึ้น หนึ่งในห้า นั้นนะครับ แม้แต่ หนึ่งในห้า ก็หนักแล้ว ท่านครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่ผ่านมาคือการตรวจสอบที่ยากใช่ไหมครับ การ ตรวจสอบควบคุม กำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดินที่ยากลำบาก ตรวจสอบการ ทุจริต การประพฤติมิชอบ การร่ำรวยผิดปกติ การปฏิบัติหน้าที่มิชอบเปึนการตรวจสอบที่ ยากตลอดเวลา ใช่ไหมครับที่ผ่านมา จึงก่อให้เกิดเหตุร้ายในบ้านเมือง ท่านยังจะคง พิทักษ์รักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้ไหม ไหนเราบอกว่าต่อไปนี้การตรวจสอบจะเปึนการ ตรวจสอบโดยง่าย ท่านช่วยชี้ให้ผมดูหน่อยสิว่าโดยง่ายอยู่ตรงไหน มาตรา ๒ มาตราที่ ผ่านมา ๒ บทบัญญัติที่ผ่านมา ไม่มีอะไรเลยที่เปึนการโดยง่าย ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง โดยยากทุกอย่าง และบทบัญญัติส่วนนี้ท่านจะยังให้เหมือนเดิมไหม เปึนการตรวจสอบ โดยยาก เราพูดอะไรกันตอนนี้ เราบอกกับประชาชน บอกว่าต่อไปนี้เราจะให้สิทธิ ประชาชน ต่อไปนี้จะเปึนการตรวจสอบโดยง่าย โดยกำกับควบคุมโดยง่ายหน่อย ถูก ผิด มันมีศาลนี่ครับ ถูก ผิด มีศาลฎีกา แผนกคดีอาญาจะพิพากษาให้นี่ครับ และคนที่ร้อง กล่าวหาเขาว่า เขาทุจริต ประธานจำได้ไหมครับ เรายังไม่ทันยื่นเลย เพียงแค่แถลงข่าว ปปช. ทั้งหมด ประกาศเลยใช่ไหมครับ บอกว่าประชุมเพียบเลย บอกว่าจะดำเนิน คดีอาญากับพวก สว. ที่พากันเซ็นชื่อ ในข้อหาหมิ่นประมาท ในข้อหากล่าวความอันเปึน เท็จ แจ้งความอันเปึ้นเท็จ กล่าวหาเพื่อให้เขาต้องโทษทางอาญา จะดำเนินคดีอย่างถึง ที่สุด หลายคนวิ่งมาถอนชื่อ หลายคนโมโห วิ่งไปเซ็นชื่อเพิ่ม ท่านประธานครับ คนเซ็นชื่อ กล่าวโทษอย่างนี้ ไม่ได้เซ็นง่ายหรอกครับ ที่ประชุมแห่งนี้ ท่านครับ ท่านจะเซ็นง่ายไหม ผมมีเรื่องกล่าวโทษ และผมนี่ยื่นที่ ปปช. ไว้แล้ว ว่ายื่น คตส. จะยื่นที่ ปปช. ท่านช่วยเซ็น ผมหน่อย ในกรณีทีไอทีวี (TITV) การบริหารราชการแผ่นดินของ พลเอก สุรยุทธ์ ในฐานะ นายกรัฐมนตรี และคุณหญิง และบุคคลอื่นอีกที่เกี่ยวข้องเปึนการบริหารที่ทุจริต เปึนการ บริหารที่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ช่วยเซ็นผมหน่อยสิ ถ้าแน่จริง ถ้าบอกว่าเซ็นง่าย มีสัก ๑๐ คน ไหมที่นี่ ขอแค่ ๑๐ คนท่าน ท่านเห็นหรือยังครับ ท่านเห็นหรือยังครับว่ามันยาก ท่านจะตรวจสอบโดยยาก หรือจะตรวจสอบโดยง่าย ต้องตอบวันนี้ครับ ท่านครับ