เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง หารือเรื่องหลักการของรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของหลักการมากกว่าความต้องการของสังคมและกระแสอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา และเสนอให้ใส่บทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ผมต้องขอบคุณอาจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ที่มีความ กล้าหาญ แล้วก็กล้ายืนอยู่ในหลักการ ยืนอยู่บนวิชาการ แล้วก็ไม่ค่อยกลัวกับอารมณ์ ความรู้สึกของสังคมเท่าไร ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องขออนุญาตที่จะมองต่างมุมกับ อาจารย์จรัส แล้วก็คุณสวิ่ง ที่อยู่ในกลุ่มแปรญัตติด้วยกัน แล้วก็ยื่นมาด้วยกันตลอด แต่ว่าผมว่า การมองต่างมุมกันนั้นไม่ใช่ของเสียหาย ท่านประธานครับ ผมทราบดีว่าขณะนี้มีกระแส หรือ อารมณ์ของสังคม คำว่า กระแส นั่นก็คือ อารมณ์ ความรู้สึกของสังคม ซึ่งเปึ้นอารมณ์ที่ เปลี่ยนไปได้ แล้วก็เปลี่ยนมาได้อยู่ตลอดเวลา กระแส หรืออารมณ์นี่ต้องการนายกที่มาจากการ เลือกตั้ง ถามว่ากระแสพวกนี้มาอย่างไร กระแสพวกนี้นี่มาจากเหตุปัจจัยอยู่ ๒ ประการด้วยกัน คือ ประการที่ ๑ สังคมไทยนี่เปึนสังคมที่ภาษาทางสังคมวิทยา เรียกกันว่า เปึนพวกแพรกแม้ติค (Pragmatic) ก็คือ เปึนนักปฏิบัตินิยม นิยมหาหนทางในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า อันนั้นอันที่ ๑ ถามว่าทำไมผมวิเคราะห์อย่างนี้ ท่านลองดูนะครับ ในสมัยที่เราบอกว่า นายกควรจะมาจาก การเลือกตั้ง แต่พอมีคุณอานันท์ ปันยารชุน เปึนนายกรัฐมนตรี เราหยุด แล้วเราบอก ดี พอมา ครั้งที่ ๒ กระแสก็ยังมีอยู่ว่านายกต้องมาจากการเลือกตั้ง เสร็จแล้ว ดอกเตอร์อาทิตย์ อุไรรัตน์ ประธานรัฐสภา กําลังจะนํารายชื่อที่มีคนคาดกันว่าจะเปึน พลอากาศเอก สมบุญ ระหงษ์ ซึ่งมา จากการเลือกตั้ง มาจาก สส. แต่แล้วพอมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ มาว่าเปึ้น คุณอานันท์ ปันยารชุน ผู้คนกลับจอดรถ แล้วก็แสดงความยินดี ท่านประธานครับ นี่ผมกำลัง พิสูจน์เท่านั้นเองว่า สังคมไทยเปึนแพรกเมติค คือเปึนนักปฏิบัตินิยม เมื่อมีปัญหาก็จะ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จะหาอะไรก็ได้ที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ดีที่สุด ให้ลุล่วงที่สุด แต่ระยะยาวยังเก็บไว้ก่อน เพราะฉะนั้นบางครั้งก็มีแนวไปทางนี้ บางครั้งก็มีแนวไปทางนั้น แล้วแต่มีคนชี้หรือกระตุ้นให้เห็นปัญหาอะไร ท่านประธานครับ ผมยอมรับผิดว่า ผมเปึนคนหนึ่ง ที่เคยกระตุ้นแล้วใช้แนวเดียวกันนี้ในการที่ปกปัองประเทศ โดยการที่ให้โค่นล้ม คุณสุจินดา คราประยูร ผมเปึนคนหนึ่งที่สร้างกระแส บอกว่า นายกต้องมาจากการเลือกตั้ง เพราะผมไม่มี ทางเลือก ผมกลัว รสช. จะสืบทอดอำนาจ ผมเปึนคนหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการ พยายามให้เกิด กระแส ให้เกิดอารมณ์ ความรู้สึก แล้วเดี๋ยวนี้อารมณ์นั้นก็ยังค้างอยู่ ผมยอมรับว่า คมช. อารมณ์นั้นมันไปด้วยกันได้ดีเลย แต่ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ผมถึงชมอาจารย์ศรีราชาว่า ท่านนี่ยึดหลักก่อน นายกนี่ ถามว่า สส. สำคัญไหม สส. ก็สำคัญ เปึนได้ไหม เปึนได้ สว. สำคัญ ไหม สว. ก็สําคัญ เปึนได้ไหม ก็ควรเปึนได้ คนอื่น ๆ สําคัญไหม สําคัญ ควรจะเปึนได้ไหม ก็ควร จะเปึนได้ ตกลงเรากําลังหาผู้นํา ผู้นําจําเปึนไหมต้องแคบอยู่ที่ สส. ท่านประธานครับ ที่อาจารย์ จรัสบอกว่า คลุมถุงชนนี่ ถ้าถุงมันแคบนี่ มันถูกชนกันมากกว่า ถ้าถุงมันกว้างนี่มันกลับไม่ชน แล้วคนกว้างนี่เราก็ให้ตัวแทนของประชาชนเลือก ไม่ใช่ใครจะมาจากที่ไหนก็ได้ สส. ก็อย่า เลือกสิ ถ้าคิดว่าคนนอกไม่เหมาะก็อย่าเลือก แต่ท่านประธานครับ นี่คือหลักการ แต่เราต้อง ยอมรับความจริงนะครับว่า ขณะนี้นี่ถ้าเราไปอย่างนั้นประชาชนเขาหาเรื่องคว่ํารัฐธรรมนูญ แน่ นี่ก็คือเรากลับมาแพรกเมติคอีก กลับมาเปึนนักปฏิบัตินิยมเหมือนกับที่ท่านอภิปรายเมื่อกี้นี้ อาจารย์วุฒิสาร แต่ผมจําเปึนต้อง พูดทั้ง ๒ ทาง ผมจำเปึนต้องยืนหลักการไว้ก่อนว่า เห็นด้วยกับอาจารย์ศรีราชา ท่านประธาน ครับ ถ้าอย่างนั้นถามว่า คมช. เคยสั่งอะไรพวกเราไหม ผมพูดได้เลยเต็มปากว่า ไม่เคยสั่งอะไร ผม แล้วก็คิดว่าสั่งไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นเรากลัวอะไรครับในเมื่อหลักการ คือหลักการ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่าเราร่างรัฐธรรมนูญตามหลักการที่ถูกต้อง ไม่ต้องเปึนห่วง ใคร อยากล้ม ล้ม แต่เรากลัวล้มเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราควรมีบทเฉพาะกาลเสีย แก้ไขไปตาม อาจารย์ศรีราชา ตัดทิ้งเสีย แล้วบทเฉพาะกาลเรามาพูดกันว่า ในสมัยแรกนายกรัฐมนตรีจะต้อง มาจาก สส. เท่านั้น หรือถ้าไม่พอใจ ๕ ป้แรก นายก็ต้องมาจาก สส. เท่านั้น ซึ่งหมายถึง ๒ สมัย หรือไม่พอใจ ๑๐ ป้แรก นายกต้องมาจาก สส. เท่านั้น ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนี้นี่ เรากำลังบอกจุดยืนของเราว่า อะไรคือหลักการ อะไรคือความจริง อะไรคือสิ่งที่ระยะยาว เราไม่ใช่ตามกระแส แล้วเรารู้อารมณ์ ความรู้สึกของผู้คน แล้วก็ลัว คมช. เราก็กันให้เสร็จเลย จะเอา ๑๐ ป้ไหมล่ะ ๑๐ ป้ เราก็ใส่ ผมไม่ได้ว่าอะไร กี่ป้ก็ได้ แต่ไปใส่ในเนื้อที่บอกต้องมาจาก สส. มันผิดหลักการ ถ้าอย่างนั้นก็กลายเปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญของเราเล่นตามอารมณ์ ของสังคม เราต้องจับให้ได้ว่า อะไรคือแก่น อะไรคืออารมณ์ เพราะฉะนั้นเราไม่ใช่ฝ๋นอารมณ์ ของผู้คน เราตามอารมณ์ของผู้คนได้ระยะหนึ่ง คือในบทเฉพาะกาล แต่ขอความกรุณาสังคม อย่าบีบบังคับให้เราต้องทำตามอารมณ์ของท่านตลอดไป ขอเราทำตามหลักการบ้าง ผมเชื่อว่า อย่างนี้ อาจารย์ศรีราช้าและหลาย ๆ คนในห้องนี้ ที่มีความรู้สึกอยากจะเปึนไปตามหลักการ น่าจะรับได้ ถ้า ๑๐ ป้น้อยไป ท่านใส่ยาวกว่านั้นก็ได้ว่า ต้องมาจาก สส. ผมไม่ว่าอะไรเลย แต่ ผมนี่ ผมรู้สึกอึดอัด ถ้าบีบบังคับว่าเราต้องตระบัดสัตย์ต่อหลักการ แล้วเราจะต้องตามอารมณ์ที่ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของสังคม ผมได้วิเคราะห์แล้วว่า สมัยคุณอานันท์ ปันยารชุน ผู้คนกลับ ปรบมืออย่างไร อันนั้นไม่ต้องพูดนะครับ อันนั้นก็เห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนได้ เพราะฉะนั้นเราทํา ตามหลักการเถอะครับ แล้วใส่บทเฉพาะกาลให้เห็นเลยว่า เราไม่ได้ทำเพื่อสืบทอดอํานาจ จะยาวเท่าไร ผมยอมใส่ในบทเฉพาะกาล แต่อย่าใส่ไปในเนื้อ ซึ่งหมายความว่าเปึ้นอย่างนั้น ตลอดกาล ขอบพระคุณครับ