การุณ ใสงาม หารือเรื่องการแปรญัตติที่ไม่ถูกต้อง และเสนอแนวทางแก้ไข โดยเน้นย้ำความสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของงานในศาลฎีกา เพื่อแก้ไขปัญหาการพิจารณาคดีได้อย่างรวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม การุณ ใสงาม นะครับ สสร. ต้องขออนุญาตท่านประธานจริง ๆ ครับ จะไม่ใช้เวลามากนัก แต่ถ้าไม่ได้พูดเรื่องนี้นี่ กระผมคงจะกลับบ้านไม่เปึนสุขแน่ ในกรณีมาตรานี้นะครับ บังเอิญว่าคณะของเราไป แปรญัตติคือตัดวรรคท้าย คือตัดที่วรรคที่ ๕ ซึ่งก็ไม่ถูกต้องนะครับอันนั้น เอาล่ะ ก็ตัดที่ วรรคที่ ๕ ซึ่งผมตอนนี้ก็วรรคที่ ๕ นี่ ผมกลายเปึ้นไม่ติดใจ แต่จะมาขออภิปรายในส่วนที่ วรรคที่ ๒ ที่ว่านี้ครับ เล็กน้อยเท่านั้นละท่านประธาน
ประการที่ ๑ ครับ การที่มีสำนวนคดีขึ้นสู่ศาลฎีกามากจนกระทั่งทำไม่ทัน หรือทำต้องใช้เวลาล่าช้ามาก ๓ ป้ ๔ ป้ อยู่ที่ศาลฎีกา ยังไม่ได้กลับไป แล้วเปึนเหตุแห่ง การไม่รับ เปึนหนึ่งในเหตุ คือหลายเหตุนะครับ แต่เปึนหนึ่งในเหตุแห่งการไม่รับไว้ พิจารณาในชั้นศาลฎีกา ผมรู้สึกว่าไม่เห็นด้วยอย่างมาก การแก้วิธีแก้ปัญหาโดยวิธีการ ไม่รับหรือปฏิเสธการพิจารณาหรือปฏิเสธการตัดสินนี้เปึ้นเงื่อนไขที่ผมรับไม่ได้ งานมาก ไม่ใช่แก้ปัญหาโดยไม่ทำ หลักการแก้ปัญหางานมาก ขั้นที่ ๑ คือเอาคนที่มีประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้น มาแบกรับงาน ที่หนักและมาก ขั้นที่ ๒ คือ หาคนเพิ่มให้มากเพียงพอที่จะแบกรับงานมาก เครื่องมือที่ มากเพียงพอที่แบกรับงานมาก ขั้นที่ ๓ คือ หากระบวนการหรือวิธีการในการแก้ไขปัญหา งานที่มากหรือที่หนักนั้นให้เราสามารถทำได้ อย่างนี้เปึนต้นนะครับ เปึ้นลำดับ ลำดับไป ท่านประธานครับ ทางแก้ตรงนี้นี่นะครับเราทําได้หลายอย่างอย่างที่ว่านี้ เพิ่มประสิทธิภาพผู้คน แน่นอนศาลฎีกามี ๘๐ ท่าน ๘๗ ท่านก็ตาม กำลังไม่ไหว ท่านต้อง แสวงหาผู้คนเพิ่มครับ ต้องสร้างคนเพิ่ม สร้างคนเพิ่มท่านต้องสร้างตั้งแต่ศาลชั้นต้นให้ มากเพียงพอ เพื่อจะรองรับการขึ้นมาสู่ตำแหน่งของศาลอุทธรณ์ และมากเพียงพอที่จะ สร้างผู้คนในศาลอุทธรณ์ขึ้นไปอยู่ศาลฎีกา ให้มีกำลังคนที่มากพอที่จะแบกรับงานที่มาก อย่างที่ท่านว่า ประสิทธิภาพของผู้คนคือของท่านศาล ตั้งแต่ท่านชั้นต้น ท่านชั้นอุทธรณ์ และท่านชั้นฎีกาก็ตาม ผมคิดว่าเราเพิ่มกันได้ เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มคุณภาพ ของงานได้ เราต้องเชื่อครับ ถ้าเราไม่เชื่อว่าคนสามารถพัฒนาได้ เราไม่เชื่อท่าน ผู้พิพากษาสามารถพัฒนาคุณภาพที่เข้มแข็งที่มั่นคงได้นี่นะครับ เราก็จะละเลยความเชื่อ สิ่งเหล่านี้นะครับ ซึ่งจะทําให้เราบกพร่องเอง อันที่ ๒ ครับ วิธีการ ผมเคยได้รับคําแนะนํา จากท่านผู้พิพากษาอาวุโสหลายท่าน หลายท่านบอกว่า เปึนไปได้ไหม ศาลอุทธรณ์ก็ตาม ศาลฎีกาก็ตามนี้นะครับ ท่านอาจจะไม่จำเปึนต้องเขียนคำพิพากษาอย่างครบถ้วน ทุกรูปแบบตามรูปแบบที่เคยทำ เพราะรูปแบบที่เคยทำ ก็ โจทก์ฟัองว่า จำเลยให้การว่า ว่าไปเรื่อย ทางพิจารณาว่า ศาลชั้นต้นว่า ศาลอุทธรณ์ว่า พิพากษาว่า ศาลฎีกาพิจารณา ว่าพยานโจทก์ จำเลยแล้ว จึงคำพิพากษาว่า กลับ ยืนตามคำพิพากษาอะไรอย่างนี้ เปึ้นต้น ท่านบอกว่า ถ้าเราลดขั้นตอนตรงนี้นะครับ เช่น เมื่อตรวจสำนวนดูแล้วนี่นะครับ เห็นว่า ไม่มีอะไรรายละเอียดสลับซับซ้อน และศาลชั้นต้นก็ตาม ศาลอุทธรณ์ก็ตามได้มี คำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาที่เขียนสมบูรณ์ ครบถ้วน เพียงพอ และไม่ใช่เรื่องมาก สลักสำคัญที่จนกระทั่งต้องเขียนมากขึ้นหรือเพิ่มมากขึ้น ท่านผู้พิพากษาหลายท่านอาวุโส แนะนำผม ปรึกษากับผมนะครับ แลกเปลี่ยนกันนะครับ ท่านบอกว่า เปึนไปได้ไหม ทำคำสั่งหรือคำพิพากษาต่อท้ายไปเลย เพราะเราจะประหยัดเรื่องรายละเอียด ส่วนนี้ได้เยอะมาก ทําคําสั่งหรือคําพิพากษา หรือคําวินิจฉัยต่อท้ายตรงนั้นไปเลย โดยกระดาษ ๑ แผ่น ๒ แผ่น หรือต่อท้ายด้านหลังอะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เขียนตรง นั้นเลย เพราะบางเรื่องบางอย่างผมเชื่อว่า ศาลท่านเห็นขึ้นไปศาลฎีกาแล้วก็ตาม ศาลอุทธรณ์ก็ตาม ท่านสามารถแทบจะเรียกได้ว่า ไม่ได้ใช้เวลานานมากนัก แต่ถ้าใช้ กระบวนการและระบบเดิมนั้นจะใช้เวลาเพิ่มมากขึ้น นี่ก็เปึนวิธีการหนึ่ง เปึ้นหนึ่งในวิธีการ เท่านั้นนะครับท่านครับ ที่จะสามารถทำวิธีนี้ ใช้วิธีนี้ และย่นย่อระยะเวลาต่าง ๆ ได้ ถามว่า อาจจะขัดเคืองต่อกฎหมายวิธีพิจารณาความต่าง ๆ ผมคิดว่าท่านนำเสนอแก้ไข ปรับปรุงวิธีพิจารณาความอาญา วิธีพิจารณาความแพ่ง หรืออื่น ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งระเบียบของศาลต่าง ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้อง ให้สอดรับกับงานที่ทำในสิ่งเหล่านี้ นี่เปึ้น แบบที่ ๑ เท่านั้นเองนะครับ ยังมีอย่างที่ ๒ อย่างที่ ๓ อย่างที่ ๔ อย่างที่ ๕ ที่จะช่วยให้งาน ของศาลสามารถเดินไปได้เร็วกว่านี้ขึ้น อย่างที่ ๓ ครับ สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย นะครับ ตรงนี้นะครับ ในตอนท้ายที่บอกว่า ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา กำหนด ตรงนี้ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ตรงนี้นะครับ โดยหลักแล้วนะครับ การบัญญัติกฎหมายนั้นเปึ้นอำนาจของนิติบัญญัติท่าน ตุลาการคือผู้พิพากษาตัดสิน ตามกฎหมาย เอาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในคดีนั้นมาตัดสินโดยเอากฎหมายไปตัดสิน ไปวินิจฉัย แต่การที่ตุลาการมาใช้เงื่อนไขเขียนต่อท้ายบทบัญญัติตรงนี้นี่นะครับ บอกว่า ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากําหนด เสมือนหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญได้ห้อยท้าย เอาไว้ว่า ให้อำนาจตุลาการที่เรียกชื่อว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เปึ้นผู้ไปบัญญัติระเบียบ หรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เสมือนหนึ่งเปึนการบัญญัติกฎหมายขึ้นมาชนิดหนึ่ง ท่านจะถูก ตําหนิครับ ถูกตําหนิอะไรครับ ถูกตําหนิว่า เอ้า นี่มันเปึ้นระเบียบของศาล นี่มันเปึน กฎเกณฑ์ที่ศาลที่ประชุมใหญ่ตั้งไว้เพื่อใช้ในการวินิจฉัยเรื่องนี้ นี่แสดงว่าศาลหรือยุติธรรม นะครับ ตุลาการได้ออกบทบัญญัติขึ้นมาเพื่อประกอบเปึนวิธีพิจารณาชนิดหนึ่งของ กระบวนพิจารณา อย่างนี้เปึนต้นครับ ท่านจะถูกตำหนิส่วนนี้ว่าตุลาการใช้อำนาจ นิติบัญญัติ เอาอำนาจนิติบัญญัติไปทำ แม้ท่านจะบอกว่าไม่ใช่ แต่ ณ วันหนึ่ง ท่านที่เคารพครับ ทำไปทำมาแล้วสุดท้ายนะครับ คู่ความทั้งหลาย ถ้าได้ประโยชน์จาก สิ่งเหล่านี้ก็เอาประโยชน์ไปเงียบ ๆ แต่ถ้าเสียประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ ก็ตำหนิติฉินนินทา กล่าวหาให้ร้าย จนกระทั่งวิพากษ์วิจารณ์ นานเข้า นานเข้า โยกไปโยกมา กัดกร่อน ตุลาการว่า นี่ไง ตุลาการทำอย่างนี้แล้ว ต่อไปนี้ตุลาการจะเขียนระเบียบวิธีพิจารณาไป เรื่อย ๆ มากเข้า มากเข้า แทนกระบวนการที่จะตราบทบัญญัติเรียกว่า พระราชบัญญัติ หรือประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความเรื่องนั้น วิธีพิจารณาความเรื่องนี้ คำกล่าวหา อันนี้ไม่เปึ้นผลดีเลยต่อตุลาการที่สถิตยุติธรรมและเราเลื่อมใส่ ท่านจะเห็นว่าผมพูดนี้เปึน ความสัตย์นะครับ เพราะผมมองทุกอย่างที่ตุลาการ ท่านเห็นไหมครับว่า ผมมอบอะไร หลายเรื่องให้กับตุลาการ แม้แต่ท่านบอกว่าตุลาการ ไม่เอา ตุลาการไม่เอา ผมก็ยังหา ช่องทางจะยัดเยียดให้ท่าน เพราะเชื่อสถาบันที่มีอยู่ในขณะนี้ เราค่อนข้างจะเชื่อและหนัก ไปทางตุลาการ เพราะอาจจะด้วยประสบการณ์หรืออาจจะด้วยชีวิตที่ผ่านมาคุ้นกับส่วน ตรงนี้ เชื่อตรงนั้นจริง ๆ ด้วยเหตุที่เห็นความเปึนมาของอำนาจนิติบัญญัติ ด้วยเหตุที่เห็น อํานาจความเปึนมาของบริหาร และได้คุ้นอยู่กับอํานาจตุลาการ จึงเชื่ออย่างนั้น หนักไป ทางที่เชื่อไว้วางใจที่ตุลาการ เพราะฉะนั้นคําพูดของผมนี้จึงเปึนความเชื่อโดย สุจริตใจอย่างจริง ตรงนี้ล่ะจะถูกตําหนิท่าน จะถูกตําหนิตรงนี้นะครับ และถ้าถูกตําหนิ มาก ๆ จะเสียหาย จะกระทบกระเทือน ท่านประธานครับ ส่วนนี้ผมก็ไม่ได้แปรญัตติ นะท่านนะ