เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องการเทียบเคียงคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งรัฐมนตรีและผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้เพิ่มคุณสมบัติให้สูงขึ้น เพื่อให้มีตัวเลือกมากขึ้นในการเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ผมได้แปรญัตติในมาตรานี้ไว้นะครับ ก่อนอื่นนี่ผมเห็นด้วยที่ ท่านอาจารย์วิชาได้อธิบายเรื่องรัฐมนตรีว่า เราเป่ดตัวกว้างไว้ แต่ว่าได้มีสิทธิสมัคร แต่ถ้าไม่ดีจริงนี่ก็ไม่ได้รับการคัดเลือก อันนี้ก็เห็นด้วย ทีนี้อยากจะเชิญชวนท่านดู มาตรา ๒๐๑ เทียบกับมาตรา ๒๓๙ เปึนการเทียบเคียงที่เราคงต้องดูภาพรวมตรงนี้ นะครับ ผมต้องกราบเรียนตรงนี้ในฐานะที่ผมนี่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะเมื่อตอนสมัยอยู่ วุฒิสภา ผมเปึนประธานกรรมาธิการตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติ แล้วก็เคยมีอะไรท้วงติง ผู้คนมากมาย เรื่องคุณสมบัติ โดยเฉพาะเรื่องอธิบดีหรือเทียบเท่า ท่านคงยังจำกันได้ดี นะครับ ผมทำเรื่องซะวุ่นไปหมด แต่ผมคิดว่าผมถูก และบัดนี้ท่านก็เติมเหมือนกับที่ผม เข้าใจทุกประการ ผมก็ขอบคุณ คราวนี้ตรงนี้ที่จะเชิญชวนเพื่อนสมาชิกให้เทียบเคียงดู ท่านเทียบเคียงดูแล้วนี่ท่านให้ตำแหน่งในมาตรา ๒๓๙ คือเรื่อง ปปช. นี่ บุคคลที่จะได้รับ การสรรหาเข้ามานี่ กว้างกว่าศาลรัฐธรรมนูญ ก็คือท่านลงไปรองอธิบดีหรือเทียบเท่า ผมเรียกง่าย ๆ ว่าเทียบเท่า แต่ท่านเขียนไว้ดีแล้ว ท่านเขียนไว้อะไรชัดเจนกว่าสมัยก่อน เทียบเท่า คนไปเอาซีเทียบลูกเดียวเลย ถ้าท่านจะต้องการซีเทียบก็เขียนลงไปเลย ผมว่า ดีแล้วอย่างนี้นะครับ คราวนี้ท่านก็ลดต่ำลง ทั้งรองอธิบดี ทั้งรองศาสตราจารย์ อะไรต่อ มิอะไร ทีนี้พอมาถึงศาลรัฐธรรมนูญท่านยืนตามเดิม ตรงนี้แหละครับที่ผมยืนแบบ ศาสตราจารย์ ยืนแบบอธิบดีหรือเทียบเท่า เทียบเที่ยวนี้ท่านก็เขียนดี ปัญหามีอยู่นิดเดียว ก็คือว่า ความรู้สึกของผมนี่ ผมรู้สึกว่า ปปช. กับศาลรัฐธรรมนูญนี่ ผมพูดอย่าง ตรงไปตรงมานะ ไม่ต้องเกรงใจ ผมว่า ปปช. นี่สำคัญมาก ไม่ได้บอกว่ามากกว่าศาล รัฐธรรมนูญ แต่ ปปช. นี่สำคัญมาก ถ้าเทียบกันนี่ ถ้าให้ผมให้น้ำหนักนะครับ กับบทบาท นี่ ผมว่า ปปช. อาจจะมากกว่าศาลรัฐธรรมนูญ นี่พูดกันตรง ๆ ในแง่บทบาท ในแง่ คุณสมบัติผมก็คิดว่า ปปช. ก็ควรจะต้องมีคุณสมบัติไม่ต่ํากว่าศาลรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ แหละครับท่านจะต้องตัดสินใจแล้ว คือถ้าท่านดูรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วป้นี้ก็ล้อกันมา แทบทุกเรื่องเราจะเอาความผิดนักการเมือง ไม่ว่าทุจริต ประพฤติไม่ชอบ โกงกินบ้านเมือง ข้าราชการชั้นสูงโกงกินบ้านเมือง ทุจริต ประพฤติไม่ชอบ ไปศาลยังไม่ได้เลย ทุกคนต้อง พุ่งไปหา ปปช. หมด ปปช. คือเซนเตอร์ (Center) ที่สำคัญที่สุดเลย เมื่อ ปปช. สอบแล้ว จึงจัดการ เดี๋ยวนี้ผมไปทางตำรวจ ตำรวจบอกว่าไม่รับ ส่ง ปปช. ลูกเดียว ท่านจำได้ไหม ที่ดินรัชดา วันนี้มีบทความผมอยู่ในหนังสือพิมพ์แนวหน้านั่นแหละครับ เปึนความเจ็บปวด มาก พอผมได้ ปปช. ที่ไม่ดี ผมส่ง ปปช. เขาบอกเขาไม่รับ ผมไปส่งทางตำรวจ ตำรวจบอกคุณไม่ไป ปปช. ตกลงผมไปไหนละครับ ผมตายเลย ที่ดินรัชดานั่นละครับ บังเอิญมี คตส. เขาก็เลยเอาที่ผมส่งนี่เอาไปจัดการ เดี๋ยวนี้กำลังไป ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทีนี้ละครับ ผมดูแล้วเท่าที่ผมมี ประสบการณ์ตรงนี้มานี่นะครับ ปปช. กับศาลรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่า ปปช. กับศาล รัฐธรรมนูญควรจะมีคุณสมบัติเหมือนกัน และผมได้รับคํากล่าวข้านจากผู้หลักผู้ใหญ่ เยอะในครั้งที่ผมตรวจสอบคุณสมบัติ ท่านก็บอกว่าไม่อยากที่จะเห็นให้มีคุณสมบัติสูง เกินไป ตัวเลือกท่านจะน้อย เพราะว่าอยากที่จะให้มีตัวเลือกเยอะขึ้น แล้วเมื่อมีตัวเลือก เยอะขึ้นแล้วนี่จะได้คนดีมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าคุณสมบัติสูงแล้วนี่คนจะดีตาม แล้วท่านทราบไหมครับ เวลาเขาสรรหาคนที่เปึนศาสตราจารย์ อธิบดีหรือเทียบเท่าระดับ ศาลรัฐธรรมนูญของท่านนะครับ เขาสรรหาบางที่ ๑๑ รอบ ๑๒ รอบ ไม่ได้ หยุด แล้วเป่ดรับสมัครใหม่ สรรหาต่อไปอีก ๘ รอบ ไม่ได้ หยุด เป่ดรับสมัครใหม่ ก็ผมเปึนคน ทำเรื่องนี้เองกับมือ ท่านประธานครับ ตรงนี้นี่เปึนปัญหาหนัก คือเขาไม่มีตัวเลือกพอ แล้วก็ต้องเป่ดรับใหม่ เป่ีดรับใหม่ แล้วตรงนี้ในที่สุดเขาก็เลยตอนหลัง ๆ เอาวะ เหนื่อย เต็มที่แล้ว เอามันให้ได้ก็แล้วกัน อัดกันเข้าไป อัดกันเข้าไป เลือกซ้ำ เลือกไปเลือกมา เลือก จนได้ แล้วก็ส่งมาให้วุฒิ ผมก็ตรวจสอบ แล้วผมก็ โอ๊ย กลุ้มใจว่าจะทํายังไง ตรงนี้ฝาก กรรมาธิการดูตรงนี้นะครับ ผมแปรไว้นี่ตอนนั้นมันรีบร้อน เขียนแต่เพียงแค่ รองศาสตราจารย์ในมาตรานี้นะครับ ใจผมนี่อยากจะให้เหมือนกันกับ ปปช. อยากจะให้ ศาลรัฐธรรมนูญมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น แล้วเขาจะได้หรือไม่ได้ไม่เปึนไรครับ เหมือน รัฐมนตรีอย่างที่ท่านพูด ให้เขามีสิทธิสมัคร เราจะได้ตัวเลือก เราได้คนดีเพิ่มมากขึ้น แต่แน่นอนพอดูคุณสมบัติแล้วคนที่เปึนตำแหน่งสูงกว่า มีประสบการณ์มากกว่า แล้วดีด้วย เขาได้ก่อน เขาได้รับการคัดเลือก โอกาสสูงกว่า ผมกลัวไม่มีตัวเลือก นี่พูดจาก ประสบการณ์นะครับ ในการที่ผมเปึนฝ์ายตรวจสอบกระบวนการสรรหาทั้งหลาย แล้วก็ได้ สะท้อนมา ถามว่าผมได้รับคำสะท้อนจากใคร ก็สะท้อนจากผู้ใหญ่ในวงการที่มีการสรรหา นั่นละครับ คนหนึ่งคืออาจารย์เสน่ห์ จามริก แล้วก็บรรดาศาลทั้งหลายที่มาทำหน้าที่ เปึ้นประธานสรรหานั่นละครับ บ่นกับผม ผมไม่ต้องเอ่ยดีกว่า เพราะว่าศาลนี่ผมเกรงใจ เดี๋ยวจะไปเอ่ยชื่อ ท่านมาเปึนกรรมการสรรหาแล้วท่านก็บอกว่าตัวเลือกนี่มีปัญหา แล้วท่านจะทําอย่างไรละครับ มันก็มีเวลาที่ท่านจะต้องเลือก เพราะฉะนั้นท่านพิจารณา ตรงนี้เถอะครับว่า ถ้าเอาศาลรัฐธรรมนูญ ท่านแก้มาตรานี้ไปเหมือนกับ ปปช. เสียให้มี ตัวเลือกมากขึ้น แล้ว ปปช. ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ ผมว่าเราอธิบายได้ แล้วรัฐธรรมนูญเก่าก็ใกล้เคียงกันใน ๒ มาตรานี้นะครับ ใน ๒ ตําแหน่งนี้ ขอบพระคุณ ครับ