คมสั้น โพธิ์คง หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการพิจารณาคดีของศาลปกครอง และเรียกร้องการแก้ไขความไม่ชัดเจนในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม ติดใจครับ คือถ้าเปึนข้อความนี่นะครับ ตามที่ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงนี่ ผมคิดว่า ไม่ชัดเจนครับท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนเปึนรายเรื่องเลยครับ ถ้าเช่นนั้น นะครับ ให้ดู ให้ท่านสมาชิกได้พิจารณาเปึ้นรายเรื่องไปเลยนะครับ ว่าจะให้ศาลปกครอง พิจารณาหรือไม่นะครับ ในการใช้อํานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐ นี่ ปรากฏปัญหาในเรื่องของการ พูดง่าย ๆ นะครับว่า ไม่รู้ว่าศาลใดเปึนศาล ที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาในเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้งกันแน่ ผมกราบเรียน ตรงนี้ครับ เพราะว่า เวลา กกต. วินิจฉัยเรื่องอะไรนี่นะครับ สั่งการเลือกตั้งแล้วมีศาลแย่ง กันทําครับ ว่าตนมีอํานาจในการพิจารณาวินิจฉัยในเรื่องนั้นนะครับ ผมมีความเห็นอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่าง เช่น มาตรา ๒๓๑ อำนาจของคณะกรรมการ การเลือกตั้งนะครับ ที่มีอำนาจหน้าที่ (๑) ออกประกาศ ระเบียบ กำหนดการทั้งหลาย เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งและการดำเนินการเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพื่อให้เปึนไป โดยสุจริตและเที่ยงธรรม ในประเด็นนี้จะเห็นได้ว่าการวางหลักเกณฑ์การหาเสียง การเลือกตั้งนี่ ซึ่งจะส่งผลต่อการชี้ขาดว่าการเลือกตั้งนั้นเปึนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือไม่นั้น ถ้าวางหลักการอย่างนี้อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองในเรื่องระเบียบ แต่การ หาเสียงไม่ชอบธรรมซึ่งจะต้องวินิจฉัยไปอยู่เขตอํานาจของศาลฎีกา ประเด็นต่อมา วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติเกี่ยวกับข้อห้ามในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีหรือ รัฐมนตรีขณะปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๗๗ กรณีนี้เปึนการวางระเบียบโดยอาศัยกลไกล ตามมาตรา๑๗๗ ของรัฐธรรมนูญ แต่ไม่อยู่ในเขตอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญ แต่มาอยู่ ในเขตอำนาจของศาลปกครอง คำถามคือสมควรหรือไม่ คำถามหนึ่ง ต่อมาครับ ท่านประธานครับ กำหนดมาตรการควบคุมการบริจาคการเงินแก่พรรคการเมือง สนับสนุนเรื่องการเงินของพรรคการเมือง ซึ่งโดยหลักการโดยทั่วไปในหลักการที่ผ่านมานี้ อยู่ในเขตอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าเขียนเช่นนี้ก็มาอยู่ในเขตอํานาจของศาล ปกครองใช่หรือไม่ อันนี้คือคำถาม ต่อมาครับ เรื่องของกระบวนการในเรื่องของการ ประกาศผลการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติอยู่ในเขตอำนาจศาลปกครอง ใช่หรือไม่ครับ หรือควรจะอยู่ในเขตอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่ผลของการ เลือกตั้งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผมคิดว่าประเด็นตรงนี้เปึนประเด็นที่เปึ้นปัญหา ท่านประธานครับ ว่าจะให้เรื่องของการชี้ขาดของ กกต. ก็ดี หรือองค์กรชี้ขาดตาม รัฐธรรมนูญก็ดีนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วมีอํานาจเฉพาะอยู่ตามองค์กรต่าง ๆ อยู่แล้วนี่นะครับ ถูกยกเว้น ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองนั้นถูกต้องครับ แต่มันมีอีกหลายประเด็น นะครับท่านประธานครับ ถ้าวางอย่างนี้นี่ เรื่องที่เคยอยู่ในเขตอำนาจศาลอื่นต้องมาอยู่ศาลปกครองทั้งหมด รวมทั้ง ถึงเรื่องของพรรคการเมืองด้วย ผมคิดว่าประเด็นนี้นี่ การชี้แจงเมื่อสักครู่ไม่ได้ทำให้เกิด ความแน่ชัดขึ้นมาเลยครับท่านประธานครับ การกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างนี้นี่ มีข้อความลอยครับ วรรคสองนี่ วินิจฉัยชี้ขาด แล้วก็ว่าดอำนาจทุกประเภทที่ใช้ตาม รัฐธรรมนูญไปอยู่ที่ศาลปกครองทั้งหมดนี่ โดยที่บางเรื่องนั้นเชื่อมโยงกับการวินิจฉัยชี้ขาด ขององค์กรอื่นอยู่ด้วย เช่น การออกกฎต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการชี้ขาดขององค์กร ต่าง ๆ หรือศาลอื่นตามรัฐธรรมนูญนี่ กลับกลายมาอยู่อำนาจศาลปกครอง กลายเปึนว่า เรื่องหนึ่งอยู่ที่ศาลหนึ่ง ทั้งที่เปึนเรื่องเดียวกัน ชี้กฎอันหนึ่ง ชี้การกระทำอันหนึ่งไปอยู่อีก ศาลหนึ่ง ผมว่ามีความสับสนเกิดขึ้นแน่ในกระบวนวิธีพิจารณาของศาลทั้งหลายที่จะ ชี้ขาดในเรื่องนี้ การชี้ขาดการเลือกตั้งบางอย่างต้องอาศัยการวินิจฉัยเพิกถอนกฎบางเรื่อง ยกตัวอย่างนะครับ ท่านประธานครับ เช่น กรณีของ กกต. นี่ ชุดที่แล้วได้สั่งให้หันคูหาออก นะครับ ซึ่งเปึนการเลือกตั้งไม่ชอบ ถ้าเกิดจะต้องชี้ขาดว่าการเลือกตั้งไม่ชอบ ต้องรอให้ ศาลปกครองวินิจฉัยกฎนั้นก่อนหรือเปล่า ผมคิดว่าประเด็นนี้กลายเปึนว่ากระบวนการ ต้องไปถึง ๒ ศาล เพราะความไม่ชัดเจนของการเขียนลอยว่า วินิจฉัยชี้ขาดอย่างนี้ กระผม จึงเห็นว่าในแง่ของการกำหนดโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรรมาธิการได้ วางกลไกไว้แล้วครับท่านประธานครับ ว่ากระบวนการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ นั้นไม่ใช่ว่าจะทำได้โดยง่าย แล้วก็ไม่ใช่อยู่ดี ๆ จะไม่ออกไม่ได้ แล้วก็พระราชบัญญัติ ที่จัดตั้งองค์กรตามที่ผมเสนอนี่ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญต้องเกิดครับ ภายใต้ บทเฉพาะกาล ไม่มีการยกเว้นว่า ไม่มีการเกิดหรือไม่ยอมออกกฎหมาย เพราะว่าเปึน องค์กรตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพียงแต่มีพระราชบัญญัติจัดตั้งออกมารับรองให้ชัดขึ้น กระผมจึงเสนอว่างหลักการตรงนี้ให้ท่านประธานครับ ไม่อยากให้มีการวินิจฉัยมาตรานี้ นะครับ ในวรรคสองนี้ จนตีความออกไปเกินเลยกว่าหลักการที่สมควร และมีการปัญหา ในเรื่องของการขัดแย้งเรื่องเขตอำนาจศาล หรือเปึน คอนฟลิกต์ (Conflict) กันอีก เหมือน กรณีที่ศาลปกครองกับศาลรัฐธรรมนูญ และก็ศาลยุติธรรมเคยชี้ขาดในเรื่อง ของคณะกรรมการการเลือกตั้งมาแล้ว ผมจึงเห็นว่าในเรื่องตรงนี้ควรจะไปอยู่ในกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีการออกอย่างแน่นอน แล้วพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์กรอิสระ นั้น ซึ่งมีการออกอย่างแน่นอนนะครับ แล้วก็มีการกำหนดไว้ด้วยหลักการที่สำคัญเหล่านี้ ไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์กรเหล่านั้นไว้อย่างชัดแจ้งแล้ว ฝ์ายบริหารไม่สามารถไป ยุ่งเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายขององค์กรอิสระในกรณีที่สำคัญเช่นนี้ได้นะครับ นอกจาก ปัญหาที่เกี่ยวข้องนะครับ ที่จะทำให้การดำเนินการเปึนไปไม่ได้เท่านั้น ผมเห็นว่าข้อชี้แจง ดังกล่าวข้างต้นนี่ ผมไม่เห็นพ้องด้วยครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ