สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๐

การุณ ใสงาม ระบุว่ามาตรา 241 ในรัฐธรรมนูญมีหลักการเดียวกับมาตรา 299 ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 โดยมีกรณีที่ผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งเข้าชื่อกัน ซึ่งเท่ากับหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภา และยังระบุว่ามาตรา 241 นี้ลดจำนวนจาก 50,000 ชื่อเป็น 20,000 ชื่อ และขอแปรญัตติเพื่อลดจำนวนเหลือ 10,000 ชื่อ

นายการุณ ใสงาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม นะครับ สสร. มาตรา ๒๔๑ บางส่วนเปึนหลักการเดียวกันกับการเข้าชื่อโดยประชาชน เพื่อยื่น คำร้อง แล้วก็เพื่อถอดถอน กรณีนี้มี ๒ เรื่องอยู่ด้วยกันในที่นี้นะครับ มาตรา ๒๔๑ นี้ เปึ้นอย่างเดียวกันกับมาตรา ๒๙๙ ในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ มีกรณีที่ผู้แทนราษฎร จำนวนหนึ่งด้วยที่จะเข้าชื่อกัน ท่านประธานเห็นไหมครับว่า ผู้แทนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา นี่เปึนพวกเข้าชื่อกลุ่มที่ ๑ เปึนกลุ่มตัวแทน ของประชาชน กลุ่มที่ ๒ ก็คือประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อแต่เดิมตาม ๒๙๙ มาบัดนี้ มากลายเปึ้น ๒๔๑ ก็คือลดจาก ๕๐,๐๐๐ มาเปึ้น ๒๐,๐๐๐ ชื่อ ส่วนนี้ผมก็ขอแปรญัตติ ไว้ ผมขอแปรญัตติไว้ในส่วนของผู้แทน ก็คือข้อลดจาก หนึ่งในสี่ มาเปึ้น หนึ่งในห้า ผมขอลดจากจำนวนประชากร ประชาชนที่เข้าชื่อกันจาก ๒๐,๐๐๐ ของกรรมาธิการ มาเปึน ๕,๐๐๐ ท่านประธานครับ ผมสู้เกี่ยวกับเรื่องลดจำนวน ๒๐,๐๐๐ มาเปึ้น ๕,๐๐๐ เจรจามาอยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ แล้วผมก็แพ้ ผมเข้าใจครับว่าผมแพ้ เพราะฉะนั้นในส่วน ของประชาชนที่เข้าชื่อกันนั้น ผมขอสละสิทธิการแปรญัตติ ที่ผมเคยแพ้แล้ว ๕,๐๐๐ แต่ผมก็ขอเปึนหมื่นคน ท่านก็ไม่ยอม และสุดท้ายผมก็แพ้ เพราะฉะนั้นข้อสละสิทธิอันนี้ ให้เปึน ๒๐,๐๐๐ ตามของท่าน แต่ขออธิบายนิดเดียวว่า ผมไม่เห็นด้วย เพราะเปึ้นการที่ ยุ่งยากมากในการประชาชนจะกล้าเข้าชื่อกันเพื่อจะกล่าวโทษ ปปช. เอาล่ะครับ แต่กรณีเรื่อง หนึ่งในสี่ ของท่านนั้น ผมไม่เห็นด้วย ผมขอลดเปึ้น หนึ่งในห้า ที่จริง หนึ่งในห้า ก็คือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ซึ่งอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีนั้น ท่านก็เขียน หนึ่งในสี่ แล้วท่านก็มาลดให้เรา จากการเจรจาของผม ท่านก็ลดจาก หนึ่งในสี่ เปึน หนึ่งในห้า ผมเสนอแปรญัตติไว้อยู่ที่ สองในสามของจำนวน สมาชิกที่เปึนฝ์ายค้าน สุดท้ายตัวเลขมาลงกันที่ หนึ่งในห้า ที่ท่านยอมูลดให้จาก หนึ่งในสี่ เปึ้น หนึ่งในห้า ท่านประธานครับ ผมโยงเหตุผลตรงนี้ เพื่อมาอธิบายว่า ทําไมผมจึง แปรญัตติว่า หนึ่งในห้า หนึ่งในห้า ท่านประธานครับ จำนวนมากนัก ปัญหาที่เกิดขึ้น หนึ่งในสี่ ที่ผ่านมาในการจัดการกับระบอบที่ผ่านมา ปัญหานั้นอธิบายกันมายาวแล้วว่า ผู้แทนฝ์ายค้านไม่สามารถลงชื่อให้ครบ เพื่อจะไปถอดถอน ปปช. ที่เปึ้นสุดที่รักของ รัฐบาล ผู้บริหารของชุดนั้น สส. ฝ์ายรัฐบาลไม่ยอมมาร่วมลงชื่อเลยแม้แต่คนเดียว ก็ทําให้ ปปช. มีปัญหา ท่านประธานครับ แม้แต่หนึ่งในห้าก็ตามนะครับ ผมมาดูตอนนี้เพิ่งมา ย้อนกลับไปพบว่า แท้จริงมาตรฐานของกรรมาธิการ ผมเลยจับอะไรแน่นอนไม่ได้ ท่านไป ดูที่มาตรา ๒๒๘ ที่ผ่านมา ในการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณี กกต. ขาดคุณสมบัติ ต้องห้าม โดย สส. และ สว. ไม่น้อยกว่า นั่นใช้ หนึ่งในสิบ เองครับ นั่นหนึ่งในสิบ เท่านั้นเอง หนึ่งในสิบของจำนวนที่มีอยู่ของทั้งสภา สส. ๔๘๐ สว. ๑๕๐ เท่ากับ ๖๓๐ ๖๓๐ หนึ่งในสิบ คือ ๖๓ ท่านครับ หนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ ทั้งสองสภา ท่านรู้ไหมจำนวนเท่าไรครับ หนึ่งในสี่ของทั้งสองสภาคือ ๑๕๗ คนท่าน นี่ หนึ่งในสี่นะครับ ๑๕๗ คน ผมว่ามันมากเกินไปกระมังท่าน แต่ถ้าเปึนหนึ่งในห้าอย่างที่ผม ขอนะครับต้องใช้สมาชิกถึง ๑๒๖ คนท่าน ซึ่งผมมาดูตอนนี้ ผมแปรญัตติพลาดไป หรือเปล่าว่าทำไมมันยังหนักอยู่ แท้ที่จริงควรไหมที่จะเปึน หนึ่งในสิบ ตามมาตรฐาน เดียวกันกับ กกต. เพราะอะไรจึงเอา ปปช. ออกยากกว่าเพื่อน แต่เอาองค์กรอื่น ๆ แม้แต่ นายกรัฐมนตรี แม้แต่ประธานศาลฎีกาท่าน แม้แต่ประธานศาลรัฐธรรมนูญท่าน ก็ยังเอา ออกง่ายกว่า ปปช. ท่านรู้หรือเปล่า นี่การยื่นชื่อยังต้องมากกว่าเพื่อนเลยท่าน ผมพลาด ไปหรือเปล่า กรณีข้อ หนึ่งในสี่ เปึน หนึ่งในห้า ตามหลักมันน่าจะเปึน หนึ่งในสิบ มาตรฐานเดียวกันกับของท่านเองนี่ ของท่านกรรมาธิการยกร่าง แต่เปึนเรื่องการแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องถอดถอน กกต. เกี่ยวกับเรื่ององค์กรอื่น ๆ เกี่ยวกับเรื่องตาม รัฐธรรมนูญฉบับเดิม ตามรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยเรื่องการถอดถอนมาตรา ๒๔๖ ใช่ไหมครับ ๒๖๑ ใช่ไหมครับ ถอดถอนน่ะ นั่นก็ใช้สูตรตรงนี้ครับ ท่านครับเอาให้มันเปึ้นมาตรฐาน เดียวกันดีไหมครับท่านครับ ร้องขอเถอะครับท่าน แล้วถอดถอน ปปช. ท่านดูมาตราต่อไป เลย ยังได้เลย มาตรา ๒๔๓ ท่านที่เคารพ ถอดถอน ปปช. นะครับ ๒๔๓ นะครับ ถอดถอน ปปช. ๒๔๑ ท่านประธานถอดถอน ปปช. มาตรา ๒๔๑ นั้นใช้จำนวน สว. สามในสี่ท่าน สามในสี่ คือ ๑๑๑ คน จึงจะถอดถอนได้ ให้เสียงข้างน้อยเพียง ๓๙ เสียง ใน สว. ไม่ทำให้สามารถถอดถอน ปปช. ได้ ท่านไปดูการถอดถอน ผมจําตัวเลขมาตราไม่ได้วันนี้ ขณะนี้ แต่จํารัฐธรรมนูญฉบับเดิมได้ ว่า ถอดถอนทุกองค์กรนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาล รัฐธรรมนูญ ตุลาการ อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทุกองค์กรเลยครับ นั่นใช้เสียง ตาม ๓๐๗ ฉบับเดิมนะครับ เพียงแค่ สามในห้า แต่ปรากฏของ ปปช. ถอดถอน ต้องใช้ สามในสี่ หนักเข้าไปใหญ่ ถ้าสมัยของพวกเรา สว. ตอนนั้น ๒๐๐ คน จะถอดถอน ปปช. จะต้องใช้เสียงถึง ๑๕๐ คน ท่าน มันถอดได้อย่างไรล่ะ ถ้า ปปช. แต่ถ้าถอดกระทั่งนายก หรือประธานศาลฎีกา ๑๒๐ คน ก็พอ เพราะเปึ้นเพียงแค่ สามในห้า นี่แหละคือมาตรฐาน ที่ไม่ถูกต้อง แต่คุณสมบัติท่านดู ปปช. เพิ่งผ่านไปเมื่อ ๒ มาตราที่แล้ว คุณสมบัติของ ปปช. ลดลงมาจนกระทั่งถึงรองศาสตราจารย์ รองอธิบดี คุณสมบัติต่ำกว่าศาล รัฐธรรมนูญ ต่ำกว่าศาลฎีกา ต่ำกว่านายกรัฐมนตรี ต่ำกว่าทุกอย่าง แต่บทจะถอดถอน ท่าน หนักกว่าเพื่อน มันทำได้อย่างไรแบบนี้คิดได้อย่าไรล่ะ มันเปึนการคิดที่ผิดแล้วล่ะ เริ่มต้นคิดแบบนี้ก็ถือว่าผิดหลัก เรียกร้องท่านประธานครับ ผมอาจจะแปรญัตติพลาดไป ตรงที่ หนึ่งในห้า ขอมาตรฐานเดียวกันไหมล่ะครับ หนึ่งในสิบครับ เฉพาะการเข้าชื่อ ยังไม่ได้บอกเขาผิด ยังไม่ได้บอก เขาถูกท่าน เข้าชื่อเสร็จเพื่อจะถอดถอน ปปช. นะครับ โน่นครับ ส่งไป สว. สว. ต้องไปทำกระบวนการอย่างอื่นอีกตั้งเยอะแยะ เพื่อจะทำการ ถอดถอนตามรัฐธรรมนูญนี้นะครับ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อภิปราย ๒ มาตรา ควบกันเลยยัง ได้เลยครับ นั่นก็คือมตินั้นนะครับแทนที่จะเปึน สามในสี่ ควบต่อไปถึงถอดถอนบุคคลอื่น ในตําแหน่งอื่นที่ ๓๐๗ รัฐธรรมนูญเดิมนะครับ ที่ สามในห้า ผมแปรไว้เหมือนกันหมดเลย คือ ใช้มติเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สว. อิมพีชเมนต์ (Impeachment) ประธานาธิบดีใหญ่ ขนาดไหนครับ สว. เขาเพียง ๑๐๐ คน นะครับ เสียงเกินกึ่งหนึ่งเอง แล้วเปึ้นอะไรตรงนี้ถึง จำเปึ้นจะต้องใช้เสียงถึงสามในห้า สามในสี่ ท่านประธานก็รู้ใช่ไหม เคยอยู่ด้วยกัน หาเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็ลำบากขาดใจแล้ว เห็นตำตาว่าผิด พวกเราก็เอาน่า คนไทยปล่อย ๆ ไปก่อนเถอะน่า เห็นไหม ท่านประธานที่เคารพครับ ขอท่านกรรมาธิการโปรดพิจารณา เถอะครับ อย่าได้ยึดติดกับของผมที่ได้เสนอไปเปลี่ยนจากของท่าน หนึ่งในสี่ ผมขอ เปลี่ยนเปึน หนึ่งในห้า ถ้าท่านมองเห็นความเปึนธรรม ถูกต้องมาตรฐานเดียวกันแล้ว ถ้าท่านจะปรับเปึ้นหนึ่งในสิบ เสียให้เหมือนกันทุกสถาบันทุกองค์กรนะครับ ก็เมตตากับ พี่น้องประชาชน อย่าลืมนะครับ รัฐธรรมนูญไม่ใช่ของผม ไม่ใช่ของท่าน เปึ้นของประเทศ เรา เปึนของประชาชนทุกคน อย่าได้รังเกียจข้ออภิปรายของผม พูดหนักบ้าง เบาบ้าง ท่านวิชาอย่าโกรธผมนะครับ