ประพันธ์ นัยโกวิท เสนอระบบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 400 คน และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการหาเสียงที่ยากลำบาก และการซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้ง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การเลือกตั้งถูกต้องและโปร่งใส
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรนูญที่เคารพ กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ กระผม ขอใช้เวลาไม่มากนะครับ เพื่อตอบข้อที่ท่านสงสัย แล้วที่ท่านบางส่วนได้ให้กำลังใจในการ ทำงานของ กกต. ต้องขอขอบพระคุณ สำหรับจำนวน สส. ว่า จะมีจำนวนเท่าไร เหตุที่กรรมาธิการยกร่างได้เสนอ เปึนจำนวน ๔๐๐ นี่นะครับ ท่านสมาชิกก็ได้อภิปราย หลายท่านแล้วนะครับ คือ เราได้พิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบนะครับ ดูจากภารกิจของ สส. ว่า จะไปทำอะไร รวมทั้งศึกษา เปรียบเทียบนะครับ ทั้งใน ทั้งนอกประเทศ รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วยนะครับ ซึ่งที่ท่านสมาชิก ก็ได้เสนอแล้วว่า จากการรับฟังความคิดเห็นนี่ หลายเวทีก็เห็นว่า จำนวนนี้เหมาะสม นะครับ ฉะนั้นกรรมาธิการยกร่างจึงเสนอจำนวน ๔๐๐ คน สำหรับระบบในร่างที่เสนอนี่ ใช้ระบบ สส. เขต จำนวน ๓๒๐ คน และ สส. ในระบบสัดส่วน ๘๐ คน กระผมอยาก กราบเรียนในเรื่อง สส. เขต จำนวน ๓๘๐ คน (๓๒๐ คน) ซึ่งในร่างรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนนะครับ ได้เสนอเปึนแบบเขตเดียว ๓ เบอร์ และประชาชนมีสิทธิเลือกทั้ง ๓ เบอร์ แต่ในร่างที่เราพิจารณาวันนี้ได้เปลี่ยนมาเปึ้นระบบเขตเดียว เบอร์เดียว กระผม ขออนุญาตชี้แจงสักเล็กน้อยนะครับ ซึ่งความจริงแล้วนี่ หลายท่านก็ได้อภิปรายไว้ ค่อนข้างจะชัดเจน ดีมากอยู่แล้วนะครับ หลังจากที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาจากการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่าง ๆ และได้นํามาวิเคราะห์นะครับ คือทั้ง ๒ ระบบ มีทั้งข้อดี และข้อด้อยทั้งคู่ แต่จากการวิเคราะห์แล้วนี่ ในที่สุด ในคำถามหลักนะครับ ที่เรา เห็นว่า อธิบาย ชี้แจงกับประชาชนได้ค่อนข้างยาก ที่ชัดเจนนะครับ คือ เรื่องความ เสมอภาค สิทธิเสรีภาพของประชาชน จุดนี้เปึนจุดที่อธิบายด้วยเหตุผลทางหลักวิชาการ อะไรต่าง ๆ ก็ด้วยความยากลำบากนะครับ ว่า เหตุใดพี่น้องประชาชนที่จังหวัดระนองก็ดี จังหวัดแม่ฮ่องสอนก็ดี ที่จังหวัดนครนายกก็ดี เลือก สส. ได้คนเดียว กับประชาชนในเขต กรุงเทพมหานครนี่นะครับ ในเขตพระนครนี่ เลือก สส. ได้ ๓ คน อันนี้เปึนปัญหาหลักที่เรา อธิบายได้ไม่ค่อยชัดเจนนะครับ
ในประการที่ ๒ ในส่วนของการบริหารจัดการเลือกตั้งนี่นะครับ รวมทั้งใน ส่วนของตัวผู้สมัครเองนี่ ในเขตพื้นที่ใหญ่นี่นะครับ เฉพาะลำพังแค่ป่ดโปสเตอร์ (Poster) นี่นะครับ จังหวัดหนึ่งบางทียังไปไม่ทั่วเลยครับ แล้วการหาเสียงต่าง ๆ นี่ กว่าจะไป ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ได้นี่ ก็ทำด้วยความยากลำบาก อันนี้เราก็เข้าใจสภาพปัญหานะครับ
และประการที่ ๓ ในส่วนของการจัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะของกรรมการ การเลือกตั้งเองนี่นะครับ ในระบบเขตเดียวเบอร์เดียวนี่ พื้นที่การจัดการเลือกตั้ง จะเปึนไปด้วยความสะดวกมากขึ้นนะครับ และเขตหนึ่งก็ใช้ประมาณ ๒,๐๐๐ คน ต่อ สส. ๑ คน และในกรณีซึ่งมีตำแหน่งว่างนะครับ ซึ่งแน่นอน เมื่อดำเนินการไปแล้ว คงจะต้อง มีว่าง อาจจะโดนใบแดงบ้าง หรือลาออกบ้าง หรือถึงแก่กรรมบ้าง จะต้องมีการจัดการ เลือกตั้งนี่นะครับ ในส่วนนี้ถ้าเปึนเขตเดียวเบอร์เดียวนี่ ก็จะประหยัดงบประมาณแผ่นดิน นะครับ ในส่วนของ สส. สัดส่วน ๘๐ คน นี่นะครับ ซึ่งแบ่งเปึน ๑๐ กลุ่มจังหวัดนี่นะครับ ความจริงหลักการก็คล้าย ๆ กับ สส. บัญชีรายชื่อเดิม เพียงแต่ปรับให้กระจายไปตาม กลุ่มจังหวัด ซึ่งจะมีกรรมาธิการท่านอื่นได้มาอธิบายในรายละเอียดนะครับ ส่วนที่ บางท่านเสนอในระบบสัดส่วน โดยคิดจากจำนวนคะแนนของพรรคนะครับ โดยเทียบเคียงกับระบบที่มีการใช้ในต่างประเทศ ซึ่งจะต้องมีการแบ่ง สส. เขต กับ สส. สัดส่วนในจำนวนเท่ากันนี่นะครับ การคิดหลักการระบบนั้นนี่ ถ้าเอาไปใช้ในตอนนี้นี่ ค่อนข้างจะสับสนพอสมควรนะครับ ผมคิดว่า ท่านกรรมาธิการที่อยู่ในที่นี้นี่ ฟังเองก็ยังไม่ ค่อยเข้าใจว่า ระบบที่แบ่ง สส. เขต ๒๐๐ กับระบบสัดส่วน ๒๐๐ ระบบใช้คะแนนพรรค มาหารนี่นะครับ คิดอย่างไรนะครับ ผมคิดว่า สภาพการณ์ปัจจุบันนะครับ ในการเลือกตั้ง ตอนนี้ ในการร่างรัฐธรรมนูญคราวนี้ เรามาร่างรัฐธรรมนูญในภาวะวิกฤตินะครับ ถ้าเรา เปลี่ยนระบบซึ่งซับซ้อนมากนี่ ประการแรกก็ชี้แจงยาก ประชาชนก็อาจจะไม่เข้าใจนะครับ การทํางานต่าง ๆ นี่ ก็อาจจะมีปัญหานะครับ ผมยินดีเปึนอย่างยิ่งนะครับที่มีท่าน สสร. หลายท่านพูดถึงการทุจริตในการเลือกตั้งนะครับว่า จะจัดระบบ สส. อะไรต่าง ๆ ระบบ การเลือกตั้งอย่างไรให้แก้ปัญหานี้ อันนี้ผมยินดีมากนะครับ เพราะเปัาหมายใหญ่อันหนึ่ง ในการยกร่างรัฐธรรมนูญคราวนี้ หน้าที่ของเราคราวนี้นี่ คือ แก้ปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิ ขายเสียง ให้ได้ ถ้าเราแก้ปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิ ขายเสียง ไม่ได้นี่ ซึ่งเปึนป่ศาจร้าย ในวงการของระบบประชาธิปไตยนี่นะครับ รัฐธรรมนูญที่เรายกร่างขึ้นมาอย่างดีในส่วน อื่น ๆ นี่ มันก็จะลดค่าลงนะครับ กระผมอยากจะกราบเรียนว่า เรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง การซื้อสิทธิ ขายเสียงนี่นะครับ มันมีอยู่ ๓ ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกัน ส่วนแรก คือ เจ้าหน้าที่ ทุจริตนะครับ ในส่วนนี้นี่นะครับ ก็คงจะต้องมีการปรับปรุงกัน ตั้งแต่การสรรหา กกต. นะครับ การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ในระบบของการสรรหา กกต. ที่ท่านจะได้มีการ พิจารณาต่อไปนี่ ก็จะมีระบบการสรรหาที่มีความเข้มงวดมากขึ้น จะตัดสัดส่วนของพรรค การเมืองที่เปึ้นผู้แทนของพรรคการเมืองออกไปนะครับ แล้วระบบในการสรรหานี่นะครับ ก็จะมีกรรมการที่มีคุณภาพ แล้วให้วุฒิสภานี่มีมติเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบอย่างเดียว เวลาเข้าวุฒิ ไม่ต้องมาวิ่งหาเสียง ไม่ต้องไปวิ่งใครต่อใครให้มาช่วยในการลงคะแนน เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ นะครับ อีกส่วนหนึ่งนะครับ คือ ส่วนของประชาชน คือ ประชาชนจะต้องตระหนัก รู้เห็นคุณค่าของระบอบประชาธิปไตย ในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับของเรานี้นี่ เราได้ผ่านไปแล้วในมาตราก่อนหน้าเรื่อง สส. นะครับ ในมาตรา ๘๖ (๖) นี่นะครับ พูดถึงการให้ความรู้กับประชาชนในระบอบประชาธิปไตย อันนี้เปึนหน้าที่ของ ทุกภาคส่วนนะครับ ไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. อย่างเดียว เปึ้นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาต้อง อบรมตั้งแต่สมัยนักเรียน หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย หน้าที่ของสถาบันพระปกเกล้า ของรัฐสภา ทุกส่วนจะต้องช่วยกัน อันนี้ก็เปึนแบบที่เราดีไซน์ (Design) เอาไว้ในร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่เราช่วยกันนะครับ และในส่วนของนักการเมืองนะครับ พรรคการเมือง ซึ่งเปึนส่วนสําคัญนะครับ ซึ่งเราพูดถึงการเลือกตั้ง อะไรต่าง ๆ นี่ ระบบ การเลือกตั้งที่เราออกแบบดีไซน์นี้ เปึนระบบทำนองเดียวกับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเขาใช้ระบบ พรรคนะครับ ควบคุม สส. ผู้สมัครนะครับ แต่ที่ผ่านมา กลไกเหล่านี้ที่ผ่านมาในอดีตนี่ มันไม่ประสบความสําเร็จนะครับ ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่ เรากําหนดกลไกในส่วนนี้ เอาไว้นะครับ โดยให้พรรคนี่มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบด้วย อย่างที่ท่านได้พิจารณาร่าง มาตรา ๒๓๑/๑ ไปแล้วนะครับ ว่า ถ้าหากผู้สมัครนี่ไปซื้อสิทธิ ขายเสียง ทุจริตในการ เลือกตั้งนะครับ หัวหน้าพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมืองทราบ ไม่แก้ไข ไม่ยับยั้ง พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบ หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค ในฐานะที่ ท่านเปึ้นผู้รับผิดชอบบริหารพรรค ท่านต้องรับผิดชอบ ท่านต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง อันนี้เปึนกลไกที่ท่าน สสร. ทั้งหลายได้ช่วยกันนะครับ แล้วถ้าหากจะมีกลไกอื่นนอกจากนี้ นี่นะครับ ผมคิดว่า ในมาตราต่อ ๆ ไปนี่ มันก็จะมีกลไกนะครับ ท่านช่วยเสนอความ คิดเห็น ผมคิดว่า ถ้าเปึ้นอย่างนี้นี่นะครับ ในระบบการเลือกตั้งต่อไปนะครับ ก็จะสามารถ ทำให้การเลือกตั้งนี่ เปึนไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรมได้นะครับ ขอบพระคุณครับ