ศิวะ แสงมณี หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ และขออนุญาตพูดเพิ่มเติมว่า การเลือกนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะส่งผลเสียต่อระบบรัฐสภา และไม่เคารพเสียงของประชาชน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศิวะ แสงมณี สสร. อาวุโสน้อยนะครับ ก่อนอื่นผมต้องกราบเรียนกับที่ประชุมว่า ความคิดเห็นของพวกเรานี่ แตกต่างกันได้นะครับ เพราะฉะนั้นความคิดเห็นของท่านอาจารย์ศรีราชา อาจารย์เจิมศักดิ์ อะไรก็แล้วแต่ ก็เปึ้นสิ่งที่พวกเราเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เพราะว่าผมเชื่อว่า ทุกคน คงมีแนวคิดในการที่อยากทําให้บ้านเมืองนั้นไปสู่ความเจริญรุ่งเรื่อง แล้วก็มีความมั่นคง แต่ว่า แนวคิดบางทีอาจจะไม่เหมือนกัน มุมมองอาจจะต่างกัน อย่างที่อาจารย์เจิมศักดิ์ว่า เปึนการมองต่างมุมนะครับ ผมเองปกติก็เดิน อยู่กับอาจารย์เจิมศักดิ์นะครับ บางทีก็เดินข้างหลังท่านบ้าง บางทีก็เดินข้างหน้าท่านบ้าง แล้วแต่ว่าที่แคบ หรือที่กว้างนะครับ ถ้าหากว่าเปึ้นที่แคบ ผมก็เดินอยู่ข้างหลังท่านนะครับ ถ้ากว้างผมก็รีบไปก่อนนะครับอันนี้ เพราะฉะนั้นมุมมองท่าน กับผมบางทีก็อาจจะไม่ค่อย ตรงกันนะครับ แต่ว่าเท่าที่ผ่านมานี่เราตรงกันหลายเรื่อง แล้วมุมมองผม กับกรรมาธิการยกร่าง ก็จะไม่ค่อยตรงกัน เดิมนะครับ แต่เพิ่งจะมาตรงกันวันนี้เปึนครั้งแรกในชีวิตนะครับ ที่มาทำ หน้าที่ใน สสร. นี้ เพราะว่าอะไร รู้ไหมครับ พวกเราคงคิดว่า มาตรานี้อาจจะไม่ใช่เรื่องสําคัญ แต่ที่จริง คือความเปึนตายของประเทศเลยทีเดียวนะครับ มาตรานี้มาตราเดียวสามารถจะทำ อะไรให้บ้านเมืองนี้ เกิดความย่อยยับไปก็ได้ หรือจะทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีโอกาสคลอด ออกมาอีกเลยก็ได้นะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่เพราะว่าเรื่องแรงกระแสกดดันนะครับ แต่ผมคิดว่า เปึ้นเรื่องของหลักการ ผมเห็นด้วยกับพี่เกียรติชัยว่า เรามาร่างรัฐธรรมนูญนี้ เราได้ตั้งปณิธานว่า เราจะมาร่างเพื่อพี่น้องประชาชน จะเอาอำนาจของพี่น้องประชาชนให้พี่น้องประชาชนใช้มาก ที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นอำนาจที่พี่น้องประชาชนใช้มากที่สุด ก็คือผ่านทางอำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจบริหาร เพราะฉะนั้นอำนาจบริหารนั้น ถ้าไม่มาจากพี่น้องประชาชน เราจะเชื่อมั่นได้ อย่างไรครับว่าคน ๆ นั้นจะมาทำหน้าที่ให้กับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่ากว่าเราจะได้มาตรานี้มา เราออกไปรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และผมคิดว่า เกือบเก้าสิบกว่า เปอร์เซ็นต์ที่ทั่วประเทศบอกว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวันนี้ ถ้าเรามากลับคำ ก็เหมือนกับว่าเราไม่เคารพเสียงของพี่น้องประชาชน ซึ่งเปึ้นเสียงส่วนใหญ่ บอกกับเรามาว่าอย่างนั้น พวกเราจะมีโอกาสออกไปรณรงค์กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไรครับ เพราะคำถามแรกเขาจะถามว่า เอ้า ที่รับฟังไปครั้งที่แล้วว่าอย่างไร ก็บอกแล้วไง นายกต้องมา จาก สส. ต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปเขียนคนละอย่าง แล้วจะมาประชาสัมพันธ์ได้ อย่างไร จะมาให้พวกเราทําประชามติได้อย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า อันนี้เปึนประเด็น สำคัญที่ว่าเราไปรับมาจากพี่น้องประชาชน อันที่ ๒ ผมคิดว่าระบบรัฐสภานะครับ ไม่ว่าใครจะ เรียนมาจากทฤษฎีไหนก็ตาม ต้องยอมรับว่านายกรัฐมนตรี กับสภาต้องมีความผูกพัน ซึ่งกันและกัน และจะต้องมาจากฐานของอำนาจนิติบัญญัตินะครับ ยกเว้นระบบประธานาธิบดี ซึ่งมีการเลือกตั้งโดยตรง อันนั้นก็เปึนอีกระบบหนึ่ง ซึ่งไม่ตรงกับระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เปึนประมุขอย่างของบ้านเรานะครับ อันที่ ๓ ผมคิดว่า มาตรานี้กว่าเราจะ ได้มานั้น เราได้มาท่ามกลางเลือด เนื้อของพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งที่ได้เสียสละไว้ที่ถนน ราชดำเนิน และถนนนี้พวกเราก็ยังต้องไปอยู่ประจำ เราคงจะต้องมีความอับอายว่า วันหนึ่งเรา มาทำลายความเสียสละของพี่น้องที่ได้เอาเลือดท่าไว้ที่ถนนราชดำเนินนะครับ ผมคิดว่าเราคง จะไม่ต้องการไปยังจุดนั้นอีกแล้วนะครับ อันที่ ๔ อันที่ ๕ ก็แล้วแต่นะครับ ถ้าเราให้คนอื่นมา เปึ้นนายกรัฐมนตรีได้นั้น ก็เหมือนกับเราส่งเสริมกระบวนการซื้อ ขายยกเข่ง เพราะใครก็ได้ที่ถือ เงินมาสามารถซื้อในสภานี้ได้ ซื้อยกเข่งเลยนะครับ เพราะว่าเขาไม่ต้องไปสมัครสภา ผู้แทนราษฎร เพราะว่าไปสมัครก็อาจจะไม่ได้ก็ได้ ถึงแม้จะมีเงินอย่างไร แต่มาซื้อในสภานี่ซื้อได้ ง่ายมาก และมีโอกาสด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น คนที่ไม่เปึนสมาชิกสภาผู้แทน ครั้งนี้ก็มีโอกาสที่ อาจจะมาเปึนนายกรัฐมนตรีได้ โดยที่ไม่มีความผูกพัน หรือเชื่อมต่อกับอำนาจนิติบัญญัติเลย ยกเว้นว่า สส.ไปเลือกเขาเท่านั้น แต่ว่าเขาไม่ใช่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนนะครับ ผมคิดว่าคนที่จะ มาเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นต้องกล้าที่จะลงไปสมัครรับเลือกตั้ง คนเราถ้าอยากเล่นส่งกรานต์ต้อง อย่ากลัวเป้ยกน้ํา ถ้ากลัวเป้ยกน้ําก็ไม่รู้จะมาเล่นทําอะไรนะครับ ก็อยู่ในบ้านดูทีวี (TV) ไปแล้ว กันนะครับ อีกอันหนึ่งครับ ผมทราบครับว่าเวลาผ่านไปนิดหนึ่ง แต่ว่าเนื่องจากผมยังไม่ค่อยได้ พูดวันนี้นะครับ เพิ่งจะมีอารมณ์วันนี้เองนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตท่านประธานสัก นิดหนึ่งนะครับ ผมคิดว่า ถ้าหากพวกเราวันนี้นะครับ ซึ่งที่จริงผมเชื่อว่า พวกเรานี่มีความหวังดีต่อชาติ บ้านเมืองแน่นอนนะครับ เพียงแต่ว่าความคิดเห็นอาจจะต่างกันเท่านั้น เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมอยากให้พวกเรากลับมาให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนครับ เพราะว่าในหลายมาตรา ผมคิดว่า บางทีเราลืมเลื่อนพี่น้องประชาชนไปบ้าง แต่ว่าอันนั้นก็ยังไม่สำคัญมากเท่ากับมาตรา นี้ ผมคิดว่าถ้าเราเคารพประชาชน รักประชาชน เราต้องให้นายกรัฐมนตรีมาจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนิ้วของท่านวันนี้ที่จะกดไปยังปุ์ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย มีความหมายที่สุด ขอความกรุณาให้ใช้นิ้วของท่านตรง ๆ ใช้สมองของท่านโดยที่ไม่ต้องถูก รบกวนจากเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดนะครับ ที่จะทำให้สมองท่านบิดเบือนไปนะครับ ผมเชื่อว่า นิ้วของท่านวันนี้ ถ้าตรงไปตรงมาจะนําพาประเทศนี้ไปสู่ความเจริญรุ่งเรื่อง แต่ถ้านิ้วของท่าน เกิดอาการเกร็ง