สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๓๒ · ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๐

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ พูดถึงร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ และคิดว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นประสบการณ์และเป็นทรัพย์สินทางประวัติศาสตร์ที่ควรเคารพ นอกจากนี้เขายังวิจารณ์เรื่องรัฐศาสตร์และวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสภา และไม่ควรมีการนำคนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรี

รองศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นะครับ สสร. ครับ การตัดสินใจเรื่องนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งนะครับ และผมคิดว่า เปึนเรื่องเปึ้นเรื่องตายของการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ด้วยนะครับ ความจริงการโต้เถียงเรื่องนายกรัฐมนตรีจะต้องมาจาก สส. หรือไม่นี่ ผมเองก็พูด เราคุยกันในกรรมาธิการมานานพอสมควร เสียงส่วนใหญ่ก็ตัดสินไปแล้ว แต่ผมเคารพเสียงส่วนน้อย ซึ่งก็ยังคงความเห็นของท่านอยู่ ความสำคัญของเรื่องนี้นี่นะครับ ผมอยากจะพูด ๓ ประการด้วยกัน

ประการที่ ๑ ความจริงก็ซ้ำซ้อนกับที่หลายท่านพูดแล้วว่า มันเปึนประสบการณ์ การต่อสู้ในการเมืองของไทยเราเอง ผมจำได้หลายท่านพูดถึงการเสียชีวิต บางคนพูดถึงเรื่อง การต่อสู้อะไรต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่า ประสบการณ์เหล่านี้มันสะสม มันเปึ้นทุนทางสังคม เปึ้นทุน ทางประวัติศาสตร์ซึ่งลบยาก ผมคิดว่าการตัดสินใจที่จะไม่ให้นายกมาจาก สส. นี่ แสดงว่าท่าน จะต้องหักประวัติศาสตร์กัน แล้วก็หลายเรื่องนั้นเปึ้นเรื่องที่กระทบกระเทือนต่อคนส่วนใหญ่ ผม คิดว่า เรื่องนี้เปึ้นเรื่องประสบการณ์ ซึ่งผมจะไม่ขอพูดยาว เพราะว่าหลายท่านก็พูดไป ผมฟังก็ดี แล้วว่า ประสบการณ์ของการต่อสู้กว่าจะได้นายกมาจาก สส. นี่ใช้เวลายาวนานหลายสิบป้ เมื่อ เราผ่านขั้นนี้มาแล้วก็ ในความเห็นของผมอย่าถอยหลังกลับไปเลยนะครับ อย่าถอยหลังกลับไป ให้นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอกเลย

ประการที่ ๒ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องใหญ่ นอกจากเรื่องประสบการณ์แล้ว รัฐธรรมนูญ นั้นมันเปึนกฎ กติกาของประเทศ มันเปึนหน้าตาของประเทศด้วยนะครับ การที่เปึ้นหน้าตาของ ประเทศมันจะต้องถูกแปลออกไปเปึนภาษาต่างประเทศด้วย มันเกี่ยวข้องกับความไว้เนื้อเชื่อใจ เขาบอกความไว้วางใจทางการเมืองนี่ ที่เรียกว่า ทรัสต์ (Trust) นี่เปึนเรื่องใหญ่มาก มันก็คล้าย ระบบเศรษฐกิจเหมือนกัน ถ้าความไว้วางใจไม่มี มีความเคลือบแคลง ซึ่งมันตีความไปได้เยอะ มาก หลายท่านจะบอกว่า ให้สมาชิกได้โหวตกันเองว่าจะเชิญใคร ไม่เชิญใคร แต่ผมเชื่อว่า ถ้า เขียนแบบนั้นนี่ ระบบการจัดการทางการเมือง นอกสภามันจัดการได้อยู่แล้ว จะด้วยใช้กลไก อะไรก็ตาม และการโหวตกันในสภาที่จะเชิญคนนอกนั้นเปึ้นเรื่องที่เรามีประสบการณ์มานาน และผมคิดว่า ความไม่ไว้วางใจอันนี้จะทําให้รัฐธรรมนูญนั้นหมดสภาพไปเลยนะครับ ผมว่า นี่เปึนเรื่องใหญ่ มันทำลายเกียรติภูมิ ทำลายความเชื่อมั่น รัฐธรรมนูญไม่ใช่แค่กฎกติกาอย่างเดียว มันเปึนความเชื่อมั่น เปึนความศรัทธาทั้งหมดลงไป ด้วย ผมคิดว่า ถ้าเขียนแบบนั้นความไว้วางใจหายไปเลยนะครับ เหมือนกับการพิมพ์แบงก์ (Bank note) หรือพิมพ์ธนบัตรแล้วเราก็ไม่เชื่อว่า ธนาคารจะจ่ายได้อย่างนี้นะครับ หรือเซ็นเช็ค (Cheque) ไปโดยที่ก็รู้ว่า ไม่แน่ใจว่าจะจ่ายได้ หรือจ่ายไม่ได้ วัดดวงเอาก็แล้วกัน ขึ้นก็อาจจะได้ เงิน หรือขึ้นไปก็อาจจะไม่ได้เงินนะครับ มันยุ่งวุ่นวายมาก ความไม่ไว้วางใจนั้นมันจะนำให้เกิด ปัญหาทางการเมืองอีกยาวนาน

ประการสุดท้ายนี่ผมคิดเปึนหลักรัฐศาสตร์ ซึ่งผมควรจะต้องพูด การที่ นายกรัฐมนตรีเปึน สส. แล้วเราก็เขียนทั้งหมดมาให้เปึนอย่างดีนี่ ต้องอย่าลืมนะครับว่า ท่านนายกนั่งอยู่ในสภา แล้วถ้าไม่ได้เปึนสมาชิกสภานี่ ระบบต่าง ๆ จะจัดการกันอย่างไร แน่นอนในต่างประเทศนี่เขาไม่เขียน แต่เขาก็มีมารยาทดีพอว่า คนในสภาจะไม่เชิญคนนอกมา เปึน แล้วคนนอกก็จะไม่บ้าจี้มารับเปึนด้วยครับ มันเปึนเรื่องของมารยาท เพราะเมื่อท่านนายก มาอยู่ในสภานี่ มันมีกระบวนการของการตอบกระทู้ มีกระบวนการของกรรมาธิการ ผมก็ทราบ ว่าต่อไปกรรมาธิการสภาก็มีบทบาทขึ้นมาอีกเยอะ มีกระบวนการของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการอภิปรายทั่วไป ซึ่งอาจจะโหวต ไม่โหวต มีกระบวนการทางสภา ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเปึน คนนอกนี่ ผมบอกท่านได้เลยนะครับ กระบวนการทั้งหมดที่ร่างมาที่ท่านใช้เวลาหลายเดือนที่ทำ มานี่ จบกันพอดีครับ ท่านไม่ต้องพูดถึงเรื่องสภาเข้มแข็ง กระบวนการสภา ซึ่งท่านดำเนินการ มาเปึนอย่างดีเรียบร้อยทั้งหมดนี่ จบลงเพราะนายกรัฐมนตรีไม่ได้เปึ้นสมาชิกรัฐสภาครับ ผมว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ เปึนเรื่องเปึน เรื่องตาย เปึนหลักการทางรัฐศาสตร์นะครับว่า สมาชิกใน ระบบรัฐสภานั้นฝ์ายบริหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าฝ์ายบริหารต้องเปึนสมาชิกรัฐสภา ส่วน คณะรัฐมนตรี คนอื่นก็ควรจะเปึนนะครับ โดยมารยาทควรจะเปึน แต่ก็ไม่ถึงขนาดตายตัวว่า เรา จะเอารัฐมนตรีคนนอกมาไม่ได้นะครับ แต่ตัวผู้บริหาร คณะผู้บริหารสูงสุดในระบบรัฐสภา คือ ท่านนายกควรอย่างยิ่ง จำเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมาจากสภา ถ้าไม่มาจากสภา กระบวนการทาง รัฐสภาดําเนินการไม่ได้เลยนะครับ จะตอบกระทู้กันอย่างไร ผมอยากรู้นะครับ แล้วถ้านายกเปึน คนนอกด้วย กระบวนการทั้งหมดมันแปรปรวนไปทั้งหมด แล้วมันจะกลายเปึนระบบ ซึ่งถามว่า มีอยู่ไหม ก็ต้องบอกว่าเราก็คงจะถูกจัดลงไปอยู่ในฟุตบอลดิวิชัน (Football division) อีก ชนิดหนึ่งนะครับ ก็คงจะเปึ้นระบบรัฐสภาที่ล้าหลังมาก ๆ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเลย เพราะฉะนั้น โดยหลักวิชานั้นผมคิดว่า กรรมาธิการได้ตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องแล้วว่า นายกรัฐมนตรีต้องมา จาก สส. ครับ